
ยันอุตสาหกรรมข้าวไทยปลอดภัย
กรมการข้าวยืนยันการใช้สารเคมีในอุตสาหกรรมข้าวไทยมีความปลอดภัย
กรมการข้าวยืนยันการใช้สารเคมีในอุตสาหกรรมข้าวไทยมีความปลอดภัย
นางลัดดาวัลย์ กรรณนุช รองอธิบดีกรมการข้าว กล่าวในการเสวนาเรื่อง คุณภาพและสารปนเปื้อนในข้าวไทยวิกฤตจริงหรือ ณ ห้องประชุมกำพลอดุลวิทย์ ชั้น 2 อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ว่า การปลูกข้าวของเกษตรกร หากปลูกตามคำแนะนำที่ถูกต้อง จะใช้สารเคมีช่วงสองเดือนแรกเท่านั้น และจะไม่มีสารตกค้างเมื่อถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยว
จากนั้นจะใช้สารเคมีกับเมล็ดพันธุ์ข้าวที่นำมาเป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวสำหรับเพาะปลูก และในกระบวนการนำเมล็ดข้าวเปลือกมาแปรรูปเป็นข้าวบริโภค จะอบข้าวด้วยสารเคมีเพื่อกำจัดไข่มอดและแมลง เพื่อคงคุณภาพข้าวและเก็บรักษาได้นานขึ้น ซึ่งกระบวนการอบข้าว เป็นกระบวนการที่มีความจำเป็นในการส่งออก หรือจัดจำหน่ายในระยะยาว สารที่ใช้รมข้าวต้องเป็นสารที่สามารถระเหยได้เร็ว และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่งในกระบวนการบรรจุ หรือส่งออก ต้องรอให้สารที่ใช้อบระเหยจนหมด ในเวลา 5-7 วัน จึงจะดำเนินการได้
ดังนั้น การใช้สารเคมีในอุตสาหกรรมข้าวไทยจึงมีความปลอดภัย แต่ต้องมีความเข้มงวดในการบริหารจัดการ ซึ่งอาจเกิดปัญหาการตกค้างของสารเคมีได้ หากไม่มีกระบวนการจัดการที่ดี
ขณะที่ นายประจบ เพชรฤทธิ์ ตัวแทนบริษัท Intertek บริษัทผู้ตรวจสอบคุณภาพสินค้าตามมาตรฐานสากล กล่าวว่า การรมสารเมทิลโบร์ไมด์ และสารฟอสฟีนในข้าว ต้องมีกระบวนการที่รัดกุมและปลอดภัย โดยการรมสารเมทิลโบร์ไมด์จะใช้เวลารม 24 ชั่วโมง ขณะที่การใช้สารฟอสฟีน จะใช้เวลารม 7 วัน หลังจากการรมสารแล้ว ต้องเปิดให้เกิดการระบายอากาศ เพื่อให้สารทั้งสองชนิดระเหยออกจากสินค้า และยืนยันว่า การรมสารเคมีในข้าว เป็นกระบวนการที่มีความปลอดภัย และไม่มีสารตกค้าง ไม่เป็นพิษต่อผู้บริโภคแน่นอน







