
ทองคำควงตลาดหุ้นเอเชียวิ่งฉิวแนะขายทำกำไรบ้าง
ทองคำควงตลาดหุ้นเอเชียวิ่งปลิวลม นักลงทุนชักไม่กลัวเศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงเสียแล้ว หนุนทองคำในตลาดล่วงหน้าตลาดโลกทะลุ 1,300 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ราคาบ้านเราจ่อ 2 หมื่นบาท ดัชนีหุ้นไทยทะลุ 1,500 จุดอย่างแข็งแกร่ง โดยนายกรัฐมนตรีจีนออกมายืนยันว่าเศรษฐกิจคงจะไม่ขยายตัวน้อยไปกว่า 7% และเป็นอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจต่ำสุดที่ผู้บริหารระดับนโยบายยอมรับได้
ทองคำควงตลาดหุ้นเอเชียวิ่งปลิวลม นักลงทุนชักไม่กลัวเศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงเสียแล้ว หนุนทองคำในตลาดล่วงหน้าตลาดโลกทะลุ 1,300 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ราคาบ้านเราจ่อ 2 หมื่นบาท ดัชนีหุ้นไทยทะลุ 1,500 จุดอย่างแข็งแกร่ง โดยนายกรัฐมนตรีจีนออกมายืนยันว่าเศรษฐกิจคงจะไม่ขยายตัวน้อยไปกว่า 7% และเป็นอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจต่ำสุดที่ผู้บริหารระดับนโยบายยอมรับได้
จิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวว่า ในเช้าวันที่ 23 ก.ค. ราคาทองคำปรับขึ้น 450 บาท ตามราคาทองคำตลาดโลก แม้ว่าจะเปิดกระชากขึ้นแต่ยังไม่เท่ากับราคาที่ลดลงไปก่อนหน้านี้
จากช่วงเดือน เม.ย.-มิ.ย. ที่ราคาทองคำตกลงมาเนื่องจากมีความกังวลว่าเฟดจะยกเลิกมาตรการคิวอี ทำให้นักลงทุนมีการตัดใจขายขาดทุนกันมากในช่วงราคา 1.7-1.8 หมื่นบาท
“ราคาทองคำที่ปรับเพิ่มขึ้นมาทันที 450 บาท ก็ยังไม่เท่ากับราคาทองคำที่ร่วงลงไปก่อนหน้านี้ ซึ่งก็ย้ำมาตลอดว่าตลาดทองคำยังมีความผันผวนและถือว่าไม่ปกติ กองทุนขนาดใหญ่มีการปั่นราคาเก็งกำไรกันอยู่ ซึ่งนักลงทุนต้องระมัดระวังการลงทุน” จิตติ กล่าว
สำหรับในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาก็ยังมีลูกค้ามาขายทองคำมากกว่าซื้อ แต่วันที่ 23 ก.ค.นี้ ลูกค้าก็เริ่มทยอยกลับมาซื้อมากกว่าขาย และก็เริ่มมีความเชื่อมั่นว่าราคาทองคำจะปรับขึ้นมา
อย่างไรก็ตาม แนะนำนักลงทุนให้เก็งกำไรระยะสั้นเท่านั้น ซึ่งราคาขึ้นมากก็รีบขายทำกำไรก่อนดีกว่า แต่ก็ยังเชื่อมั่นว่าราคาในไตรมาส 3 จะปรับตัวขึ้นอยู่ที่ระดับ 1,400 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ หากค่าเงินอยู่ที่ระดับ 30.95 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จะทำให้ราคาทองคำกลับมาแตะที่ 2 หมื่นบาทได้
บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน คาดธนาคารกลางจีนได้ตัดสินใจยกเลิกการควบคุมอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ และเปิดทางให้สถาบันการเงินสามารถกำหนดอัตราดอกเบี้ยได้ด้วยตนเอง ส่งผลให้นักลงทุนมีมุมมองที่ดีขึ้นต่อทองคำ และกำลังปรับตัวรับข่าว โดยหวังว่าความเคลื่อนไหวนี้อาจช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจีนและอาจนำไปสู่การปฏิรูปภาคการเงินจีนในอนาคต
“ราคาทองคำว่าจะสามารถยืนเหนือบริเวณ 1,320 เหรียญสหรัฐได้อย่างแข็งแกร่ง น่าจะขยับขึ้นชนแนวต้านในโซน 1,340 หรือ 1,350 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไร เนื่องจากราคายังอยู่ในช่วงของการปรับฐาน สำหรับนักลงทุนที่สะสมไว้อาจมีการขายทำกำไรบางส่วนออกมาบ้าง” บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แนะนำ
ด้านตลาดหุ้นไทย ก็เปิดกระโดดพรวดเดียวเกือบ 20 จุด ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวตามตลาดเอเชีย จนกระทั่งมาปิดตลาดสูงสุดของวัน 1,513.31 จุด เพิ่มขึ้น 31.47 จุด หรือ 2.12% มูลค่าการซื้อขาย 50,500.14 ล้านบาท แต่นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิเพียง 549 ล้านบาทเท่านั้น
มาร์เก็ตติ้ง กล่าวว่า ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นทั่วเอเชีย นำโดยตลาดฮ่องกงดีดขึ้นแรงที่สุดถึง 2.33% หรือ 498 จุด ตามมาด้วยตลาดหุ้นไทย เนื่องจากตลาดได้รับปัจจัยบวกจากการที่พรรครัฐบาลญี่ปุ่นชนะการเลือกตั้งสภาสูง และจีนยกเลิกการควบคุมอัตราดอกเบี้ยเงินกู้
“ผลของการเลือกตั้งของญี่ปุ่นสะท้อนว่าจะมีการอัดฉีดกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง รวมถึงเศรษฐกิจจีน ก็ไม่น่าแย่ลงมากนัก ทำให้เศรษฐกิจในภูมิภาคนี้เติบโตได้ และมีผลต่อเนื่องถึงความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในปีนี้ และจีนยังมีความต้องการซื้อทองคำเพิ่มขึ้น”







