
พลังงานอ้ำอึ้งตรึงราคา"เบนซิน"
พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน กล่าวว่า สัปดาห์หน้าจะหารือกับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันที่อยู่ในช่วงขาขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันในกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์
พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน กล่าวว่า สัปดาห์หน้าจะหารือกับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันที่อยู่ในช่วงขาขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันในกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์
“ส่วนจะมีการตรึงราคาน้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์ไม่เกินลิตรละ 40 บาท เพื่อช่วยดูแลค่าครองชีพให้ประชาชนเหมือนกับการตรึงดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตรหรือไม่นั้น คงต้องพิจารณากันให้รอบคอบ” พงษ์ศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ เนื่องจากวิธีการตรึงราคาน้ำมันก็ต้องใช้กลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาดูแล โดยการลดอัตราจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ลง ในส่วนของน้ำมันกลุ่มเบนซิน ซึ่งจะทำให้รายได้ที่จะเข้ากองทุนน้ำมันฯ หายไป ในขณะที่นโยบายหลักในการตรึงดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตรยังต้องดำเนินการต่อไป ประกอบกับในช่วงปลายปีทิศทางราคาน้ำมันดีเซลในตลาดโลกจะเริ่มปรับสูงขึ้นตามฤดูกาล จึงต้องเตรียมเงินกองทุนน้ำมันฯ ไว้ใช้พยุงราคาอีกครั้ง แม้ปัจจุบันกองทุนน้ำมันฯ จะมีฐานะเป็นบวกอยู่ 4,534 ล้านบาทก็ตาม
ด้านมนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน กล่าวว่า หากรัฐบาลจะตรึงราคาเบนซินไม่ให้เกินลิตรละ 40 บาท จะทำให้รายได้กองทุนน้ำมันฯ ลดลงไป จากการลดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ และน่าจะเป็นการตรึงราคาแก๊สโซฮอล์ 95 ซึ่งขณะนี้มีราคาอยู่ที่ 41.03 บาทต่อลิตร หากจะลดราคาลงให้เหลือ 40 บาทต่อลิตร ก็ต้องลดอัตราจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ลงไป 1.30 บาท จากที่เก็บอยู่ลิตรละ 3.50 บาทต่อลิตร ในระยะสั้นจะมีผลดีด้านจิตวิทยา
อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวเป็นวิธีการเดิมๆ เหมือนการตรึงดีเซล 30 บาทต่อลิตร และจะถูกใช้เป็นเงื่อนไขทุกรัฐบาล เพื่อรักษาคะแนนประชานิยม ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาในระยะยาว เมื่อใช้เงินกองทุนน้ำมันฯ หมดถึงขั้นติดลบ นอกจากนี้ ปัจจุบันราคาน้ำมันกลุ่มเบนซินเริ่มลดลงไปบ้าง และตั้งแต่เดือน ก.ย.เป็นต้นไป ราคาน้ำมันเบนซินในตลาดโลกจะปรับลดลงตามฤดูกาลเมื่อเข้าสู่หน้าหนาว ทำให้ความต้องการใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินจะลดลง แต่การใช้ดีเซลจะเพิ่มขึ้น ดังนั้นคงไม่จำเป็นต้องใช้มาตรการตรึงเบนซินก็ได้
รายงานข่าวจากกระทรวงพลังงาน ระบุว่า ปัจจุบันกองทุนน้ำมันฯ มีสถานะเป็นบวก 4,534.7 ล้านบาท โดยเพิ่งเริ่มมีฐานะเป็นบวกเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา จากก่อนหน้านี้ที่มีฐานะติดลบมาโดยตลอด ในขณะที่รายได้กองทุนน้ำมันฯ ที่เก็บจากน้ำมันจะมีอยู่ 4 ชนิด คือ เบนซิน 95 จัดเก็บอยู่ 9.70 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 เก็บอยู่ 3.50 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 เก็บอยู่ 1.40 บาทต่อลิตร และดีเซล เก็บอยู่ 1.30 บาทต่อลิตร หากจะลดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ จากแก๊สโซฮอล์ 95 ลง 1.03 บาทต่อลิตร คำนวณจากยอดจำหน่ายวันละ 8.7 ล้านลิตร จะทำให้มีรายได้หายไปประมาณ 8.9 ล้านบาทต่อวัน จากเดิมมีรายได้วันละ 30.4 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้ อาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้รายงานในที่ประชุมแก้ปัญหาสินค้าราคาแพงที่มี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ เป็นประธาน เมื่อวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่าราคาน้ำมันดิบดูไบปรับลดลงจากเฉลี่ย 108 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในไตรมาสแรกปีนี้เป็น 101 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในไตรมาสสอง แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง แต่ราคาน้ำมันในครึ่งแรกของปี 2556 อยู่ที่เฉลี่ย 104 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ต่ำกว่าเฉลี่ย 111 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในครึ่งแรกของปี 2555 ล่าสุด ราคาน้ำมันอยู่ที่ 104 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (10 ก.ค. 2556)
สำหรับช่วงที่เหลือของปี 2556 ราคาน้ำมันยังไม่มีแนวโน้มที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของอุปทานน้ำมันดิบในสหรัฐและอิรัก การขาดปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการเพื่อการเก็งกำไร การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ซึ่งเป็นผู้บริโภคน้ำมันรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก ภาวะความอ่อนแอของเศรษฐกิจยุโรป และแนวโน้มการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ







