posttoday
มองอียูผ่านโครเอเชีย(จบ)

มองอียูผ่านโครเอเชีย(จบ)

22 กรกฎาคม 2556

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมเขียนเกี่ยวกับสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งล่าสุด เมื่อวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้ตอบรับโครเอเชียเข้าเป็นสมาชิกของสหภาพอย่างเป็นทางการ

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมเขียนเกี่ยวกับสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งล่าสุด เมื่อวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้ตอบรับโครเอเชียเข้าเป็นสมาชิกของสหภาพอย่างเป็นทางการ

ในสัปดาห์นี้ เรามาดูกันต่อครับ ว่า ในเมื่ออียูกำลังประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจแล้ว ทำไมถึงมีประเทศสมาชิกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

คำตอบง่ายสุดก็คือ อียูมีหลักเกณฑ์ในการช่วยเหลือทางเศรษฐกิจและทางการเมืองให้ประเทศที่เตรียมตัวเข้าเป็นสมาชิกได้มีโอกาสปรับตัวก่อนเข้าเป็นสมาชิกอย่างแท้จริง เช่น การให้ความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อนำไปปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของว่าที่สมาชิกให้เข้าตามหลักเกณฑ์ของกลุ่ม เช่น การทำให้การขาดดุลงบประมาณลดลงต่ำกว่า 3% ของจีดีพี หรือการที่จะต้องไม่ไห้เป็นหนี้สูงเกิน 60% ของจีดีพี

อีกสิ่งหนึ่งที่ชัดเจนก็คือ ประเทศที่จะเข้าเป็นสมาชิกอียูได้จะต้องมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยเท่านั้น จากสิ่งที่กล่าวมาแล้วทั้งหมดทำให้การรวมตัวกันเป็นสหภาพของประเทศในยุโรปถือว่ามีความเข้มแข็งมากที่สุดในโลก ทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจ ข้อมูลล่าสุดพบว่า อียูให้เงินช่วยโครเอเชียเป็นการตอบแทนการเข้าเป็นสมาชิกสูงถึง 15,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 11.7 พันล้านเหรียญยูโร)

จากอดีต 34 ปีที่ผ่านมา เราจะเห็นว่าบรรดาประเทศแกนนำของอียูอย่างเยอรมนี ฝรั่งเศส และอิตาลี ซึ่งถือว่าเป็น 3 ทหารเสือของอียู ถึงแม้จะมีความเห็นต่างกันในเรื่องการออกมาตรการและระดับความเข้มงวดในการแก้ไขปัญหาการเงินของกลุ่ม แต่ท้ายสุดแล้วก็ไม่มีใครแตกแถวขอออกจากสหภาพ มิหนำซ้ำยังร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างน่าชื่นชม และนั่นก็แสดงให้เห็นว่ากลุ่มประเทศอียู (โดยเฉพาะบรรดาแกนนำของกลุ่ม) ยังคงมีเจตนารมณ์ที่แน่วแน่และยังคงมีความร่วมมือกันอย่างเต็มที่ที่จะช่วยกันแก้ไขปัญหาทางด้านเศรษฐกิจให้แก่ประเทศสมาชิกที่กำลังประสบปัญหาอยู่ขณะนี้ กล่าวง่ายๆ ก็คือ แม้ว่าบรรดาผู้นำประเทศแกนหลักของกลุ่มจะต้องเผชิญกับปัญหาการเมืองภายใน แต่พวกเขาก็ยังเล็งเห็นถึงผลประโยชน์ ความอยู่รอดและความเป็นเอกภาพของสหภาพอยู่

หลายท่านอาจจะมีคำถามเพิ่มเติมว่า ขณะที่อียูกำลังย่ำแย่ ทำไมโครเอเชียและอีกหลายประเทศยังคงกระเสือกกระสนที่จะเข้าไปเป็นสมาชิกกันเหลือเกิน คำตอบคือ 1) มาตรการความช่วยเหลือทางการเงินที่สหภาพให้แก่ประเทศที่สมัครเข้าเป็นสมาชิก 2) หลายประเทศในยุโรปมีปัญหาด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต่อกันและกันมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะด้านประวัติศาสตร์และการเกิดสงครามโลก เพราะฉะนั้นการเข้าเป็นสมาชิกของกลุ่มและยอมอยู่ภายใต้กฎกติกาเดียวกันของกลุ่มช่วยลดความบาดหมางทางการเมือง 3) การอยู่นิ่งๆ โดยปล่อยให้เศรษฐกิจของประเทศย่ำแย่โดยไม่ทำอะไรเลย เป็นสิ่งที่ไม่มีผู้นำทางการเมืองคนไหนเขาทำกัน การเข้าเป็นสมาชิกทำให้ได้ทั้งเงินและได้ทั้งเพื่อน รวมทั้งความช่วยเหลืออื่นๆ อีกที่จะตามมา และ 4) การได้สิทธิในการโหวตในที่ประชุมรัฐสภายุโรปในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจและการเมือง

อีกหลายประเทศในเขตคาบสมุทรบอลข่านที่กำลังเข้าขั้นตอนของการเป็นสมาชิกอียู ได้แก่ 1) โคโซโว ซึ่งได้รับการยอมรับไปแล้วในบางประเทศ แต่ยังไม่ได้รับการยอมรับทั้งหมด 2) มอนเตเนโกร ได้เริ่มเจรจาขอเข้าเป็นสมาชิกตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว 3) มาซิโดเนีย ได้รับสถานะการเป็นประเทศ “แคนดิเดต” ที่จะเข้าเป็นสมาชิกอียูแล้วตั้งแต่ปี 2005 แต่ยังติดปัญหาบางประการกับกรีซ 4) แอลเบเนีย สมัครเป็นสมาชิกในปี 2009 และถูกปฏิเสธออกมาแล้ว 2 ครั้ง และ 5) บอสเนียเฮอร์เซโกวิน่า กำลังเตรียมตัวที่จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกอียู

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การรวมตัวเป็นสหภาพของอียูยังคงเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลายที่พยายามรวมตัวกันเป็นกลุ่มเหมือนอย่างอียู เช่น ความพยายามที่จะรวมเป็นประชาคมอาเซียนของกลุ่มประเทศอาเซียนในปัจจุบัน เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง