
ตรวจซากทัวร์คาดต้นเพลิงจากถังน้ำมัน-แบตฯ
เจ้าหน้าที่บขส.ตรวจสอบซากทัวร์วีไอพีร้อยเอ็ดพบถังน้ำมันและแบตเตอรี่อยู่ด้านหน้ารถอาจเป็นต้นเพลิงไฟ
เจ้าหน้าที่บขส.ตรวจสอบซากทัวร์วีไอพีร้อยเอ็ดพบถังน้ำมันและแบตเตอรี่อยู่ด้านหน้ารถอาจเป็นต้นเพลิงไฟ
เมื่อวันที่ 24 ก.ค. เจ้าหน้าที่จากสำนักวิศวกรรมยานยนต์กรมขนส่งทางบก สำนักงานใหญ่ใหญ่ กรุงเทพฯ เดินทางไปตรวจสภาพรถทัวร์วีไอพีของบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ม.4(ก) (24-856 )ทะเบียน 14-5994 กทม.ที่ถูกรถเทรลเลอร์ 22 ล้อพุ่งข้ามเลนชนเข้ากับรถประจำทางปรับอากาศของบขส.สายร้อยเอ็ด-กรุงเทพ ที่อ.แก่งคอย จ.สระบุรี จนเกิดไฟลุกท่วมทำให้มีผู้เสียชีวิต 22 รายและบาดเจ็บอีก 20 ราย ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ารถทัวร์ บขส.คันนี้มีถังน้ำมันอยู่ใต้คนขับและมีที่เก็บแบตเตอรีอยู่ใกล้กันด้วย อาจเป็นสาเหตุของการเกิดไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว
ร.ต.ท.อัศวเทพ จันนารี พนักงานสอบสวนร้อยเวรสภ.แก่งคอย กล่าวว่า ตามกฎหมาย ของบริษัทประกันภัยจะต้องจ่ายค่าทำศพให้ผู้เสียชีวิตรายละ 2 แสนบาท ขณะเดียวกันตลอดวัน ทาง สภ.แก่งคอยได้นำเอกสาร และสิ่งของในที่เกิดเหตุฯรวบรวมเก็บมาให้ญาติๆ ผู้เสียชีวิตดูซึ่งเอกสารทรัพย์สินดังกล่าว ไม่มีเอกสารว่าไม่มีหลักฐานว่าเป็นของใครเพราะถูกไฟไหม้ดำหมด บางรายสิ่งของมีญาติๆ ตรวจพบทางตำรวจก็ให้ญาติลงชื่อรับของไป
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แก่งคอย ได้ตรวจสอบไปที่ บขส.ต้นทางทราบว่า ผู้โดยสารบางรายชื้อตั๋วแล้วไม่เดินทางแล้วได้ขายต่อให้อีกคนหนึ่ง ดังนั้นจึงทำให้รายชื่อทั้งผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บไม่ตรงกัน ทาง สภ.แก่งคอยจึงได้ประชาสัมพันธ์ให้ญาติๆผู้เสียชีวิตทั้งหมดรอผลการพิสูจน์หลักฐาน จาก DNA ก่อนจึงสามารถทราบได้ว่าศพผู้โดยสารชื่ออะไรบ้าง
ขณะที่นายสหชาญ สุขเรือง เจ้าหน้าที่ บขส.สระบุรีก ล่าวว่าทาง บขส.สระบุรีจะจ่ายเงินให้ผู้เสียชีวิตศพละ 1 แสนบาทบาด ส่วนผู้บาดเจ็บรายละ 3 หมื่นบาท







