
ปูแก้เกี้ยวดึงประชาชนร่วมปราบโกง
ยิ่งลักษณ์โชว์ภาพปราบโกง ผุดกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดสรรหาประชาชนร่วมตรวจสอบจัดซื้อจัดจ้างทุกขั้นตอน
ยิ่งลักษณ์โชว์ภาพปราบโกง ผุดกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดสรรหาประชาชนร่วมตรวจสอบจัดซื้อจัดจ้างทุกขั้นตอน
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานพิธีเปิดการสัมมนาและมอบนโยบายการขับเคลื่อนธรรมาภิบาลและเพิ่มศักยภาพในการดำเนินงานของคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด (ก.ธ.จ.) ทั่วประเทศ เพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ตลอดจนเพื่อให้การขับเคลื่อนการปฏิบัติงานของ ก.ธ.จ.มีความชัดเจนและเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนให้หน่วยงานภาครัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐในจังหวัดปฏิบัติงานโดยใช้วิธีการบริหารจัดการที่ดี โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาจำนวนประมาณ 1,300 คน ประกอบด้วย ปลัดกระทรวง ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน ก.ธ.จ. กรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด ที่ปรึกษา ก.ธ.จ. เลขานุการ ก.ธ.จ. และผู้ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนสื่อมวลชน
ด้าน นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวรายงานว่า คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด ได้จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2550 โดยได้กำหนดว่า “ในจังหวัดหนึ่งนอกจากกรุงเทพมหานคร ให้มีคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า “ก.ธ.จ.” ประกอบด้วยผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีเขตอำนาจในจังหวัดเป็นประธาน ผู้แทนภาคประชาสังคม ผู้แทนสมาชิกสภาท้องถิ่น และผู้แทนภาคธุรกิจเอกชนในจังหวัดเป็นกรรมการ มีอำนาจหน้าที่ในการสอดส่อง เสนอแนะ และส่งเสริมตามหลักคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลให้หน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐในจังหวัดปฏิบัติภารกิจโดยใช้วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี และเป็นไปตามหลักการที่กำหนดไว้ในมาตรา 3/1 แห่งพระราชบัญญัติฯ ซึ่งต่อมาได้มีการออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด พ.ศ. 2552 มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2552
ที่ผ่านมา ก.ธ.จ. ชุดแรกได้ปฏิบัติหน้าที่จนครบวาระ 3 ปีของการดำรงตำแหน่งแล้ว ปัจจุบัน ก.ธ.จ. ชุดที่ 2 ที่ได้รับการสรรหาใหม่ ได้เข้ามาปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่ดังกล่าว การจัดสัมมนาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ ก.ธ.จ. ในฐานะหน่วยตรวจสอบภาคประชาชนในระดับจังหวัด ได้รับมอบนโยบาย/แนวทางการปฏิบัติภารกิจจากรัฐบาล และเพื่อให้ก.ธ.จ. เป็นกลไกสนับสนุนให้หน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐในพื้นที่จังหวัดปฏิบัติภารกิจ โดยใช้วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ส่งผลให้การบริหารประเทศของรัฐบาลเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล มีความโปร่งใส และสัมฤทธิ์ผลอย่างเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวมอบนโยบายว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและทุกภาคส่วนประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ในการบูรณาการและเสนอแนวคิดกับทุกกระทรวงเพื่อปรับปรุงแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นจากภายในหน่วยงานภาครัฐ และในปีนี้รัฐบาลจะเน้นการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นให้เข้มข้นมากขึ้น โดยประกาศให้แต่ละกระทรวง นำโดยผู้ตรวจราชการของกระทรวง จัดตั้งสำนักงานต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นขึ้นในกระทรวงเพื่อการทำงานเป็นไปด้วยความโปร่งใส ขณะที่ ก.ธ.จ. จะทำงานร่วมกับผู้ตรวจสำนักนายกรัฐมนตรี ภาคเอกชน และภาคประชาชน สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่กำหนด โดยเฉพาะระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง เป็นต้น
"การแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นจะประสบความสำเร็จได้ ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันรวมทั้ง ก.ธ.จ. ที่จะเป็นกลไกสำคัญในการสอดส่องดูแล เสนอแนะ ปรับปรุง แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ขณะเดียวกันขอให้ ก.ธ.จ. ดูแลในเรื่องของความเสี่ยงที่จะนำไปสู่การเกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นและไม่เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา รัฐบาลพร้อมที่จะให้ทุกภาคส่วนตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล รวมทั้งโครงการโครงสร้างพื้นฐานและโครงการขนาดใหญ่ซึ่งมีเงินลงทุนจำนวนมาก เพราะรัฐบาลต้องการเห็นการตรวจสอบที่เปิดเผย โปร่งใส และมีระบบขั้นตอนในการทำงานต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดความมั่นใจและสามารถเดินหน้าต่อไปได้"น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าว
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงการที่รัฐบาลจะเพิ่มความเข้มข้นในการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นโดยยกระดับขั้นตอนการแก้ปัญหาดังกล่าวให้อยู่ในระดับมาตรฐานสากล ว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติกำหนดมาตรการเบื้องต้น โดยจะส่งเสริมผลักดันให้หน่วยงานภาครัฐ เปิดเผยข้อมูลในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างทุกขั้นตอนตามที่กฎหมายกำหนดอย่างเป็นรูปธรรม และให้มีการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันต่อผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองานทุกราย
ตลอดจน วางมาตรการให้บุคคลจากภาคส่วนต่าง ๆ ในสังคมที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับการฝึกอบรมความรู้และทักษะที่จำเป็น รวมทั้งได้รับการรับรองอย่างเป็นระบบ สามารถเข้ามามีส่วนร่วมสังเกตการณ์ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการคัดเลือก คุณสมบัติ บทบาทหน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้สังเกตการณ์ ซึ่งมีตัวแทนจากทุกภาคส่วน แยกตามรายสาขาวิชาชีพ และประกาศบัญชีรายชื่อดังกล่าวให้สาธารณชนรับทราบ โดยมีบทบาทหน้าที่ในการสอดส่อง สังเกตการณ์ และเสนอแนะในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเชื่อมั่น ทั้งนี้จะต้องมีการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการคัดเลือกโครงการที่เข้าข่ายในการเปิดให้มีผู้สังเกตการณ์เข้าร่วมในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง เช่น โครงการที่เป็นภารกิจหลักของหน่วยงาน โครงการที่มีวงเงินงบประมาณสูง หรือโครงการที่สาธารณชนให้ความสนใจ เป็นต้น และจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อทำหน้าที่ขับเคลื่อนการเสริมสร้างความโปร่งใสในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลและเป็นที่ยอมรับ เกิดความเสมอภาค โปร่งใสและเป็นธรรมกับทุกภาคส่วน







