
ปชป.ขวางแก้รธน. เติ้งสับจิ๋วมิบังควร
ที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เมื่อวันที่ 20 เม.ย. ไม่ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (รธน.) 6 ประเด็นตามกรอบของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองตามที่พรรคร่วมรัฐบาลเสนอ โดยให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กลับไปหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลอีกครั้ง
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้อภิปรายกันอย่าง กว้างขวางนานกว่า 5 ชั่วโมง โดยนายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ได้แสดงความไม่เห็นด้วยที่พรรคจะแก้ รธน. ตามคำเรียกร้องของพรรคร่วม โดยนายบัญญัติเห็นว่าการแก้ รธน. ในช่วงนี้ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ ขณะที่นายชวน อภิปรายว่า ปชป. ควรมีหลักการ ไม่ควรมีจุดยืนกลับไปกลับมา ไม่เช่นนั้นจะถูกต่อต้านจากประชาชน
วันเดียวกันคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) นำโดยนางอมรา พงศาพิชญ์ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้เข้าพบนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อพบปะหารือพูดคุยหาทางออกให้กับบ้านเมือง
นางอมรา แถลงหลังการหารือว่า นายบรรหารเป็นห่วงสถานการณ์ความขัดแย้งจนถึงขั้นรัฐประหาร จึงได้เสนอให้รัฐบาลและกลุ่มผู้ชุมนุมถอยกันคนละก้าว โดยควรจะมีการแก้รัฐธรรมนูญ ใน 2 ประเด็นคือ มาตรา 190 และเขตเลือกตั้ง จากนั้นรัฐบาลก็ประกาศความชัดเจนว่าจะยุบสภาและเลือกตั้งในระยะเวลา 6 เดือน
นายบรรหาร กล่าวว่า ทั้งรัฐบาลและ นปช. ถ้ายังยืนหยัดและไม่ถอยกันคนละก้าวก็จะหาจุดสิ้นสุดไม่ได้ และไม่เห็นด้วยที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ ได้ทำหนังสือขอเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อหาทางออกทางการเมือง เพราะเป็นการไม่บังควรอย่างยิ่ง
“
พี่จิ๋วคิดใหม่นะ คิดดีๆ หน่อย ผมว่าถอนเรื่องเถอะ อย่าไปเข้าเฝ้าฯ เลย ไม่เกิดประโยชน์หรอก เป็นเรื่องการเมืองให้แก้ด้วยการเมืองเองดีกว่า ท่านบอกพวกตัวเองให้ถอยออกมาเถอะ ท่านพูดง่ายนิดเดียว ถอยออกมาเถอะ ปัญหามันก็จบ” นายบรรหาร กล่าวสำหรับประเด็นข้อเสนอของ พล.อ.ชวลิต และนายสมชาย หลายฝ่ายได้ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย เพราะเป็นการกระทำที่ไม่บังควร







