
เปิดใจ แพทย์ชนบท ขอเป็นหมอบ้านนอกสุขใจกว่า
8...ชนิกานต์ กาญจนสาลี
ครั้งหนึ่ง นพ.อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ บิดานายกรัฐมนตรี ในฐานะอดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์มหิดล ได้เคยพูดไว้ในเวทีมอบสัมฤทธิบัตรแก่แพทย์ที่สำเร็จจากโครงการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบท รุ่นที่ 10 ประจำปีการศึกษา 2552 จำนวน 391 คน ว่า ถือเป็นข้อน่าห่วงใย ปัญหาของการกระจายตัวของแพทย์ในชนบทนี้เรื้อรังมากว่า 40 ปีมาแล้ว เนื่องจากส่วนใหญ่จบแล้วจะไม่อยากกลับไปรับใช้ถิ่นบ้านเกิด
ตรงข้ามกับ พญ.ชวนิตา แพร่ศรีสกุล หรือน้ำตาล อายุ 23 ปี หมอเฟรชชีหน้าใสจากรั้วมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่กำลังจะกลับไปใช้ความรู้เพื่อรับใช้บ้านเกิดที่ปัตตานี เปิดใจเล่าถึงความภาคภูมิใจที่ได้กลับไปเป็นหมอที่บ้านเกิดว่า ปกติแล้วพ่อและแม่ก็เป็นทันตแพทย์กันทั้งคู่ เน้นย้ำเสมอว่าให้ทำงานเพื่อสังคม เงินไม่สำคัญเท่ากับความถูกต้องและจรรยาบรรณ ดังนั้นจึงตัดสินใจกลับไปเป็นแพทย์ถิ่นบ้านเกิด
“
การเป็นหมอบ้านนอกมีความสุขมากกว่า มีคุณค่ากว่า พูดแล้วขลัง เพราะชาวบ้านเห็นคุณค่าในวิชาชีพของเราอย่างจริงใจ” เธอเล่าถึงแก่นความคิดที่ตกผลึกไม่ต่างกันกับหมอหนุ่มอย่าง ติณณภพ ดาราสว่าง จากมหา วิทยาลัยขอนแก่น วัย 24 ปี ที่บอกว่า จะกลับไปทำงานที่โรงพยาบาลในขอนแก่น เพราะปัจจุบันคนในพื้นที่อีสานขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องเวชปฏิบัติในการป้องกันโรค ตั้งใจจะนำเอาทักษะของการเวชปฏิบัติให้ความรู้กับผู้คนอย่างเต็มที่
หมอหน้าใหม่เหล่านี้คือพันธุ์กล้าไม้แห่งความหวังของวงการสาธารณสุขไทย ในสถานการณ์ที่แพทย์ยังคงขาดแคลนในพื้นที่ห่างไกลความเจริญเช่นทุกวันนี้







