
อลงกรณ์เสนอร่างนิรโทษให้ปชป.พิจารณา
อลงกรณ์เสนอร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม 8 มาตราให้ที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์พิจารณา ลั่นพรรคต้องหาทางออกให้ประเทศ
อลงกรณ์เสนอร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม 8 มาตราให้ที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์พิจารณา ลั่นพรรคต้องหาทางออกให้ประเทศ
นายอลงกรณ์ พลบุตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า จะเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่มีทั้งหมด 8 มาตรา เข้าที่ประชุม ส.ส.พรรค ในวันที่ 30 ก.ค.นี้ เพื่อให้พรรคพิจารณา โดยร่างดังกล่าวยึดสาระสำคัญของ ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับประชาชน ของกลุ่มญาติวีรชนเมษาฯ-พฤษภาฯ เลือด ปี 2553 เป็นหลัก แต่จะมีการปรับปรุง 2-3 ประเด็นที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้ให้ความเห็น เช่น กรอบเวลา และความผิดประเภทอื่นที่จะต้องไม่เข้ามาอยู่ในกรอบของกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งขึ้นอยู่กับที่ประชุมพรรคจะเห็นชอบหรือไม่
ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์มีความชัดเจนว่าเห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมให้ประชาชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการชุมนุมและแสดงออกทางการเมือง เพียงแต่ยังไม่มีการริเริ่มให้มี พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับของพรรค แต่เมื่อมีร่างกฎหมายฉบับประชาชนเสนอมาก็สะท้อนให้เห็นว่า ร่างกฎหมายต่างๆที่บรรจุในวาระสภาไม่สามารถตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาของประชาชนได้
นายอลงกรณ์กล่าวอีกว่า ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง หากมีการริเริ่มปรองดองด้วยการนิรโทษกรรม ประชาชนทุกสีทุกกลุ่มรวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่ทำตามกฎหมายโดยไม่ควรแก่เหตุ ก็สมควรได้รับการยกโทษ ซึ่งควรจะมีร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายได้ โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรง
นายอลงกรณ์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ต้องหาทางออกให้กับประเทศ โดยต้องดำเนินการที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่วิพากษ์วิจารณ์ให้ความเห็น เพราะเป็นพรรคการเมืองใหญ่ เคยเป็นทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน จึงถึงเวลาที่บทบาทหน้าที่ของพรรคต้องเปลี่ยนแปลง
"ผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้จะเป็นก้าวแรกของการสร้างความสมานฉันท์ปรองดอง ความเห็นของหัวหน้าพรรคก็เห็นด้วยกับเนื้อหาสาระ และลักษณะการบัญญัติกฎหมาย ส่วน 2-3 ประเด็นที่ต้องมีการหารือเพิ่มเติม ผมก็ได้บรรจุไว้ในร่างกฎหมายแล้ว ทั้งนี้ร่างกฎหมายนี้จะได้รับความเห็นชอบก็ต่อเมื่อมุ่งไปที่การนิรโทษกรรมให้ประชาชนเท่านั้น ต้องไม่มีการพ่วงความผิดอย่างอื่น ไม่ว่าจะเป็นทุจริต หมิ่นสถาบัน ซึ่งเป็นประเด็นที่สร้างความไม่ไว้วางใจในร่างที่ ส.ส.รัฐบาลเสนอเข้ามา และเดินไปไม่ได้"นายอลงกรณ์กล่าว







