posttoday
พาณิชย์ดึงผู้ส่งออกเจาะตลาดสูงอายุ

พาณิชย์ดึงผู้ส่งออกเจาะตลาดสูงอายุ

23 กรกฎาคม 2556

พาณิชย์ทำแผนบุกตลาดส่งออกผู้สูงอายุ หลังพบทั่วโลกมีความต้องการสูง นำร่องที่ญี่ปุ่น

พาณิชย์ทำแผนบุกตลาดส่งออกผู้สูงอายุ หลังพบทั่วโลกมีความต้องการสูง นำร่องที่ญี่ปุ่น

นางจันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาการค้าและธุรกิจไลฟ์สไตล์ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้แนวโน้มของโลกในหลายๆ ประเทศ มีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น จึงเป็นโอกาสดีที่ผู้ประกอบการไทยจะผลิตและส่งออกสินค้าสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ โดยกรมอยู่ระหว่างการจัดทำแผนในการส่งเสริมและผลักดันการส่งออกสินค้ากลุ่มนี้ เพราะเห็นแนวโน้มการเติบโต และหากไทยสามารถเข้ายึดครองตลาดได้ก่อน ก็จะสร้างโอกาสในการส่งออกได้ก่อนคู่แข่งอื่นๆ

ทั้งนี้ เบื้องต้นกรมมีสินค้าเป้าหมายที่จะสนับสนุน ได้แก่ ของเล่น โดยอยู่ระหว่างประสานงานกับสมาคมอุตสาหกรรมของเล่นไทย เพื่อพิจารณาว่ามีบริษัทไหนผลิตของเล่นสำหรับผู้สูงอายุบ้าง และมีสินค้าอะไรบ้าง เพื่อช่วยทำแผนโปรโมตสินค้าเหล่านั้น และเชิญผู้ซื้อจากกลุ่มประเทศเป้าหมายเข้ามาเลือกซื้อสินค้า โดยจะนำร่องในการจัดงานแสดงสินค้าของขวัญและของใช้ของตกแต่งบ้าน (BIGBIH) เดือน ต.ค.นี้

อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามเบื้องต้น สมาคมของเล่นยืนยันว่ามีลูกค้ามาจ้างให้ผลิตสินค้าสำหรับผู้สูงอายุจำนวนมากขึ้น แต่ยังไม่ได้รวบรวมว่ามีสินค้าใดบ้าง ยอดสั่งซื้อสินค้าประมาณเท่าไหร่ กรมจึงแจ้งภาคเอกชนว่าต้องการเข้ามาสนับสนุน และจะช่วยโปรโมตให้ เพราะของเล่นสำหรับผู้สูงอายุไม่เพียงแต่ช่วยในการออกกำลังกาย ยังช่วยฝึกทักษะ ฝึกสมาธิ และแก้ไขโรคกล้ามเนื้อได้ด้วย

สำหรับแผนขั้นต่อไป กรมจะจัดระดมความคิดเห็นในวันที่ 6 ส.ค.นี้ เน้นที่ตลาดญี่ปุ่น โดยจะเชิญผู้ประกอบการจากกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ อาหาร ของใช้ภายในบ้าน ของตกแต่งบ้าน เสื้อผ้า เครื่องครัว ยาเสริมสุขภาพ เพื่อมาร่วมกันทำแผนว่า ในสินค้าแต่ละรายการจะมีการพัฒนาให้เหมาะสำหรับผู้สูงอายุได้อย่างไร เมื่อได้ข้อสรุปแล้วก็จะช่วยในการจัดทำแผนในการผลักดันการส่งออกต่อไป

“อย่างสินค้าพวกอาหาร เราต้องเน้นประเภทที่มีไขมันต่ำ ต้องเปิดกินง่าย หรือเสื้อผ้าต้องสวมสบาย มีดีไซน์ให้เหมาะกับผู้สูงอายุ หรือพวกของใช้ ของแต่งบ้าน เครื่องครัว ต้องทำให้หยิบจับได้ง่าย อะไรแบบนี้ ถ้าทำได้ก็จะมีโอกาสที่จะส่งออกสินค้าที่กำลังเป็นเทรนด์ของโลกได้” นางจันทิรา กล่าว

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 21-25 พ.ค. ที่ผ่านมา กรมได้นำผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีจากไทย 24 ประเภท ในกลุ่มสินค้าอาหาร แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ โอท็อป สินค้าสปา และสินค้าเพื่อความงาม ไปเจรจาสร้างเครือข่ายธุรกิจระหว่างธุรกิจไทยและญี่ปุ่นร่วมกัน โดยเน้นการผลิตสินค้าป้อนตลาดผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่น หรืออายุ 50 ปีขึ้นไป ที่เกษียณตัวเองจากงาน แต่มีกำลังซื้อสูงจากเงินบำเหน็จบำนาญ

ทั้งนี้ ประชากรในญี่ปุ่นที่อายุเกิน 65 ปี มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ผลิตอาหารของญี่ปุ่นพัฒนาและเปิดตัวอาหารใหม่ที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ และมียอดจำหน่ายดี จึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่จะผลิตสินค้าเจาะตลาดญี่ปุ่น โดยกลุ่มผู้สูงอายุในญี่ปุ่นมีความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคทุกชนิด รวมทั้งเช่น อาหาร ข้าวของเครื่องใช้สำหรับผู้สูงอายุ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มอาหารเพื่อสุขภาพ สินค้าเกษตรอินทรีย์ เป็นต้นอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยง สินค้ากลุ่มไลฟ์สไตล์ สปา

อย่างไรก็ตาม แม้ตลาดผู้สูงอายุจะเป็นตลาดใหญ่มาก แต่มีความซับซ้อน กรมได้แนะนำให้เอสเอ็มอีต้องศึกษารายละเอียดเพื่อผลิตสินค้าให้ได้ตามความต้องการ นอกจากนี้ยังต้องเป็นสินค้าที่คุณภาพดี มีมาตรฐาน ใช้สอยง่าย หากสามารถเจาะกำลังซื้อ 10 ล้านคนที่เป็นผู้สูงอายุในญี่ปุ่นได้ จะทำให้ไทยสามารถขยายการค้าการส่งออกได้เพิ่มขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท