posttoday
กมธ.สอบย้าย12ตร.หาดใหญ่จับอาสาขนยา

กมธ.สอบย้าย12ตร.หาดใหญ่จับอาสาขนยา

18 กรกฎาคม 2556

กมธ.ลุยสอบย้าย 12 ตร.จับอาสาใช้รถตำรวจขนยาเสพติด ขณะที่รองผบก.หาดใหญ่ยันดำเนินการตามหน้าที่

กมธ.ลุยสอบย้าย 12 ตร.จับอาสาใช้รถตำรวจขนยาเสพติด ขณะที่รองผบก.หาดใหญ่ยันดำเนินการตามหน้าที่

คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน ได้ประชุมเพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงกรณีตำรวจอาสาใช้รถยนต์ของสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ จ.สงขลา ขนยาเสพติด และมีการเปลี่ยนบันทึกการจับกุมจากรถตำรวจเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลยี่ห้อโตโยต้าวีออส พร้อมทั้งมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมทั้ง 12 นาย ไปช่วยราชการในอ.สิงหนคร จ.สงขลา ตามเรื่องร้องเรียนของนายศิริโชค โสภา สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ โดยเชิญหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจง

ทั้งนี้ นายศิริโชค ได้ตั้งข้อสังเกตคำสั่งโยกย้ายอาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากการดำเนินการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจกับหลักฐานการบันทึกประจำวันมีข้อมูลไม่ตรงกันและของกลางบางส่วน เช่น รถของสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ ไม่ได้ถูกยึดเป็นของกลาง และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ก็ถูกคำสั่งย้ายด่วนให้ไปช่วยราชการต่างอำเภอ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทั้ง 12 นาย เกิดความวิตกกังวลและไม่กล้าให้ข้อมูล เพราะกลัวจะกระทบกับตำแหน่งหน้าที่

“ผมอยากเรียกร้องให้เสนอเรื่องจดหมายคำสั่งย้ายไปยังพล.ต.อ.เอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้ตรวจสอบคำสั่งโยกย้ายว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และพ.ต.อ.กฤษกร มีอำนาจในการออกคำสั่งโยกย้ายหรือไม่”นายศิริโชค กล่าว

ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษกร พลีธัญญาวงศ์ รองผู้บังคับการสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ จ.สงขลา รักษาราชการแทนผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ จ.สงขลา ชี้แจงว่า คดีดังกล่าวหากเกิดความผิดพลาดในเรื่องใดๆ ขอยอมรับในข้อผิดพลาดในฐานะที่ไม่ควบคุมกำกับดูแลหน้าที่ให้ดี แต่จากข้อเท็จจริงคดีดังกล่าวที่ปรากฏ คือ เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ที่ผ่านมา มีการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดที่เป็นเจ้าหน้าที่อาสาตำรวจจริง และมีการล่อซื้อและส่งมอบยาเสพติดจริง โดยผู้ต้องหาคือนายตี๋ หรือ สารวัตตี๋

ส่วนกรณีการขับรถร้อยเวรไปส่งยาเสพติดนั้น มีการขับรถคันดังกล่าวไปจริง แต่ไปไม่ถึงจุดหมาย เพราะผู้ต้องหาจอดรถทิ้งไว้กลางทาง และเดินทางต่อด้วยมอเตอร์ไซต์รับจ้าง ส่วนสาเหตุที่นายตี๋ สามารถนำรถร้อยเวรไปจากสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ได้ เพราะในวันเวลาดังกล่าวนายตี๋อาสาทำหน้าที่เป็นตำรวจบ้าน จึงสามารถนำรถจากสถานีตำรวจไปใช้งานได้

“จากการสอบสวนค้นพบยาบ้าในตัวผู้ต้องหา แต่ไม่ได้มียาบ้าซุกซ่อนอยู่ในรถตำรวจ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงใช้วิจารณญาณที่จะไม่ยึดรถตำรวจเป็นของกลาง แต่ได้ยึดทรัพย์สินอื่นๆ ของผู้ต้องหา ส่วนการออกคำสั่งย้ายไปช่วยราชการนั้น ยอมรับว่าเป็นลายเซ็นของผมจริง โดยมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 12 นายไปช่วยราชการ ซึ่งผมยินดีรับผิดชอบกับคำสั่งที่ได้ออกไปก่อนหน้านี้ พร้อมยืนยันว่าทำทุกอย่างถูกต้อง”พ.ต.อ.กฤษกร กล่าว

นายสมชาย กล่าวว่า พ.ต.อ.กฤษกร ไม่น่าจะมีอำนาจในการโยกย้าย ซึ่งจากนี้ไปจะต้องมีการสืบค้นข้อมูลข้อเท็จจริงและหลักฐานคำสั่งโยกย้ายตามคำร้องขอของที่ปรึกษาคกมธ. ที่ระบุว่าต้องการให้ผู้เสียหาย คือ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกโยกย้ายทั้ง 12 นาย เป็นผู้ยื่นเรื่องร้องเรียนด้วยตัวเองเพื่อความเป็นกลาง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กมธ.ส่วนใหญ่มีความเห็นว่าพ.ต.อ.กฤษกร ละเลยไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ จากกรณีไม่ยึดรถของกลางที่ผู้ต้องหาใช้ในการดำเนินการขนยาเสพติด อีกทั้งเห็นว่าตำรวจอาสาไม่มีสิทธิที่จะนำรถหลวงไปใช้ได้ตามอำเภอใจ ดังนั้น จึงขอให้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 นำเรื่องดังกล่าวเสนอไปยังผบ.ตร. เพื่อให้ปรับกฎเกณฑ์การทำหน้าที่ของตำรวจอาสาใหม่ และป้องกันตำรวจอาสาใช้อำนาจเกินหน้าที่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท