
ขยับช้าเกินไป
...ธนพล ไชยภาษี
สหภาพยุโรป (อียู) งานเข้าอีกแล้ว กับความล่าช้า อืดอาด ต่อการจัดการให้ทางออกต่อปัญหาเถ้าถ่านจากการระเบิดของภูเขาไฟในไอซ์แลนด์
อียู กำลังโดนกระหน่ำวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วงก็เพราะว่า กว่าที่จะจับเอารัฐมนตรีคมนาคมมานั่งร่วมหาทางออกกันได้ก็กินเวลาไปถึง 5 วัน นับตั้งแต่ที่แต่ละประเทศเริ่มปิดน่านฟ้าของตัวเอง
5 วันดังกล่าว สำหรับอุตสาหกรรมการบินในยุโรปที่มีการจราจรหนาแน่นคับคั่งนั้น ถือเป็นความสูญเสียอย่างหนัก สมาพันธ์การเดินทางทางอากาศระหว่างประเทศ หรือไออาตา บอกว่าความเสียหายต่ออุตสาหกรรมการบินนั้นสูงถึงวันละ 250 ล้านเหรียญสหรัฐ
แน่นอนว่า การระเบิดของภูเขาไฟในไอซ์แลนด์เป็นเรื่องภัยธรรมชาติ อยู่เหนือการควบคุมของมนุษย์ แต่มนุษย์ควรจะเตรียมพร้อม วางแผนล่วงหน้าได้
สายการบินถือเป็นฝ่ายที่ได้รับความเสียหายหนัก จากตารางการบินที่ต้องเป็นอัมพาตไป มีภาระจากที่ต้องดูแลผู้โดยสารตกค้างจำนวนมาก เป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแบบที่ไม่ได้วางแผนกันล่วงหน้าครับ
ประชาชนก็เครียดหนัก ติดกันอยู่ที่สนามบินนับพันๆ คน คิดดูครับ ไปไหนก็ไม่ได้ ต้องกินนอนอยู่แต่ที่สนามบิน มองออกไปท้องฟ้าก็ใส แต่เครื่องบินขึ้นไม่ได้
และกว่าที่รัฐมนตรียุโรป จะได้ข้อสรุปแบ่งน่านฟ้าออกเป็น 3 โซน คือโซนห้ามบิน โซนบินได้แต่ต้องระวัง และโซนบินได้เลย ก็เพราะความเสียหายเริ่มรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มมีแรงกดดันจากหลายฝ่ายหลายประเทศ อย่างอังกฤษ ถึงขั้นบอกจะนำเรือรบเดินทางออกไปรับประชาชนที่ติดค้างอยู่ในประเทศอื่นกันทีเดียว
ส่วนทางด้านสายการบินเอง ก็รอการจัดการของทางการยุโรปไม่ไหว ต่างพากันขออนุญาตนำเครื่องขึ้นบินทดสอบกันเอง สุดท้ายก็ได้ข้อสรุปกันว่า ขึ้นบินได้ไม่เป็นอันตราย
หนำซ้ำ หลายสายการบินที่นำเครื่องขึ้นบินทดสอบ ยังต่อว่าต่อขาน ว่าการตัดสินใจปิดน่านฟ้านั้น ยังเป็นผลมาจากการประเมินข้อมูลผ่านคอมพิวเตอร์ทั้งนั้น ไม่เคยส่งบอลลูนตรวจอากาศขึ้นบินเลย
ไปเชื่อแต่คอมพิวเตอร์ แล้วก็สั่งปิดน่านฟ้า สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ ถือเป็นการก้าวพลาดที่ใหญ่หลวงของยุโรป
นี่แหละครับ แม้ว่าการรวมกลุ่มของยุโรป จะทำให้ภูมิภาคนี้มีความมั่นคงทั้งทางด้านเศรษฐกิจ และความมั่งคงแห่งภูมิภาคมากขึ้น
แต่ในหลายเรื่องหลายอย่าง การตัดสินใจอะไรบางครั้งบางครา ก็อืดอาดล่าช้าเกินไป
จนบางครั้ง น่ารำคาญ และสร้างความเสียหายขึ้นโดยใช่เหตุครับ







