posttoday
เวทีรับฟังความเห็นโครงการน้ำ 3 แสนล้านต้นทุนแพง ที่ต้องทำให้คุ้มค่า

เวทีรับฟังความเห็นโครงการน้ำ 3 แสนล้านต้นทุนแพง ที่ต้องทำให้คุ้มค่า

23 กรกฎาคม 2556

ภายหลังจากศาลปกครองกลางมีคำสั่งเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2556 ให้รัฐบาลดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 57 วรรคสอง และมาตรา 67 วรรคสอง ต้องจัดให้มีกระบวนการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างทั่วถึง ก่อนดำเนินโครงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 3.5 แสนล้านบาท เรื่องนี้ได้กลายมาเป็นประเด็นร้อน และเป็นอีกหนึ่งโจทย์การบ้านที่ทดสอบฝีมือการบริหารของรัฐบาล ในด้านหนึ่งทางรัฐบาลได้เริ่มวางแผนการจัดเวทีรับฟังความเห็นตามคำสั่งศาล ในขณะที่อีกด้านหนึ่งได้ให้หน่วยงานด้านกฎหมายพิจารณาว่าพอจะมีประเด็นหรือข้อมูลที่มีน้ำหนักเพียงพอต่อการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดหรือไม่

ภายหลังจากศาลปกครองกลางมีคำสั่งเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2556 ให้รัฐบาลดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 57 วรรคสอง และมาตรา 67 วรรคสอง ต้องจัดให้มีกระบวนการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างทั่วถึง ก่อนดำเนินโครงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 3.5 แสนล้านบาท เรื่องนี้ได้กลายมาเป็นประเด็นร้อน และเป็นอีกหนึ่งโจทย์การบ้านที่ทดสอบฝีมือการบริหารของรัฐบาล ในด้านหนึ่งทางรัฐบาลได้เริ่มวางแผนการจัดเวทีรับฟังความเห็นตามคำสั่งศาล ในขณะที่อีกด้านหนึ่งได้ให้หน่วยงานด้านกฎหมายพิจารณาว่าพอจะมีประเด็นหรือข้อมูลที่มีน้ำหนักเพียงพอต่อการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดหรือไม่

กรณีนี้ไม่ใช่คดีแรกที่ศาลปกครองสั่งให้หน่วยงานภาครัฐปฏิบัติตามมาตรา 67 วรรคสอง เมื่อปี 2552 เคยมีกรณีการสั่งระงับการดำเนินโครงการ 76 โครงการในเขตพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดและบริเวณใกล้เคียง แต่กรณีนี้นับเป็นครั้งแรกที่ศาลปกครองได้มีคำสั่งเกี่ยวกับมาตรา 57 วรรคสอง ซึ่งเป็นการวางบรรทัดฐานต่อการปฏิบัติตามมาตรานี้ในอนาคต

ในด้านการเตรียมแผนการจัดรับฟังความเห็นจากประชาชน รัฐบาลเตรียมจัดเวทีทั้งในระดับชาติ ตั้งเป้าหมายให้มีผู้เข้าร่วม 20,000 คน เวทีระดับภูมิภาค (ต้นน้ำ–กลางน้ำ–ปลายน้ำ) ตั้งเป้าหมายผู้เข้าร่วมพื้นที่ละ 10,000 คน และเวทีระดับจังหวัด ตั้งเป้าหมายจังหวัดละ 5,000 คน โดยจะดำเนินการให้เสร็จภายใน 3 เดือน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป การจัดเวทีรับฟังความเห็นจากภาคประชาชนครั้งนี้จะมีต้นทุนที่ต้องจ่ายเป็นจำนวนมาก ทั้งในด้านงบประมาณ เวลา และกำลังคน

ทำอย่างไรจะให้เวทีการรับฟังความเห็นจากประชาชนมีความคุ้มค่า คุ้มกับต้นทุนงบประมาณซึ่งมาจากภาษีของประชาชน และต้นทุนในด้านอื่นๆ ? ข้อพิจารณาและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับเรื่องนี้มี 3 ประการ

1.เป้าหมายของการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น

เป็นที่ชัดเจนว่า เวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะคำสั่งของศาลปกครองกลาง ไม่ได้เป็นความริเริ่มที่มาจากฝ่ายรัฐบาล อย่างไรก็ดี เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว สิ่งที่รัฐบาลต้องทำตามแก่นสาระสำคัญของคำสั่งศาล คือ ต้องยึดถือเจตนารมณ์ของบทบัญญัติมาตรา 57 วรรคสอง และมาตรา 67 วรรคสอง พูดอีกแบบหนึ่งก็คือ ไม่ใช่การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นขึ้นมาเพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งศาล หรือจัดเวทีเพื่อให้ครบถ้วนตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ แต่ต้องจัดเวทีเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เพื่อให้ได้ข้อมูลและข้อคิดเห็นที่รอบคอบและรอบด้าน และที่สำคัญ คือ นำข้อมูล ข้อคิดเห็น และข้อเสนอต่างๆ จากเวทีไปใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า ใช้ในการปรับปรุงการดำเนินโครงการ และใช้ประกอบการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ

มีข้อเสนอเกี่ยวกับประเด็นนี้ว่า เมื่อจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเสร็จแล้ว ควรจัดทำเอกสารรายงานอย่างน้อย 2 ฉบับ ฉบับแรกเป็นรายงานที่รวบรวมและสรุปความคิดเห็นที่ได้จากการจัดเวที ฉบับที่สองเป็นรายงานที่ชี้แจงและแสดงให้เห็นว่าได้นำความคิดเห็นต่างๆ ที่ได้จากการจัดเวทีไปใช้ประโยชน์อย่างไร และมีคำอธิบายชี้แจงต่อความคิดเห็นที่แตกต่างไปจากแนวทางที่รัฐบาลกำหนดไว้ในโครงการน้ำ 3.5 แสนล้าน

2.เนื้อหาสาระของการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น

โครงการน้ำ 3.5 แสนล้าน มีเนื้อหารายละเอียดอยู่มาก เนื้อหาที่ควรเป็นสาระสำคัญของการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น คือ ทำไมต้องมี 9 โมดูล? มีทางเลือกในการบริหารจัดการน้ำที่แตกต่างไปจาก 9 โมดูลหรือไม่? และทำไมรัฐบาลถึงไม่ใช้ทางเลือกแบบอื่นๆ ? การบริหารจัดการน้ำโดย 9 โมดูลนี้ มีข้อดีกว่าทางเลือกอื่นอย่างไร?

ประเด็นข้อคำถามข้างต้นเป็นความเคลือบแคลงสงสัยของหลายฝ่าย และเป็นเหตุผลสำคัญที่นำไปสู่การฟ้องคดีต่อศาลปกครอง รัฐบาลควรใช้โอกาสนี้ในการชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับเหตุผลที่มาและสาระสำคัญของ 9 โมดูล และใช้โอกาสนี้ในการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ทางเลือกใหม่ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินโครงการบริหารจัดการน้ำ แม้ว่าจะแตกต่างไปจากแนวคิดเดิมที่มีอยู่ในโครงการ

3.กระบวนการและกติกาของการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น

กระบวนการรับฟังความเห็นจากภาคประชาชนเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ โดยเฉพาะการรับฟังความเห็นต่อเรื่องที่มีปัญหาความขัดแย้งสูงอยู่ในตัวเอง และมีข้อโต้เถียงในหลากหลายมิติ ดังเช่นกรณีโครงการน้ำ 3.5 แสนล้าน ต้องอาศัยผู้ที่มีความเข้าใจ มีทักษะ และมีประสบการณ์ มาร่วมกำหนดกระบวนการและกติกาการจัดเวทีอย่างรอบคอบ เกิดประโยชน์สูงสุด ได้ผลลัพธ์เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย บรรลุเป้าหมายตามข้อ 1 ที่กล่าวไว้ข้างต้น และไม่ให้เวทีการจัดรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้กลายเป็นชนวนความขัดแย้งเพิ่มเติม หรือกลายเป็นคดีฟ้องร้องเพิ่มขึ้นมาอีก

ตัวอย่างเรื่องกติกาและกระบวนการที่ต้องกำหนดให้ชัดเจนและเหมาะสม เช่น ผู้เข้าร่วมเวทีต้องได้รับเอกสารและมีเนื้อหาอย่างไรที่เพียงพอต่อการเข้าร่วมเวที ต้องได้รับเอกสารล่วงหน้าอย่างน้อยกี่วัน เพื่อการศึกษาเนื้อหาข้อมูลได้เหมาะสม องค์ประกอบและสัดส่วนของผู้เข้าร่วมเวที รูปแบบหรือวิธีการในการแสดงความคิดเห็น ฯลฯ

รัฐบาลควรประสานเชิญบุคคลหรือหน่วยงานต่างๆ ที่มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้มาช่วยให้ข้อเสนอแนะต่อการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น เช่น สถาบันพระปกเกล้า คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาฯ

ไม่มีใครปฏิเสธว่าการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งของประเทศไทย และเป็นเรื่องที่ต้องเร่งผลักดันดำเนินการ รัฐบาลควรใช้เวทีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่กำลังจะจัดขึ้นให้เกิดประโยชน์มากที่สุดต่อการปรับปรุงโครงการบริหารจัดการน้ำ เป็นเวทีที่ได้ฟัง ได้ยิน และได้นำไปใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่ากับต้นทุนที่ทุกฝ่ายต้องจ่ายและร่วมกันแบกรับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท