
สังคมไทยต้องทำนอกเหนือการแก้ไข รธน.
สังคมไทยทุกวันนี้ โดยภาพรวมเรายังมีปัญหาเรื่องพฤติกรรมของคนไทยในหลายเรื่อง และเรื่องหนึ่งคือพฤติกรรมของคนไทยถูกมองว่าเป็นคนขี้โกง
สังคมไทยทุกวันนี้ โดยภาพรวมเรายังมีปัญหาเรื่องพฤติกรรมของคนไทยในหลายเรื่อง และเรื่องหนึ่งคือพฤติกรรมของคนไทยถูกมองว่าเป็นคนขี้โกง
เหมือนอย่างที่อดีตนายกรัฐมนตรีอานันท์ ปันยารชุน เคยบอกกล่าวไว้ว่า สังคมไทยเป็นสังคมที่คนไทยมีพฤติกรรม “ขี้โกง”
คำว่า “ขี้โกง” อาจจะหมายถึง คนไทยที่ไม่ซื่อสัตย์ สุจริต มีนิสัยขี้โกง มีพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชั่น รวมทั้งพฤติกรรมการใช้อำนาจหน้าที่ของตนเองไปในทางแสวงหาผลประโยชน์ให้กับตัวเองและพวกพ้อง
จึงเห็นว่า สิ่งที่คนไทยต้องมาร่วมกันคิด ร่วมกันทำ และร่วมกันสร้างสังคมไทยก็คือ “เราจะทำอย่างไรให้สังคมไทยเป็นสังคมที่คนมีความซื่อสัตย์สุจริตมากขึ้น จะทำอย่างไรจะให้คนในสังคมมีจำนวนคนขี้โกงลดน้อยลง และจะทำอย่างไรให้คนในสังคมละทิ้งประโยชน์ส่วนตนมาคำนึงถึงประโยชน์ของชาติและส่วนรวมมากขึ้น”
ผู้เขียนจึงคิดว่าทุกวันนี้การแก้ไขปัญหาสังคมไทย ผู้มีอำนาจทั้งรัฐบาล ส่วนราชการ และภาคส่วนต่างๆ กำลังหลงประเด็นกันหรือไม่ โดยคนไทยกลับไปคิดว่าการปฏิรูปการเมืองโดยการจัดให้มีการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่เป็นทางออกของการแก้ไขปัญหาสังคมไทย
จึงเห็นว่า ไม่ใช่การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นประเด็นเดียวที่จะสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ของสังคมได้ เพราะรัฐธรรมนูญไม่สามารถแก้ไขปัญหาสังคมไทยได้ทุกเรื่อง
เราจะเห็นว่า ปรากฏการณ์ในสังคมไทย แม้ว่าเราจะพยายามค้นหาวิธีการแก้ไขปัญหาสังคมด้วยวิธีการต่างๆ มากมายและวิธีหนึ่งบอกว่ารัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตย จึงจำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งในที่สุดรัฐธรรมนูญจะช่วยอุดช่องว่างการซื้อเสียงก็ไม่ได้ การคอร์รัปชั่นก็ไม่ได้
บางเสียงก็วิพากษ์ว่ามีการซื้อเสียง มีการขอเสียงโดยวิธีการต่างๆ กันให้วุ่นวายพอสมควร ตั้งแต่กระบวนการเลือกตั้ง การแจกดินสอ แจกบัตรเลือกตั้งแต่ปากทางเข้าแล้วเดินไปไหนก็ได้ และทำไมไม่แจกบัตรเลือกตั้งหน้าคูหาเลือกตั้ง
ซึ่งในการวิพากษ์วิจารณ์ในทำนองดังกล่าวล้วนแต่ส่งผลส่อไปในทำนองของการสื่อความหมายว่า เพื่อแย่งชิงเส้นทางเข้าสู่อำนาจมากกว่าคิดเป็นอย่างอื่น และเป็นไปในทำนองการชิงไหวชิงพริบใช้เล่ห์เหลี่ยม และดูประหนึ่งว่าไม่ค่อยซื่อสัตย์และไม่ค่อยชอบธรรมกันก็ตาม แล้วรัฐธรรมนูญจะแก้ไขปัญหาพฤติกรรมแบบนี้ได้หรือไม่
จึงไม่อยากให้หลงประเด็นการทุ่มเทกำลังทั้งหลายไปกับเกมการเข้าสู่อำนาจและมองประเด็นไปที่การร่างรัฐธรรมนูญมากจนเกินเหตุ
เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเพียงการจัดโครงสร้างอำนาจ การวางกรอบกติกาเท่านั้น
ที่สำคัญ แม้เราจะมีรัฐธรรมนูญให้ดีวิเศษเพียงใดก็ตาม ถ้าสังคมไทยของเรายังมีคนโกง มีคนไม่มีความซื่อสัตย์ ในที่สุดคนโกง คนไม่ซื่อสัตย์ก็จะหลีกเลี่ยงรัฐธรรมนูญได้เหมือนเดิม
ซึ่งเรามีบทเรียนให้เห็นแล้ว ดังเช่นรัฐธรรมนูญปี 2540 ที่คนไทยให้การยอมรับว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุดฉบับหนึ่ง ที่เป็นผลมาจากกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญในหลายๆ ขั้นตอน ใช้เวลาร่างกันเป็นปี ซึ่งผ่านการจัดเวทีประชาคมหลายๆ รอบ จนกว่าจะได้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540
จึงเข้าใจว่า โดยตัวรัฐธรรมนูญเองไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาอยู่ที่คนใช้รัฐธรรมนูญต่างหาก เพราะเราไม่ได้สร้างคนของเราในสังคมให้ซื่อสัตย์และให้ใช้อำนาจทางการเมืองในทางที่ถูกต้องซื่อสัตย์ สุจริต และมีคุณธรรม
จึงเห็นว่าสิ่งที่อยู่เบื้องหลังรัฐธรรมนูญต่างหากมีความสำคัญกว่ารัฐธรรมนูญ นั่นคือ “รัฐธรรมนูญในจิตใจคน รัฐธรรมนูญที่อยู่ในจิตสำนึกและจิตวิญญาณของคนในสังคมไทย” ได้แก่ การสร้างคนไทยให้มีความซื่อสัตย์สุจริตและไม่เป็นคน “ขี้โกง”
เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราจะต้องทำนอกเหนือจากรัฐธรรมนูญ ก็คือ เราจะทำอย่างไรให้คนในสังคมไทยเราเป็นสังคมที่คนไทยมีพฤติกรรมที่มีความซื่อสัตย์ สุจริต ไม่ขี้โกง หรือทำให้การทุจริตคอร์รัปชั่นลดน้อยลง ตลอดจนมีเป้าหมายส่งเสริมให้คนในสังคมมีจิตสำนึกสาธารณะที่คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมของสังคม ประเทศชาติมากกว่าประโยชน์ส่วนตน
จึงคิดว่า สิ่งที่สังคมไทยจะต้องคิดกันและทำการปฏิรูปพอๆ กับการปฏิรูปการเมือง ก็คือ การปฏิรูปคนไทย พัฒนาคนไทยให้มีความซื่อสัตย์ สุจริต และไม่มีคนขี้โกง จะทำอย่างไร
สังคมไทยจะต้องลงทุน วางแผน วางยุทธศาสตร์ของชาติ โดยเฉพาะกลไกที่จะช่วยส่งเสริมพัฒนาคนในสังคม
ยุทธศาสตร์ในเชิงนโยบายของรัฐ รัฐมนตรี และกระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนกลไกในทางสังคมภาคธุรกิจ ภาคองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม ทุกภาคส่วน และวงการสื่อสารมวลชน จะต้องร่วมด้วยช่วยกัน ผู้เขียนเข้าใจว่ากระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตลอดจนกระทรวงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับความซื่อสัตย์สุจริตและการส่งเสริมคุณธรรม ต้องร่วมมือกันวางยุทธศาสตร์ร่วม
โรงเรียน สถาบันการศึกษา จะต้องวางยุทธศาสตร์ วางพื้นฐาน “สร้างเด็กพันธุ์ใหม่ของสังคมไทย” ที่จะต้องปลูกฝัง ส่งเสริมความซื่อสัตย์ สุจริต และให้มีวินัย มีจิตสำนึกเพื่อชุมชน สังคม ประเทศชาติ
กระทรวงศึกษาธิการน่าจะนำประเด็นเหล่านี้มาเป็นประเด็นหลักในเชิงนโยบายของรัฐบาล เพื่อส่งเสริมเด็กและเยาวชนรุ่นใหม่ไม่ให้ขี้โกงและความซื่อสัตย์สุจริตของคน โดยเฉพาะองค์กรที่มีความรับผิดชอบที่ดีต่อประชาชน ควรจะให้เกียรติยกย่องชมเชย
ที่สำคัญต้องตีแผ่คนขี้โกง ทุจริต คอร์รัปชั่นให้เด็ดขาดจริงจัง และทำให้คนรู้สึกกันทั้งสังคมว่า “สังคมไทยเกลียดคนขี้โกง”
ดังนั้น จึงมีข้อเสนอว่า เป็นวาระแห่งชาติที่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องปฏิรูปคนในสังคมไทย พอๆ กับการเร่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการคิดวางยุทธศาสตร์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวเพื่อวางอนาคตสังคมไทย สร้างเด็กพันธุ์ใหม่ของสังคมให้มีอุดมการณ์แห่งความซื่อสัตย์สุจริต มีคุณธรรม โดยเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน และเกลียดคนขี้โกง
ทั้งนี้ เพราะสังคมไทยที่ผ่านมาเราสูญเสียทรัพยากรของชาติไปกับคนขี้โกงมากพอแล้ว







