
แบงก์รวย
ในช่วงสัปดาห์นี้ จะเป็นฤดูแห่งการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นวอลสตรีททั้ง 3 ดัชนี ทั้ง ดาวโจนส์ แนสแด็ก และเอสแอนด์พี 500 เป็นการประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ของปีนี้ครับ
ในช่วงสัปดาห์นี้ จะเป็นฤดูแห่งการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นวอลสตรีททั้ง 3 ดัชนี ทั้ง ดาวโจนส์ แนสแด็ก และเอสแอนด์พี 500 เป็นการประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ของปีนี้ครับ
ที่ออกมาแล้ว ก็ต้องบอกว่าไม่เหนือความคาดหมายเท่าไหร่ สำหรับหุ้นในกลุ่มธนาคาร สถาบันการเงินทั้งหลายที่ผลประกอบการดีเกินคาด อย่างซิตี้กรุ๊ป ทำกำไรเน็ตๆ ได้ 4,200 ล้านเหรียญสหรัฐ ปันผลไปได้ 1.4 เหรียญสหรัฐต่อหุ้น
ตามมาด้วย โกลด์แมนแซคส์ ก็ประกาศผลกำไรสุทธิประจำไตรมาสที่ 1,900 ล้านเหรียญสหรัฐ มีรายได้รวมถึง 8,600 ล้านเหรียญมากกว่าปีที่แล้วถึง 2 เท่าตัว สามารถปันผลได้ที่ 3.70 เหรียญสหรัฐต่อหุ้น มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.82 เหรียญสหรัฐต่อหุ้น
ผลกำไรที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มาจากการลงทุนของธนาคารครับ ไม่ว่าจะในหุ้น หรือในพันธบัตร รวมไปถึงการปล่อยกู้ด้วย
ถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลกเหนือความคาดหมายเท่าไหร่ครับ ที่ผลประกอบการของธนาคาร หรือสถาบันการเงินในสหรัฐในระยะนี้จะดีเกินคาด เพราะนั่นเป็นผลมาจากที่ตลาดหุ้นสหรัฐได้รับแรงอัดฉีดจากเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในนโยบายคิวอีนั่นเอง
เป็นไปตามการคาดหมายที่ว่า การกระตุ้นของเฟดนั้นเงินไหลเข้าตลาดลงทุนลวงเช่นนี้เสียหมด เข้ากระเป๋านักลงทุนในตลาดหุ้น แต่ทว่าเศรษฐกิจภาคจริงนั้นยังไม่สู้ดี
ลองมาดูหุ้นบริษัทอื่นๆ ที่ต้องอิงกับเศรษฐกิจภาคจริงดูบ้างครับ
โคคาโคลา เครื่องดื่มน้ำดำชื่อดัง ปรากฏว่าผลกำไรลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าไป 4% ครับ
โดย โคคาโคลา ทำกำไรได้ที่ 2,680 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงจากเดิมของปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 2,790 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนรายได้ร่วมก็ลดลงมาอยู่ที่ 1.275 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ จากเดิมที่ 1.295 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
ยอดขายในอเมริกานั้นลดลงไปถึง 4% รวมไปถึงยอดขายในยุโรปที่ลดลงเช่นกัน ส่วนในตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่นั้นสวนทางยอดขายเพิ่มขึ้นครับ
หากเศรษฐกิจเมืองไทยไม่ดีก็ให้ดูดัชนีมาม่า ว่าขายดีหรือเปล่า ส่วนสหรัฐก็ให้ดูดัชนีโค้กนั่นแหละครับ ชัดเจนว่ายอดขายในสหรัฐและยุโรปตกลง แต่กระนั้นก็ยังหมายถึงว่า คนสหรัฐและคนยุโรปเลี่ยงเครื่องดื่มที่ผสมน้ำตาลมากขึ้น
ตอนนี้แค่เริ่มต้นครับ ต้องรอต่อไปในสัปดาห์นี้และสัปดาห์หน้า ว่าบรรดาหุ้นกลุ่มธนาคารของสหรัฐจะทำกำไรกันขนาดไหน และหุ้นในกลุ่มก่อสร้าง หุ้นที่ต้องพึ่งแรงซื้อของผู้บริโภคจะขาดทุนกันขนาดไหนกันครับ







