
ศาลอนุมัติหมายจับ"เณรคำ"ประสานตปท.ล่าตัว
ศาลอาญาอนุมัติหมายจับ "เณรคำ" แล้ว ดีเอสไอตั้ง 3 ข้อหาหนัก ขณะที่ พศ.ประสานกระทรวงต่างประเทศเพิกถอนหนังสือเดินทาง
ศาลอาญาอนุมัติหมายจับ "เณรคำ" แล้ว ดีเอสไอตั้ง 3 ข้อหาหนัก ขณะที่ พศ.ประสานกระทรวงต่างประเทศเพิกถอนหนังสือเดินทาง
เมื่อวันที่ 14 ก.ค. นายทวี ประจวบลาภ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา กล่าวว่า องค์คณะผู้พิพากษาได้ประชุมหารือพิจารณาสำนวนพยานหลักฐานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ยื่นคำร้องขออนุมัติหมายจับนายวิรพล สุขผล หรืออดีตหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานที่พักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษแล้ว และ เห็นว่ามีหลักฐานพอสมควรให้เชื่อได้ว่า ผู้ต้องหาได้กระทำการที่จะเป็นความผิด 3 ข้อหาตามที่ถูกดีเอสไอกล่าวหามาในคำร้องรวมทั้งผู้ต้องหาก็ไม่ได้อยู่ในประเทศ เชื่อว่าน่าจะมีพฤติการณ์หลบหนี ดังนั้นก็อยู่ในเงื่อนไขที่ศาลจะพิจารณาอนุมัติหมายจับได้ ศาลอาญาจึงมีคำสั่งออกหมายจับผู้ต้องหาดังกล่าว
ทั้งนี้ดีเอสไอได้ตั้งข้อหา นายวิรพล 3 ข้อหา คือ กระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 , ฉ้อโกงประชาชน และกระทำชำเราเด็กหญิง อายุไม่เกิน15 ปี ซึ่งไม่ใช่ภรรยาตนและโดยปราศจากเหตุอันควรในการพรากผู้เยาว์ไปจากบิดามารดาและผู้ปกครอง
ด้าน นายมนัสวี ศรีโสดาพล อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า ขณะนี้สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้ประสานเป็นการภายในให้มีการเพิกถอนหนังสือเดินทางและวีซ่าของนายวิรพลมายังกระทรวงการต่างประเทศแล้ว ซึ่งเมื่อได้รับหนังสืออย่างเป็นทางการ ทางกระทรวงการต่างประเทศก็จะพิจารณาตามระเบียบกระทรวงที่มีอยู่ต่อไป
ทั้งนี้ตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ.2548 ในข้อ 21 ที่ระบุว่าพนักงานเจ้าหน้าที่สามารถปฏิเสธหรือยับยั้งการขอหรือแก้ไขหนังสือเดินทางในกรณีดังต่อไปนี้ ตามใน (2) เมื่อได้รับแจ้งว่าผู้ร้องขอเป็นผู้ซึ่งกำลังรับโทษในคดีอาญาหรืออยู่ระหว่างการปล่อยตัวชั่วคราว หรือเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา ที่ได้มีการออกหมายจับไว้แล้ว ซึ่งศาลหรือพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจ เห็นว่า ไม่ควรจะออกหนังสือเดินทางให้
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า หมายจับครั้งนี้มีอายุความ 10 ปี ถึงวันที่ 2 ก.ค.2566 ดีเอสไอจะมีหนังสือแจ้งไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนา และมหาเถรสมาคม ให้ดำเนินการไปยังสูนย์ควบคุมของมหาเถรที่ควบคุมหนังสือเดินทางของที่จะเดินทางไปต่างประเทส ให้ดำเนินติดต่อกงการกงศุล กระทรวงต่างประเทศ เพื่อเพิกถอนหนังสือเดินทาง
ขณะที่การเพิกถอนวีซ่า ดีเอสไอได้ประสานกลุ่มประทศในยุโรป และอเมริกา โดยทราบที่อยู่ของนายวิรพล ล่าสุดแล้ว แต่ไม่เปิดเผยพร้อมจะประสานประเทศดังกล่าวให้เพิกถอนวีซ่า
ทั้งนี้ หากการเพิกถอนหนังสือเดินทางหรือวีซ่า จะมีการผลักดันผู้ต้องหากลับมายังประเทศไทย โดยดีเอสไอจะส่งเจ้าหน้าที่ไปรับยังสนามบินของประเทศนั้นเพื่อนำตัวกลับประเทศไทย
นายธาริตกล่าวว่า การอายัดทรัพย์สินของ นายวิรพลนั้น ดีเอสไอได้ส่งหนังสือไปยังสถาบันการเงิน 141 แห่ง นอกจากนี้ยังส่งหนังสือไปยังอธิบดีกรมที่ดิน ในกรณีอสังหาริมทรัพย์ที่มีชื่อนายวิรพล เป็นเจ้าของ รวมถึงส่งหนังสือไปยังอธิบดีกรมขนส่งทางบกเกี่ยวกับยานพาหนะที่เป็นของเณรคำ เพื่อทำการอายัดต่อไป
“พระที่ได้รับมอบรถจากเณรคำก็มีการสอบถามมาว่าจะมีการประสานเพื่อขอคืนอย่างไร การยึดอายัดทรัพย์สินของเณรคำครั้งนี้เป็นไปตามกฎหมายของดีเอสไอ”นายธาริต กล่าว
ด้านเบาะแสรถหรูของเณรคำที่ดีเอสไอตรวจสอบพบเพิ่มเติม และมีพลเมืองดีส่งข้อมูลมาให้นั้น ในวันที่ 18 ก.ค. ผู้เกี่ยวข้องได้ประสานนำหลักฐานมาให้กับดีเอสไอ ซึ่งเป็นรายละเอียดของรถอีก 10 กว่าคัน
“ผู้หวังดีได้ส่งรูปมาให้ ล่าสุดเป็นรถยี่ห้อโรลสรอยด์ 3 คัน จอดที่สำนักสงฆ์ ดีเอสไอจะเข้าไปตรวจสอบที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ว่าใครครอบครองอยู่ ที่ดีเอสไอพบขณะนี้คือรถราคาแพงเข้าไปจอด แต่ปัจจุบันรถไม่อยู่แล้ว ก็จะเข้าไปสอบว่าอยู่ไหนแล้ว ใครที่รับไว้ก็จะถือว่ามีความผิดร่วม ยักย้ายถ่ายเททรัพย์ที่ได้จากการฉ้อโกง ฟอกเงิน”นายธาริตกล่าว







