
ค่าเงินสวิงหนัก
ขึ้นลงผันผวนจาก2%เป็น7.22%ธปท.เตือนภาคธุรกิจรับมือให้ดีซื้อขายเดือนละแสนล้านเหรียญสหรัฐ
ขึ้นลงผันผวนจาก2%เป็น7.22%ธปท.เตือนภาคธุรกิจรับมือให้ดีซื้อขายเดือนละแสนล้านเหรียญสหรัฐ
ธปท.ส่งซิกเงินทุนเคลื่อนย้ายผันผวนหนัก 7.22% รับมือเศรษฐกิจโลกรุนแรง
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยภาวะเงินทุนเคลื่อนย้ายในเดือน ก.ค. ว่า การกลับทิศของเงินทุนเคลื่อนย้ายและมุมมองของนักลงทุนต่อแนวโน้มเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้ค่าเงินบาทในปัจจุบันกลับมาอ่อนค่าลง 1% เมื่อเทียบกับต้นปีที่ผ่านมา จากที่แข็งค่าไปมากสุดถึง 6% ในช่วงเดือน เม.ย.
ขณะเดียวกันนั้น ค่าเงินบาทมีความผันผวนสูงขึ้นมาก จากสิ้นปีก่อนหน้าที่ความผันผวนแค่ 2.06% กลับเพิ่มเป็น 7.22%
ธปท. ระบุว่า แนวโน้มของกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายที่ไหลเข้าออกมีความรวดเร็วและรุนแรงขึ้นกว่าอดีต จนส่งผลเชิงลบต่อเสถียรภาพการเงินและอัตราแลกเปลี่ยน และน่าสังเกตว่าเงินทุนเคลื่อนย้ายและค่าเงินในประเทศตลาดเกิดใหม่จะสอดคล้องกันมาก
ทั้งนี้ สาเหตุหลักเกิดจากวิกฤตการเงินโลกเกิดบ่อยครั้งขึ้น จากการสะสมความไม่สมดุลในประเทศเศรษฐกิจหลักจนส่งผลให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนสั่นคลอนได้ง่ายและเกิดผลกระทบในวงกว้าง
ด้านปริมาณเงินทุนเคลื่อนย้ายเพิ่มมากขึ้นกว่าในอดีต จากการเปิดเสรีเงินทุน และความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการสื่อสารทำให้ต้นทุนการทำธุรกรรมระหว่างประเทศถูกลง ส่งผลให้ปริมาณการลงทุนระหว่างประเทศเพิ่มมากขึ้น
ขณะเดียวกัน การเชื่อมโยงทางการค้าและการลงทุนที่รวดเร็วทำให้ช่องทางการส่งผ่านการช็อกทางเศรษฐกิจทวีความเข้มข้นขึ้น หลังมีการเชื่อมโยงกับประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เช่น จีน รัสเซีย และอินเดีย
นอกจากนี้ นโยบายการเงินและการคลังของประเทศต่างๆ มีข้อจำกัดมากขึ้น จากที่ใช้อัตราดอกเบี้ยใกล้ 0% และมีระดับหนี้ภาครัฐที่อยู่ในระดับสูง ประกอบกับภาวะสินเชื่อที่ตึงตัว ทำให้การใช้นโยบายการเงินมีข้อจำกัดไปด้วย ทำให้นักลงทุนคาดการณ์ผลกระทบเศรษฐกิจต่อกันรุนแรงขึ้น เพราะรัฐมีข้อจำกัดในการใช้เครื่องมือแก้ไขปัญหา
ธปท. รายงานว่า นับตั้งแต่ปลายปี 2555 เป็นต้นมา ปริมาณการซื้อขายเงินตราต่างประเทศของตลาดการเงินไทย เพิ่มขึ้นจากวันละ 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เป็นวันละ 1.251.27 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในงวดเดือน พ.ค. 2556 หรือเพิ่มขึ้นจากเดือนละ 1.98 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เป็นเดือนละ 2.422.45แสนล้านเหรียญสหรัฐ







