
วารสารฯมธ.จวกเอเจนซี่ทำคลิปไวรัล
คณะวารสารฯ มธ. ออกหนังสือต้านบริษัทโฆษณา ทำคลิปสร้างกระแสปากต่อปาก สร้างความเสียหายแก่มหาวิทยาลัย
คณะวารสารฯ มธ. ออกหนังสือต้านบริษัทโฆษณา ทำคลิปสร้างกระแสปากต่อปาก สร้างความเสียหายแก่มหาวิทยาลัย
นายกฤศเมธ วุฒิเมธีกุล คณะกรรมการ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ประจำปีการศึกษา 2556 ได้ออกประกาศแสดงจุดยืนคัดค้านการผลิตและการใช้กลยุทธ์โฆษณาแบบปากต่อปาก (Viral Marketing) บริษัทโฆษณา ที่ได้จัดทำและเผยแพร่คลิปที่พาดพิง คณะวารสารศาสตร์ฯ 2 คลิป ซึ่งเป็นการละเมิดจริยธรรมสื่อสารมวลชน และสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของบุคคลและมหาวิทยาลัย เรียกร้องให้ผู้ผลิตโฆษณารับผิดชอบโดยการแถลงการณ์ต่อสาธารณชนว่า โฆษณาดังกล่าวเป็นเพียงการแสดง มิใช่เหตุการณ์จริง
เนื้อหาในประกาศดังกล่าว มีดังนี้
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ.2556 คณะกรรมการ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน (กนวส.) พบการเผยแพร่คลิปที่มีลักษณะพาดพิงถึงคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2 คลิป ได้แก่ "ซ้อนคันหาพ่อเธอเหรอ" และ "รุ่นน้องอย่างงี้เอาออกไปจากคณะเหอะ!!" ซึ่งมียอดการเข้าชมในอินเตอร์เน็ตเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ภายหลังตรวจสอบพบว่า เป็นหนึ่งในกลยุทธ์โฆษณาแบบปากต่อปาก (Viral Marketing) ของสินค้า ซึ่งได้เข้ามาถ่ายทำในสถานที่ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชนโดยไม่ได้รับอนุญาต สร้างความเสียหายแก่ประชาคมวารสารศาสตร์ฯ และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในนามคณะกรรมการนักศึกษาจึงขอแสดงจุดยืนคดค้านการผลิตและการใช้กลยุทธ์โฆษณาของสินค้าชนิดนี้ ดังนี้
ประการแรก กระบวนการผลิตคลิปดังกล่าว เป็นการละเมิดหลักจริยธรรมในการผลิตงานด้านสื่อสารมวลชน ที่ผู้ผลิตพึงระมัดระวังไม่สร้างผลกระทบเชิงลบต่อสังคมหรือจงใจให้เกิดความเข้าใจผิด เสียหายต่อชื่อเสียงของบุคคลอื่น ผลกระทบของการโฆษณาสินค้าชนิดนี้ได้บั่นทอนชื่อเสียงของคณะและมหาวิทยาลัย นอกจากนั้น กระบวนการผลิตได้ละเมิด บุกรุกสถานที่ราชการ แม้เป็นความบกพร่องโดยไม่เจตนาแต่ผลที่เกิดขึ้นสร้างความเสียหายต่อสถาบัน และนักแสดงที่ได้รับการว่าจ้าง
ประการที่สอง ปัจจุบันผู้ผลิตโฆษณาและบริษัทผู้ผลิตสินค้าละเลยการแสดงความรับผิดชอบต่อสถาบันและนักแสดง ด้วยแก้ไขความเข้าใจผิดอันสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของสถาบัน อีกทั้งยังระงับการเผยแพร่ชิ้นงานโฆษณาสุดท้าย เมื่อเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์งานโฆษณา และบริษัทผู้ผลิตสินค้าเชิงลบ ทำให้สาธารณชนเข้าใจผิดว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในทั้ง 2 คลิปนั้น เป็นเรื่องจริง การกระทำดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่า ผู้ผลิตโฆษณาจงใจใช้ประเด็นละเอียดอ่อนเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนเป็นเครื่องมือทางการค้าอย่างปราศจากความรับผิดชอบต่อสังคม
คณะกรรมการ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ประจำปีการศึกษา 2556 จึงเป็นตัวแทนของประชาคมวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ประกอบด้วยคณาจารย์ ศิษย์เก่า และนักศึกษาที่ไม่เห็นด้วยต่อกลยุทธ์การตลาดปากต่อปากดังกล่าว ขอเรียกร้องให้ผู้ผลิตโฆษณาโปรดพิจารณาถึงผลกระทบเชิงลบที่สถาบันและสังคมได้รับจากการโฆษณาสินค้า และแสดงความรับผิดชอบโดยการแถลงการณ์ต่อสาธารณชนว่า โฆษณาดังกล่าวเป็นเพียงการแสดง มิใช่เหตุการณ์จริง ไม่ว่าจะเป็นระบบการข่มขู่รุ่นน้อง (SOTUS)และพฤติกรรมก้าวร้าวต่างๆ ที่ปรากฏในคลิป
อนึ่ง ในฐานะว่าที่นักสื่อสารมวลชนในอนาคต เราตระหนักถึงข้อจำกัดของการผลิตงานโฆษณาซึ่งต้องอยู่ภายใต้ความกดดันทางการตลาด แต่อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ยังเชื่อมั่นว่า นักวิชาชีพจะสามารถสร้างสมดุลระหว่างผลงานโฆษณาที่สะท้อนถึงจริยธรรมวิชาชีพ พร้อมกับตอบสนองการแข่งขันทางการตลาดได้ โดยในที่สุด ตราสินค้าที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมจะอยู่ในใจผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง
จึงเรียนมาเพื่อทราบ
นายกฤศเมธ วุฒิเมธีกุล
คณะกรรมการ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ประจำปีการศึกษา 2556







