posttoday
การร่วมมือกันรักษาภูมปัญญาท้องถิ่นของไทย

การร่วมมือกันรักษาภูมปัญญาท้องถิ่นของไทย

24 กรกฎาคม 2556

เราเพิ่งผ่านวันพระใหญ่มาถึง 2 วัน วันหนึ่งก็คือวันอาสาฬหบูชา ซึ่งเป็นวันที่พระพุทธเจ้าได้ทรงประกาศพระพุทธศาสนาเป็นครั้งแรก ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 หลังจากตรัสรู้ได้ 2 เดือน พระองค์ทรงแสดงปฐมเทศนาที่เรียกว่า “ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร” โปรดปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 ได้แก่ พระอัญญาโกณฑัญญะ พระวัปปะ พระภัททิยะ พระมหานามะ และพระอัสสชิ ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี แคว้นมคธ จนพระอัญญาโกณฑัญญะ ได้บรรลุธรรม และขอบวชเป็นพระภิกษุรูปแรกในพระพุทธศาสนา จึงถือว่าวันนี้มีพระรัตนตรัยครบองค์สามบริบูรณ์ครั้งแรกในโลก คือ มีทั้งพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์

เราเพิ่งผ่านวันพระใหญ่มาถึง 2 วัน วันหนึ่งก็คือวันอาสาฬหบูชา ซึ่งเป็นวันที่พระพุทธเจ้าได้ทรงประกาศพระพุทธศาสนาเป็นครั้งแรก ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 หลังจากตรัสรู้ได้ 2 เดือน พระองค์ทรงแสดงปฐมเทศนาที่เรียกว่า “ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร” โปรดปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 ได้แก่ พระอัญญาโกณฑัญญะ พระวัปปะ พระภัททิยะ พระมหานามะ และพระอัสสชิ ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี แคว้นมคธ จนพระอัญญาโกณฑัญญะ ได้บรรลุธรรม และขอบวชเป็นพระภิกษุรูปแรกในพระพุทธศาสนา จึงถือว่าวันนี้มีพระรัตนตรัยครบองค์สามบริบูรณ์ครั้งแรกในโลก คือ มีทั้งพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์

และอีกวันหนึ่งก็คือวันเข้าพรรษาที่เพิ่งผ่านมา ผู้เขียนจึงคิดว่าน่าจะหาเรื่องดีๆ มาเขียนอีกสักวัน และก็น่าจะเป็นเรื่องเบาๆ ไม่เป็นวิชาการมากนัก หลังจากที่หยุดยาวกันมา 34 วัน พอดีจำได้ว่าเคยอ่านข่าวที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาช่วยหาทางผลักดันข้าวเจ้าปัญหาที่รัฐบาลตุนไว้ในสต๊อกออก โดยนำมาใส่ถุงหรือกระเป๋ายี่ห้อ “นารายา” (Naraya) เนื่องจากนารายาเป็นตราหรือยี่ห้อของคนไทย ที่เป็นประเภทกระเป๋าผ้า ถุง และกระเป๋าใส่เครื่องห้องน้ำต่างๆ ที่มีชื่อเสียงโดยเฉพาะในแถบเอเชีย จะเห็นได้ว่านารายามีร้านของตัวเอง (Shop) ตามที่ต่างๆ เช่น Central World ที่ชาวต่างชาติต้องแวะมาซื้อกันเป็นถุงใหญ่ ถ้าเดินผ่านไปก็จะเห็นคนในร้านและหน้าร้านหนาตา เป็นที่น่าภูมิใจของคนไทย การนำมาช่วยกันในเรื่องข้าวหอมมะลิของไทยได้โดยขายเป็นสินค้าคู่แฝดกันก็น่าจะเป็นเรื่องดี ดังเช่นสมัยที่ผู้เขียนยังดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ก็มีความตกลงกันกับฝรั่งเศส ทำสินค้าคู่แฝดระหว่าง แชมเปญ “ดองปริยองส์” กับผ้าไหมยกดอกลำพูน โดยใช้ผ้าไหมยกดอกลำพูนทำเป็นผ้าหุ้มกล่อง แต่ก็น่าเสียดายที่ไม่เข้ามาแพร่หลายในเมืองไทย

สาเหตุที่จับคู่สินค้าแชมเปญกับผ้าไหมยกดอกลำพูนก็เนื่องจากสินค้าทั้งสองชนิดเป็นสินค้าที่เรียกว่า “สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์” (GI : Geographical Indication) คือเป็นสินค้าที่มีการผลิตโดยขึ้นอยู่กับสภาพดินฟ้าอากาศในท้องถิ่นนั้นๆ รวมถึงภูมิปัญญาของคนในท้องถิ่นด้วย กรณีของแชมเปญก็เป็นเรื่องขององุ่นและการเก็บแชมเปญไว้ใต้ดินในท้องถิ่นนั้น รวมถึงภูมิปัญญาในการหมุนแกว่งขวดในแต่ละช่วงด้วย ส่วนไหมยกดอกลำพูนก็เป็นเรื่องของการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและภูมิปัญญาในเรื่องของการทอของคนในท้องถิ่น ซึ่งสำหรับประเทศไทยนั้น พระราชบัญญัติ เรื่อง GI ได้รวมสินค้าหัตถกรรมไว้ด้วย แต่สหภาพยุโรปนั้นกฎหมายเขาจะรับแต่เรื่องสินค้าเกษตร อย่างไรก็ตาม กำลังมีการพิจารณารวมสินค้าหัตถกรรมเข้าไว้ด้วย ซึ่งถ้าเป็นจริง ผ้าไหมหลายประเภทของไทย ไม่ว่าจะเป็นไหมยกดอกลำพูน แพรวา กาฬสินธุ์ หรือแม้แต่ผ้าตีนจก ก็คงได้ไปจด GI ในสหภาพยุโรป

พูดถึงผ้าตีนจก ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เป็นความน่าภาคภูมิใจของคนไทย ในเรื่องของความร่วมมือร่วมใจกันดำรงไว้ซึ่งวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทย เนื่องจากการ “จก” ผ้านั้นเป็นภูมิปัญญาที่ถ่ายทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษของคนใน อ.แม่แจ่ม หากไม่ช่วยกันอนุรักษ์ไว้ ในที่สุดก็คงหายไป แต่ปรากฏว่ามีการพยายามรักษาไว้ เช่น การกำหนดให้นักเรียนนุ่งซิ่นตีนจกไปโรงเรียน ซึ่งถ้าผู้เขียนจำไม่ผิดน่าจะเป็นสัปดาห์ละครั้ง ทำให้ผู้ปกครองต้องยังคง “จก” ผ้าให้ หรืออาจหาลายง่ายๆ ให้ลูกสาว “จก” เอง ทำให้ภูมิปัญญาเหล่านี้ยังคงอยู่ ต่างกับบางท้องถิ่นซึ่งการส่งเสริมในบางเรื่องของรัฐบาลอาจมีผลไปทำลายสภาพแวดล้อมและภูมิปัญญาท้องถิ่นเอง เช่น เรื่องของการจักรสานตะกร้าและกระเป๋าในท้องถิ่นหนึ่ง ซึ่งต้องใช้ไผ่ปล้องสั้นที่ขึ้นในท้องถิ่นนั้นเท่านั้น ซึ่งจะได้สินค้าทรงเตี้ย เช่นถ้าเป็นกระเป๋า ก็กระเป๋าทรงเตี้ย แต่เมื่อมีการส่งเสริมไปจนถึงการส่งออก ตลาดมีความต้องการกระเป๋าทรงสูงบ้างตามสมัยนิยม จึงต้องใช้ไผ่จากแหล่งอื่น ซึ่งเป็นไผ่ปล้องยาว ประกอบกับความเจริญที่เพิ่มขึ้น ทำให้ไผ่ปล้องสั้นหายไปในที่สุด พร้อมๆ กับภูมิปัญญาในเรื่องของการจักสาน ที่มีผู้รู้จักวิธีการสานลดลง เยาวชนรุ่นหลังๆ ก็จะสานไม่เป็น และที่น่าตกใจคือ ในท้องถิ่นนั้นไม่สามารถปลูกไผ่ปล้องสั้นได้อีก เนื่องจากสภาพดินฟ้าอากาศและท้องถิ่นที่เปลี่ยนแปลงไป

ผู้เขียน เขียนมาเสียยืดยาวแล้วก็อดแวะกลับมาเรื่องข้าวที่จะใส่ถุงหรือกระเป๋าของ Naraya ไม่ได้ เพราะไม่แน่ใจว่าข้าวที่จะนำไปขายร่วมกันนั้นเป็นข้าวอะไร ถ้าเป็นข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ที่ไทยได้ขึ้นทะเบียน GI ไว้ รวมทั้งนำไปขึ้นทะเบียน หรือ จด GI จนสำเร็จที่สหภาพยุโรปด้วย ก็ต้องระวังเรื่องคุณภาพให้ดี ผู้เขียนจะไม่พูดถึงคุณภาพในแง่สารพิษตกค้างหรือสุขอนามัย แต่เอาแง่ของการเป็น GI ที่แท้จริงก็พอ เพราะในสหภาพยุโรปเขามีการตรวจกันอย่างเข้มข้นและซื่อตรงว่าต้องเป็นของท้องถิ่นจริงๆ การควบคุมตรวจสอบจะมี 2 ขั้นตอน คือ

การตรวจสอบภายใน ได้แก่ การตรวจสอบและควบคุมกันเอง กับ

การตรวจสอบจากภายนอก ได้แก่ การมีหน่วยงานจากภายนอกเข้าไปตรวจสอบ

การตรวจสอบภายในจะทำได้เข้มงวดรัดกุมและซื่อตรงไหม ส่วนหน่วยงานที่ตรวจสอบจากข้างนอกจะเป็นหน่วยงานใด กรมการข้าว กระทรวงเกษตรฯ หรือ?

ตอนนี้ก็เป็นที่ทราบและยอมรับกันพอสมควรว่ามีการขนข้าวจากนอกประเทศเข้ามาจำนำด้วย แล้วทำอย่างไรจะให้แน่ใจว่าข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ จะเป็นข้าวในท้องถิ่นจริงๆ มีคำถามมากมายที่ต้องการคำตอบและความโปร่งใสในเรื่องนี้ ระวังก็แล้วกันว่าที่เพิ่งไปขึ้นทะเบียน GI ได้มาหมาดๆ จะถูกเพิกถอนเสีย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท