posttoday
ม็อบสนามม้าคืนชีพรอจังหวะเผด็จศึก"ปู"

ม็อบสนามม้าคืนชีพรอจังหวะเผด็จศึก"ปู"

23 กรกฎาคม 2556

โหมกระพือไฟที่เคยมอดดับให้ลุกโชติช่วงมาขับไล่รัฐบาลอีกครั้ง สำหรับ “กลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม” (อพส.)

โดย...ชุษณ์วัฏ ตันวานิช

โหมกระพือไฟที่เคยมอดดับให้ลุกโชติช่วงมาขับไล่รัฐบาลอีกครั้ง สำหรับ “กลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม” (อพส.) หลังจากที่เคยบริหารจัดการม็อบจนถูกรัฐบาลสลายไม่เป็นท่าเมื่อครั้งรวมพลที่ลานพระบรมรูปทรงม้าในช่วงปลายปีที่ผ่านมา

มาจังหวะนี้ม็อบ อพส.ขอกลับมาสู้อีกรอบในนาม “กองทัพประชาชนโค่นล้มระบอบทักษิณ” โดยมีการตั้งแกนนำคนสำคัญขึ้นมา 5 คน รับธงเขย่ารัฐบาล นำโดย พล.ร.อ.ชัย สุวรรณภาพ เป็นประธาน

พลิกดูประวัติ พล.ร.อ.ชัย นับว่าไม่ธรรมดา เพราะเป็นอดีตนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 1 ร่วมรุ่นกับ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือ เสธ.อ้าย อดีตประธาน อพส. และ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรีและองคมนตรี

ส่วนแกนนำที่เหลืออีก 4 คนก็ล้วนเป็นบุคคลที่คร่ำหวอดอยู่ในฝ่ายต่อต้านรัฐบาลชุดนี้แทบทั้งสิ้น ได้แก่ พล.อ.ชูเกียรติ ตันสุวัฒน์ อดีตนายทหารคนสนิท พล.ต.มนูญกฤต รูปขจร อดีตประธานวุฒิสภา พล.อ.ท.วัชระ ฤทธาคนี อดีตโฆษก อพส. พิเชฐ พัฒนโชติ อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รุ่นที่ 2 และ ไทกร พลสุวรรณ อดีตแกนนำขบวนการอีสานกู้ชาติ ทำหน้าที่ประสาน

แม้ปรับเปลี่ยนหน้าตา แต่เป้าหมายยังคงชัดเจนว่าต้องการเร่งตัดตอนรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก่อนหมดวาระในอีก 2 ปี

โดยถ้าดูการทำงานของรัฐบาลในเวลานี้ จะเห็นได้ชัดว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างคะแนนนิยมสร้างฐานอำนาจทางการเมืองให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ผ่านการลงทุนขนาดใหญ่ เช่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม 2 ล้านล้านบาท และโครงการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท

แน่นอนว่า หากรัฐบาลทำโครงการเหล่านี้สำเร็จ การเลือกตั้งใหญ่ในปี 2558 ก็จะเป็นเรื่องง่ายสำหรับพรรคเพื่อไทยที่จะมีนายกฯชื่อ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อีกครั้ง

จึงเป็นจังหวะเหมาะที่สุดที่ฝ่ายตรงข้ามอย่าง อพส.ต้องออกมาแสดงบทบาททางการเมือง เพื่อให้สังคมเห็นว่ารัฐบาลชุดนี้มีความบกพร่องและหมดความชอบธรรมที่จะอยู่ในอำนาจรัฐอย่างไรต่อไป

เพียงแต่ว่าปัญหาของ อพส.อยู่ที่ต้นทุนทางการเมืองของตัวเองที่ยังมีน้อยเกินไปต่อการล้มรัฐบาลในเวลานี้ เนื่องจากยังมีความแคลงใจต่อจุดยืนทางการเมืองของ อพส. ไปจนถึงบทบาทของ เสธ.อ้าย ด้วยว่าจะเข้ามากำกับทิศทางม็อบ อพส.มากน้อยเพียงใด

ปฏิเสธไม่ได้ว่าข้อเสนอของ อพส.ในลักษณะให้เว้นวรรคประเทศไทยเมื่อปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นชนักปักหลัง อพส.อยู่

อพส.เองก็ได้ตระหนักถึงประเด็นนี้ จึงได้ปรับแก้ด้วยการยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิบัติตามก่อนการชุมนุมวันที่ 4 ส.ค. โดยเน้นเรื่องการปราบปรามการทุจริต อย่างน้อยเพื่อลบภาพลักษณ์เก่าๆ ของ อพส.ในอดีตทิ้งไป

อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนของ อพส.คงไม่อาจเดินได้เพียงลำพัง เพราะต้องพึ่งมวลชนแนวร่วมจากภาคส่วนอื่นๆ ด้วย

ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มหน้ากากขาว ซึ่งขณะนี้มีมวลชนอยู่พอสมควร ภายหลังจากการจัดกิจกรรมรวมตัวกันในทุกวันอาทิตย์ถึง 7 ครั้ง

กลุ่มไทยสปริง นำโดย แก้วสรร อติโพธิ อดีต สว.กทม. และ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร ที่เริ่มสร้างเครือข่ายในสังคมออนไลน์ได้อย่างเข้มแข็ง

เมื่อประเมินกันตามจริงแล้ว ต้องยอมรับว่าการรวมกลุ่มของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลให้มีความเป็นปึกแผ่นนั้นยังมีความเป็นไปได้ยากพอสมควร เพราะต่างฝ่ายต่างต้องเป็นเจ้าของมวลชนของตัวเอง

อย่างกลุ่มหน้ากากขาวก็แสดงท่าทีผ่านทางสังคมออนไลน์ว่าไม่เอากลุ่มหน้ากากหนุมาน ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวร่วมของ อพส. หลังจากไม่พอใจที่ไปแย่งชิงการเคลื่อนไหวทุกวันอาทิตย์

เช่นเดียวกับ “แก้วสรร” ก็สงวนท่าทีพอสมควรว่าไม่เอาด้วยกับม็อบ อพส. ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ได้แสดงจุดยืนย้ำชัดว่าต้องการเล่นการเมืองในสภาเท่านั้น

จะเห็นได้ว่าการกลับมาใหม่ของกลุ่ม อพส. จึงเป็นได้เพียงหนึ่งในเครือข่ายต่อต้านรัฐบาลเท่านั้น ไม่ใช่กลุ่มมวลชนหลักเหมือนกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในอดีต

กระนั้น แม้ว่าม็อบต้านรัฐบาลขณะนี้ยังมีลักษณะกระจายกันอยู่ แต่อีกด้านอาจถือได้ว่าเป็นการ “ร่วมกันเดินและแยกกันตี” รอเวลาขยายแผลรัฐบาลจากการทุจริตคอร์รัปชั่น เพื่อให้รัฐบาลค่อยๆ หมดความชอบธรรมลงไปเรื่อยๆ

อย่าลืมว่านโยบายของรัฐบาลหลายเรื่องโดยเฉพาะโครงการรับจำนำข้าวอยู่ในระหว่างการตรวจสอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และหาก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดออกมาเมื่อไหร่ ย่อมเป็นเหตุผลให้รัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง

เช่นกันกับ “ศาลรัฐธรรมนูญ” ที่ได้ไต่สวนกระบวนการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในเวลานี้ และถ้าศาลมีความเห็นว่าขัดกับรัฐธรรมนูญขึ้นมา นั่นหมายความว่า ความชอบธรรมของรัฐบาลได้สิ้นสุดลงแล้ว

รวมทั้งการพิจารณากฎหมายปรองดองและนิรโทษกรรมในสภาผู้แทนราษฎรที่กำลังจะเปิดสมัยประชุมในเดือน ส.ค.นี้ด้วย

ดังนั้น การกลับสู่สมรภูมิอีกครั้งของ อพส.อาจจะดูไม่ยิ่งใหญ่เหมือนเมื่อปีที่ผ่านมาที่สามารถสร้างมวลชนจนนำมาสู่การประกาศชุมนุมใหญ่ได้ แต่ในสถานการณ์ที่รัฐบาลกำลังเจอมรสุมในขณะนี้ ย่อมทำให้ไม่อาจดูแคลนมวลชนกลุ่มนี้ไปได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท