posttoday
รวบผจก.โรงแรมสาวพันแก๊งทุบกระจกรถยนต์

รวบผจก.โรงแรมสาวพันแก๊งทุบกระจกรถยนต์

17 กรกฎาคม 2556

กองปราบ จับสาว ผจก.โรงแรม พันแก๊งตระเวนทุบกระจกรถลักทรัพย์ เบื้องต้นยังให้การปฎิเสธ

กองปราบ จับสาว ผจก.โรงแรม พันแก๊งตระเวนทุบกระจกรถลักทรัพย์ เบื้องต้นยังให้การปฎิเสธ

กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.ปิยะ เจริญสุข ผกก.1 บก.ป.สั่งการ พ.ต.ท.พรัชต์ศรุต วัชรธนโยธิน สว.กก.1 บก.ป. ร.ต.อ.กษิดิ์เดช เจริญลาภ รอง สว.กก.1 บก.ป.นำกำลังเข้าจับกุม น.ส.ภัสธนมนท์ อนันตติยาภัทธิ์ หรือ พชรวรรณ แสงทอง อายุ 36 ปี ผู้จัดการโรงแรมแห่งหนึ่งย่านถนนสุขุมวิท อยู่บ้านเลขที่ 555/440 ถนนตากสิน-เพชรเกษม แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กทม.ตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ ส.1055/2546 ลงวันที่ 20 สิงหาคม 2546 ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ผู้อื่นโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การพาทรัพย์นั้นไปหรือให้รอดพ้นการจับกุม โดยจับกุมตัวได้ที่ลานจอดรถลานจอดรถโรงแรมรอยัลเพรสซิเด้นท์ ซอยสุขุมวิท 15 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม.เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา

               
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2546 ผู้ต้องหาได้ร่วมกับนายอีวาน ไม่ทราบชื่อจริงและนามสกุล สัญชาติมาเลเซีย กับพวก ก่อเหตุขับรถยนต์ชนรถของผู้เสียหาย ก่อนฉวยโอกาสในระหว่างการเจรจาตกลงค่าเสียหาย ลงมือก่อเหตุทุบกระจกรถยนต์เหยื่อ โดยได้เงินสดเป็นจำนวน 1,950,000 บาท ที่ผู้เสียหายเพิ่งเบิกออกมาจากธนาคาร เหตุเกิดในพื้นที่ ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ต่อมาผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ก่อนจะมีการรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหา กระทั่งชุดสืบสวน กก.1 บก.ป.สืบทราบว่าผู้ต้องหารายนี้ได้หลบหนีมาทำงานที่โรงแรมในย่านถนนสุขุมวิท จึงวางแผนติดตามจับกุมตัวไว้ได้

               
สอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด แต่ยอมรับว่ารถที่ถูกนำไปใช้ก่อเหตุเป็นรถของตนจริง เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยให้ผู้อื่นเช่าไปใช้งาน โดยไม่ทราบว่าถูกเอาไปใช้ก่อคดี ซึ่งชุดจับกุมได้คุมผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง รับไว้ดำเนินคดีต่อไป

               
อย่างไรก็ดี สำหรับพฤติการณ์ของกลุ่มผู้ต้องหา นั้น ตามแนวทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่พบว่า มีการกระทำกันเป็นขบวนการ โดยมีชาวต่างชาติร่วมมือกับคนไทย ซึ่งจะเลือกลงมือก่อเหตุกับเหยื่อที่ขับรถเดินทางมาทำธุรกรรมการเงินกับธนาคารต่างๆ เพียงลำพังคนเดียว ก่อนจะแกล้งขับรถไปชนรถของผู้เสียหาย เมื่อเหยื่อลงจากรถมาเจรจาค่าเสียหาย คนร้ายอีกชุดก็จะฉวยโอกาสทุบกระจกรถ รื้อค้นเอาเงินหรือทรัพย์สินของเหยื่อหลบหนีไป

มีรายงานข่าวว่า เมื่อช่วงปี 2546 หรือเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา พฤติการณ์ในการก่อเหตุลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งในพื้นที่ จ.นนทบุรี และปริมณฑล เนื่องจากระบบการป้องกันและการติดตามตรวจสอบด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ยังไม่ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย เช่น การติดตั้งกล้องวงจรปิดในพื้นที่จังหวัดปริมณฑล มีน้อยจึงเป็นจุดอ่อนให้คนร้ายเลือกลงมือก่อเหตุดังกล่าว

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท