posttoday
ชุมชนยิ้มกับวินด์ฟาร์ม

ชุมชนยิ้มกับวินด์ฟาร์ม

21 กรกฎาคม 2556

บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง หรือ WEH บริษัทเอกชนไทยรายแรกที่พัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลมเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ให้เกิดขึ้นได้จริง

บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง หรือ WEH บริษัทเอกชนไทยรายแรกที่พัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลมเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ให้เกิดขึ้นได้จริงและมีกำลังผลิตสูงสุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ปัจจุบันมีโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลมทั้งสิ้น 10 โครงการ รวมกำลังการผลิต 926.8 เมกะวัตต์ และมีการซื้อขายไฟแล้วทั้งสิ้น 2 โครงการ ได้แก่ โครงการ “เวสต์ ห้วยบง 2” กำลังการผลิต 103.5 เมกะวัตต์ และโครงการ “เวสต์ ห้วยบง 3” กำลังการผลิต 103.5 เมกะวัตต์ ทั้งสองโครงการกำลังผลิตไฟฟ้ารวม 207 เมกะวัตต์ มูลค่า 1.3 หมื่นล้านบาท ระยะเวลาดำเนินโครงการ 25 ปี มีโครงการที่ได้รับการตอบรับจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย 6 โครงการ และอยู่ระหว่างการพิจารณาอีก 2 โครงการ

”ดำเนินการพัฒนาโครงการโดยบริษัทในเครือ คือ บริษัท เค.อาร์.ทู. จำกัด ซึ่งมีกำลังการผลิต 103.5 เมกะวัตต์ และโครงการ “เวสต์ห้วยบง 3” ดำเนินการพัฒนาโครงการ โดยบริษัทในเครือ คือ บริษัท เฟิร์ส โคราช วินด์ จำกัด ซึ่งมีกำลังการผลิต103.5 เมกะวัตต์ โดยทั้ง 2 โครงการมีกำลังผลิตไฟฟ้ารวมกัน 207 เมกะวัตต์รวมมูลค่าโครงการ 13,000 ล้านบาท และมีระยะเวลาดำเนินโครงการ 25 ปี

ขณะเดียวกันทาง วินด์ เอนเนอร์ยี่ มีความตั้งใจที่จะไม่ทิ้งชุมชน และให้ความสำคัญในการสร้างรอยยิ้มด้านต่างๆ ให้กับชุมชน เพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคมและการรักษาสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่กับประเทศไทย รวมทั้งให้ชุมชนเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน ผ่านกิจกรรมเพื่อสังคม ภายใต้โครงการ “ร่วมสร้างด้วยใจ ชุมชนยิ้มได้ ด้วยวินด์ฟาร์ม”

นพพร ศุภพิพัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง กล่าวว่า โครงการ “ร่วมสร้างด้วยใจ ชุมชนยิ้มได้ ด้วยวินด์ฟาร์ม” อยู่ภายใต้แนวคิดการอยู่ร่วมกันกับชุมชนอย่างยั่งยืน โดยมุ่งหวังให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชนในพื้นที่หลายๆ ด้าน อาทิ โครงการพัฒนาชุมชนและจัดสร้างถนน โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรในพื้นที่ ต.ห้วยบง อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ตลอดจนโครงการมอบทุนการศึกษาให้กับเด็กเรียนดีฐานะยากจนและด้อยโอกาส จำนวนกว่า 100 ทุนต่อปี รวมถึงมอบทุนการศึกษาให้กับผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์จากการวาดภาพ ถ่ายรูป เขียนบทความ เกี่ยวกับวินด์ฟาร์มได้ประทับใจ ในโครงการย่อย “Wind for the Future”

นอกจากนี้ บริษัทยังได้ต่อยอดและพัฒนา “วินด์ฟาร์ม” ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อสร้างอาชีพและนำรายได้เข้ามาสู่ชุมชนอีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งปัจจุบันวินด์ฟาร์มเริ่มเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในเรื่องของแหล่งท่องเที่ยวทางด้านพลังงานลม จากการมี “ทุ่งกังหันลมขนาดใหญ่แห่งแรกของประเทศไทย” โดยหนึ่งในการพัฒนานี้ได้สร้างความภาคภูมิใจให้กับบริษัท เนื่องจากทุ่งกังหันลมแห่งนี้มีส่วนช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้จำนวน 270,176 ตันต่อปี หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้จำนวน 2.3 แสนต้น ช่วยลดการนำเข้าปริมาณเชื้อเพลิงฟอสซิล (น้ำมัน) เพื่อผลิตไฟฟ้าได้ถึงปีละ 96.4 ล้านลิตร หรือคิดเป็นเงินประมาณ 2,040 ล้านบาทและด้วยความพึงพอใจในผลงาน และด้วยความใส่ใจที่มีบริษัทมีต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมนี้เอง ทางองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยบงได้มอบประกาศเกียรติคุณให้แก่ นายนพพร ศุภพิพัฒน์ ในนามของบริษัทฯในฐานะ ที่ได้ทำการพัฒนาโครงการอันเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและชุมชนอีกทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นกำลังใจและสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาโครงการอันเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอีกต่อไปในอนาคต

“บริษัทมีการพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลมหลายแห่ง ซึ่งเป็นการนำพลังงานจากธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ จึงตั้งใจที่จะจัดกิจกรรมดีๆ เพื่อตอบแทนคืนสู่สังคมชุมชนและสิ่งแวดล้อมเช่นกัน เพื่อให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต โดยบริษัทจะขอดำรงไว้ซึ่งรอยยิ้มของชุมชน จึงสร้างโครงการดังกล่าวขึ้น ซึ่งท้ายที่สุดก็จะเป็นการเกื้อกูลชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่ไปด้วยกัน” นพพร กล่าว

โครงการ “ร่วมสร้างด้วยใจ ชุมชนยิ้มได้ ด้วยวินด์ฟาร์ม” จึงเป็นโครงการที่ได้รับความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจจากชุมชนในพื้นที่โครงการเป็นอย่างดี อีกทั้งองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยบง ร่วมสนับสนุนผลักดันโครงการเพื่อให้ชุมชนเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

อีกทั้งทางบริษัท ฯ ยังได้ก่อสร้างและปรับปรุงถนนในพื้นที่โครงการและพื้นที่สาธารณะในบริเวณใกล้เคียง ความยาวกว่า 70 กิโลเมตร เพื่อเอื้อประโยชน์ในเรื่องการคมนาคมขนส่ง รวมไปถึงความสะดวกทางด้านการขนส่งพืชผลทางการเกษตร โดยการก่อสร้างดังกล่าวแล้วเสร็จและบริษัท ฯ ได้ส่งมอบให้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยบง เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2556 ให้เป็นผู้ดูแลรักษาต่อไป อีกทั้งองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยบงยังได้มอบประกาศเกียรติคุณให้ไว้เป็นเกียรติแก่ บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด ด้วย

โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรเป็นการพัฒนาให้ชุมชนมีน้ำใช้ทำการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยให้งบประมาณสร้างฝายเป็นอาคารทดน้ำหินก่อจำนวน 3 แห่งในพื้นที่ต.ห้วยบงเพื่อเก็บกักน้ำและจ่ายน้ำไปยังพื้นที่เกษตรช่วงหน้าแล้งโดยใช้งบประมาณกว่า 4 ล้านบาท

ทั้งนี้คาดหวังว่าจะเป็นการช่วยเพิ่มผลผลิตเพิ่มพื้นที่ทางการเกษตรตลอดจนเป็นการขยายพืชพันธุ์ทางการเกษตรช่วยลดต้นทุนจากการลำเลียงน้ำมาเพื่อใช้ในการเพาะปลูกรวมถึงการเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนซึ่งเมื่อมีงานดีเงินรายได้ดีก็จะส่งผลให้ลดปัญหาการว่างงานหรืออพยพย้ายถิ่นฐานได้เพราะเมื่อมีน้ำชุมชนก็สามารถเพาะปลูกมีรายได้ได้ตลอดปี

จากการโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร บริษัทวินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง ยังได้มีส่วนร่วมในโครงการพัฒนาสายพันธ์พืชไร่ ของบริษัทราชสีมากรีนเอ็นเนอร์ยีจำกัดซึ่งเป็นบริษัทที่ร่วมทุนระหว่างกลุ่มบริษัทน้ำตาลมิตรผลและกลุ่มบริษัทบ้านปู ในการพัฒนาสายพันธุ์เพื่อเพิ่มผลผลิตพืชไร่มันสำปะหลังซึ่งจากเดิมชาวบ้านปลูกได้ 3.5 ตันต่อไร่ให้เพิ่มเป็น 6 ตันต่อไร่ หรือมากกว่านั้น ดังนั้นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำจึงเอื้อประโยชน์ต่อโครงการพัฒนาสายพันธ์พืชไร่และการเพิ่มผลผลิตทางเกษตรกรรม

โครงการมอบทุนการศึกษาให้กับเด็กเรียนดีฐานะยากจนและด้อยโอกาสได้เปิดโอกาสมอบทุนให้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาตลอดจนมัธยมต้นปลายและอุดมศึกษามากกว่า100 ทุนในแต่ละปีรวมถึงมีการมอบทุนการศึกษาให้กับผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์จากการวาดภาพถ่ายรูปเขียนบทความเกี่ยวกับวินด์ฟาร์มได้ประทับใจโดยในกิจกรรมนี้จัดเป็นชื่อโครงการย่อยว่า “Wind for the Future”

นพพร กล่าวอีกว่าโครงการดังกล่าวเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่จะมีส่วนช่วยเติมรอยยิ้ม และเพิ่มความสุขให้ชุมชนเพราะนอกจากนี้แล้วบริษัทยังได้ต่อยอดและพัฒนา “วินด์ฟาร์ม” ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อสร้างอาชีพและนำรายได้เข้ามาสู่ชุมชนอีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งปัจจุบันวินด์ฟาร์มเริ่มเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในเรื่องของแหล่งท่องเที่ยว ทางด้านพลังงานลมจากการมี “ทุ่งกังหันลมขนาดใหญ่แห่งแรกของประเทศไทย” โดยหนึ่งในการพัฒนานี้ได้สร้างความภาคภูมิใจให้กับบริษัท เนื่องจากทุ่งกังหันลมดังกล่าวมีส่วนช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนได ออกไซด์ได้จำนวน270,176 ตันต่อปีหรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้จำนวน 230,000 ต้น รวมถึงยังช่วยลดการนำเข้าปริมาณเชื้อเพลิงฟอสซิล(น้ำมัน) เพื่อผลิตไฟฟ้าได้ถึงปีละ 96.4 ล้านลิตรคิดเป็นเงินประมาณ 2,040 ล้านบาทและด้วยความพึงพอใจในผลงาน และด้วยความใส่ใจที่มีบริษัทมีต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมนี้เอง ทางองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยบงได้มอบประกาศเกียรติคุณให้แก่ นายนพพร ศุภพิพัฒน์ ในนามของบริษัทฯในฐานะ ที่ได้ทำการพัฒนาโครงการอันเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและชุมชนอีกทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นกำลังใจและสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาโครงการอันเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอีกต่อไปในอนาคต

“บริษัทมีการพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลมหลายแห่ง ซึ่งเป็นการนำพลังงานจากธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ จึงตั้งใจที่จะจัดกิจกรรมดีๆเพื่อตอบแทนคืนสู่สังคมชุมชนและสิ่งแวดล้อมเช่นกันเพื่อให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตขณะเดียวกัน โดยบริษัทจะขอดำรงไว้ซึ่งรอยยิ้มของชุมชนจึงสร้างโครงการดังกล่าวขึ้นซึ่งท้ายที่สุดก็จะเป็นการเกื้อกูลชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่ไปด้วยกัน” นพพร กล่าว

โครงการ “ร่วมสร้างด้วยใจ ชุมชนยิ้มได้ด้วย วินด์ฟาร์ม” จึงเป็นโครงการที่ได้รับความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจจากชุมชนในพื้นที่โครงการ ฯ เป็นอย่างดียิ่ง อีกทั้งองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยบง ร่วมหนุนเสริมผลักดันโครงการดังกล่าวเพื่อให้ชุมชนเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

สำหรับ บริษัท วินด์ เอเนอร์ยี โฮลดิ้ง จำกัด ปัจจุบันได้พัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลมแล้วเสร็จและเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์(COD) คือมีการซื้อขายไฟแล้วทั้งสิ้น 2 โครงการ ได้แก่ โครงการ“เวสต์ห้วยบง 2”ดำเนินการพัฒนาโครงการโดยบริษัทในเครือ คือ บริษัท เค.อาร์.ทู. จำกัด ซึ่งมีกำลังการผลิต 103.5 เมกะวัตต์ และโครงการ “เวสต์ห้วยบง 3” ดำเนินการพัฒนาโครงการ โดยบริษัทในเครือ คือ บริษัท เฟิร์ส โคราช วินด์ จำกัด ซึ่งมีกำลังการผลิต103.5 เมกะวัตต์ โดยทั้ง 2 โครงการมีกำลังผลิตไฟฟ้ารวมกัน 207 เมกะวัตต์รวมมูลค่าโครงการ 13,000 ล้านบาท และมีระยะเวลาดำเนินโครงการ 25 ปี

นอกจากนี้ยังมีโครงการที่ได้รับการตอบรับการซื้อขายไฟจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตอีก 6 โครงการ ได้แก่ โครงการ“พลังงานลมเขาค้อ” กำลังผลิต59.8 เมกะวัตต์ โครงการ “โคราช 02/1” โครงการ “โคราช 02/2” โครงการ “โคราช 02/3” โครงการ “นอร์ท กฤษณา” ซึ่งมีกำลังผลิตโครงการละ 100 เมกะวัตต์ และโครงการ “วะตะแบก” กำลังผลิต 70 เมกะวัตต์ รวมทั้ง 6 โครงการ มีกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งสิ้น 529.8 เมกะวัตต์

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์