posttoday
รณรงค์3เดือนพักตับเข้าพรรษา

รณรงค์3เดือนพักตับเข้าพรรษา

23 กรกฎาคม 2556

โดย...สุภชาติ เล็บนาค

โดย...สุภชาติ เล็บนาค

ยอดไลค์พุ่งขึ้นถึง 5,000 คนแล้ว สำหรับแฟนเพจสวนกระแสอย่าง “ซดเหล้าเข้าพรรษา” ที่เกิดขึ้นท่ามกลางการรณรงค์ “งดเหล้าเข้าพรรษา” ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และเครือข่าย

เพจ “ซดเหล้าเข้าพรรษา” โปรยหัวด้วยเนื้อหา 3 ข้อหลัก ได้แก่ 1.การดื่มสุรามีผลร้ายต่อสุขภาพจริง แต่นั่นเป็นเรื่องของปัจเจกของใครของมัน 2.การดื่มสุรามีผลร้ายต่อสังคมโดยรวมจริง เช่น อุบัติเหตุ หรือสุขภาพที่เสื่อมโทรมของประชากรก็ทำให้ประเทศอ่อนแอ แต่รัฐก็ควบคุมการบริโภคผ่าน “ภาษีบาป” ของสินค้าพวกนี้ไปแล้ว รัฐได้เงินจากผู้บริโภคไปมหาศาลในแต่ละปี

3.การควบคุมการบริโภคสุราเป็นเรื่องปกติสามัญ แต่สิ่งที่ไม่ปกติในประเทศไทยคือการควบคุมโดยการอ้าง “ศาสนา” ไม่ใช่เรื่องสวัสดิการของสังคมโดยรวมแต่อย่างใด ซึ่งท้าทายมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 ก.ค. ที่เห็นชอบประกาศให้ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษานี้ เป็นช่วงกิจกรรม “งดดื่มสุราแห่งชาติ ทำความดีถวายในหลวง” ตามที่คณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติเสนอ

“มันไม่ใช่กฎหมาย เราไม่ได้บอกว่าใครไม่งดดื่มเหล้าจะติดคุกนะ เราไม่เคยใช้ศาสนาหรือจริยธรรมใดๆ มาบังคับให้ใครต้องงดดื่ม เพียงแต่เป็นช่วงของการรณรงค์ ‘พักตับ’ เป็นระยะเวลา 3 เดือน และสร้างการรับรู้ใหม่ๆ เท่านั้น เหมือนเป็นการใช้ทุนทางสังคมมากดดันสิ่งที่ไม่ดีเท่านั้น ใครอยากกินก็กินต่อเท่านั้นเอง เราไม่ได้ห้าม” ภก.สงกรานต์ ภาคโชคดี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) พูดถึงเพจ “ซดเหล้าเข้าพรรษา”

เขาบอกว่า แนวทางที่ สคล.และรัฐบาลกำหนดนั้นไม่ได้คิดขึ้นเอง หากแต่องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ก็มีแนวคิดสนับสนุนโครงการรณรงค์งดดื่มเหล้าเช่นเดียวกัน โดยแคมเปญงดเหล้าเข้าพรรษา ของ สสส. ก็เป็นหนึ่งในโมเดลที่ดับเบิลยูเอชโอยกให้หลายประเทศดูเป็นตัวอย่าง

ผู้อำนวยการ สคล. บอกว่า ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาแคมเปญ “งดเหล้าเข้าพรรษา” เป็นแคมเปญที่ประสบความสำเร็จ ที่เห็นผลจริงๆ โดยในช่วงแรกของการรณรงค์ในช่วง 2-3 ปีแรก มีผู้ที่เลิกกินเหล้าช่วงเข้าพรรษาประมาณ 15% แต่ในช่วง 2-3 ปีให้หลัง มีผู้ลดเหล้ามากกว่า 50% ส่วนผู้ที่ลดได้ตลอด 3 เดือน ของเทศกาลเข้าพรรษานั้น มีมากกว่า 5 ล้านคน จากทั้งหมด 17 ล้านคน

ภก.สงกรานต์ ระบุอีกว่า หากคิดเป็นมูลค่าเชิงเศรษฐกิจแล้ว อัตราส่วนเงินค่าเหล้าที่ประหยัดได้นั้น มากถึงประมาณ 23 หมื่นล้านบาท ส่วนมูลค่าทางสังคมนั้น สามารถสร้างค่านิยมใหม่ๆ อาทิ ผลวิจัยความสุขช่วงเข้าพรรษาที่มากขึ้น เพราะหลายครอบครัวรอเวลาช่วงเข้าพรรษาเพื่อที่พ่อจะได้เลิกเหล้า และได้มีเวลาครอบครัวมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันสถิติอุบัติเหตุในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ และช่วงวันหยุดยาว ก็ลดลงไปมากกว่าครึ่ง

ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา แผนรณรงค์หลายๆ อย่างของงดเหล้าเข้าพรรษา ถือเป็นที่จดจำอย่าง “จน เครียด กินเหล้า” โดยในปีนี้ สคล. ใช้ธีมว่า “ให้พ่องดเหล้า” โดยจะไม่ใช่แนวตลกอย่างหลายปีที่ผ่านมา และจะเน้นว่าในช่วงเข้าพรรษา 60 วัน ถือเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดของครอบครัว

ภก.สงกรานต์ ทิ้งท้ายว่า อยากให้ช่วงเทศกาลเข้าพรรษา 3 เดือนนี้ เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของทุกคน และวิธีหนึ่งที่จะมีความสุขก็คือการงดดื่มสุรา ส่วนใครที่ยืนยันจะ “ซดเหล้า” ต่อนั้น ก็แล้วแต่สิทธิส่วนบุคคล ห้ามไม่ได้ แต่หากลดลงได้บ้าง ก็จะเป็นเรื่องที่ดีต่อสุขภาพตัวเอง และคนรอบข้างต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท