posttoday
เรื่องของวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีที่คนในวงการเท่านั้นช่วยกันผลักดัน

เรื่องของวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีที่คนในวงการเท่านั้นช่วยกันผลักดัน

17 กรกฎาคม 2556

ประเทศต่างๆ ในโลก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว อย่างเช่น สหรัฐ สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น หรือไม่ก็เป็นประเทศกำลังพัฒนาที่ค่อนข้างก้าวหน้า เช่น สาธารณรัฐเกาหลี สิงคโปร์ หรือแม้แต่จีน จะมีประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจความสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีว่ามีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ เข้าใจว่าห่วงโซ่การผลิต (Supply Chain) ในโลกสมัยใหม่ จะต้องมีเรื่องของวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุน หรือไม่ก็เป็นตัวพระเอกเลยด้วยซ้ำที่จะทำให้การผลิตของประเทศก้าวกระโดด มีมูลค่าเพิ่มสูง และแข่งขันได้ในตลาดโลก ที่สำคัญคือ ผู้นำและผู้กำหนดนโยบายของประเทศเหล่านั้นเข้าใจดีและให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

ประเทศต่างๆ ในโลก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว อย่างเช่น สหรัฐ สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น หรือไม่ก็เป็นประเทศกำลังพัฒนาที่ค่อนข้างก้าวหน้า เช่น สาธารณรัฐเกาหลี สิงคโปร์ หรือแม้แต่จีน จะมีประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจความสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีว่ามีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ เข้าใจว่าห่วงโซ่การผลิต (Supply Chain) ในโลกสมัยใหม่ จะต้องมีเรื่องของวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุน หรือไม่ก็เป็นตัวพระเอกเลยด้วยซ้ำที่จะทำให้การผลิตของประเทศก้าวกระโดด มีมูลค่าเพิ่มสูง และแข่งขันได้ในตลาดโลก ที่สำคัญคือ ผู้นำและผู้กำหนดนโยบายของประเทศเหล่านั้นเข้าใจดีและให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

เมื่อหันมามองประเทศไทย กลับไม่เห็นภาพความเข้าใจเหล่านี้จากคนทั่วไป หรือแม้แต่ผู้กำหนดนโยบายของประเทศ ความเข้าใจนี้กลับอยู่ในกลุ่มของคนจำนวนไม่มากที่เกี่ยวข้องกับวงการศึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ถ้าเทียบกับสังคมของไทยกับประชากร 60 ล้านคน คนกลุ่มนี้ก็เหมือนนิวเคลียสเล็กๆ หรือมดงานกลุ่มเล็กๆ ที่พยายามจะกลิ้งเศษอาหารก้อนมหึมาเพื่อกลับไปให้นางพญาและตัวอ่อนในรังได้กิน คนเหล่านี้มีความรู้สูง มีความสามารถ หรือเรียกภาษาชาวบ้านก็ต้องว่าเป็นคนเก่งระดับหัวกะทิของประเทศ แล้วก็ทำงานด้วยความทุ่มเท แต่งานเหล่านั้นน่าจะก้าวหน้าไปได้มาก หากเป็นที่รับรู้ของคนทั่วไปหรือคนภายนอกวงการ รวมถึงผู้กำหนดนโยบาย

ที่จริงก็เหมือนไก่เกิดก่อนไข่หรือไข่เกิดก่อนไก่ เพราะหากเรื่องของวิทยาศาสตร์ฯ เป็นที่รับรู้และเป็นที่สนใจของคนภายนอก และเห็นประโยชน์ว่าวิทยาศาสตร์ฯ สามารถจะก่อให้เกิดรายได้มหาศาล เช่น google เป็นต้น ในที่สุดนักการเมืองซึ่งเป็นผู้กำหนดนโยบายของประเทศก็จะหันมาให้ความสนใจและสนับสนุน หรือจะให้มีนโยบายสนับสนุนก่อน แล้วการคิดประดิษฐ์และนวัตกรรมทางด้านวิทยาศาสตร์ฯ ขั้นสูงจึงจะเกิดขึ้น

มีประชาชนทั่วไปสักกี่คนที่จะทราบเรื่องอุทยานวิทยาศาสตร์จริงๆ ว่าคืออะไร เขาทำอะไรกันอยู่ แล้วผลนั้นก่อให้เกิดประโยชน์กับเศรษฐกิจอย่างไร มีสักกี่คนที่ไม่ใช่คนในวงการที่จะทราบว่า THAIST คืออะไร มีหน้าที่อะไร และจะทำอะไร ผลงานของ THAIST จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างไร

วันนี้ผู้เขียนขอพูดเรื่อง THAIST ก่อนเรื่องของอุทยานวิทยาศาสตร์ เพราะที่จริงก็เคยพูดเรื่อง THAIST ไปแล้วครั้งหนึ่ง จึงขอหยิบมาพูดถึงอีก เพื่อให้เห็นความคืบหน้าของการดำเนินงานของ THAIST และให้ท่านผู้อ่านอีกหลายๆ ท่าน ที่อาจจะไม่เคยอ่านฉบับเก่าๆ ที่ผู้เขียนเคยเขียนเรื่องนี้ไว้ได้ทราบเท่านั้น โดยไม่ลงรายละเอียดมากนัก

THAIST นั้นย่อมาจาก Thailand Advance Institute of Science and Technology หรือสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นสูง และถึงแม้ว่าจะได้ชื่อว่าเป็นสถาบันแต่ก็ไม่มีหน้าที่สอน เพียงแต่ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการ และส่งเสริมสนับสนุนให้มีการ

nพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

nสร้างเครือข่ายวิจัยระดับนานาชาติ

nสนับสนุนให้เกิดศูนย์ความเป็นเลิศ

nถ่ายทอดเทคโนโลยี

nริเริ่มการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาและกิจกรรมนวัตกรรมภาคการผลิตและบริการ

มาถึงขณะนี้ THAIST มีการสนับสนุนในส่วนที่เกี่ยวกับหลักสูตรถึง 5 หลักสูตร ได้แก่

nเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูงและรถไฟฟ้า โดยมีการสนับสนุนทั้งโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ห้องปฏิบัติการ ฯลฯ และทุนการศึกษา รวมถึงการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ท่านผู้อ่านเชื่อหรือไม่ว่า เรากำลังจะมีรถไฟฟ้าความเร็วสูงกันแล้ว แต่เราไม่มีแรงงานที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องนี้เลย ที่พอจะมีผู้รู้บ้างก็ขาดระเบียบวินัย ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่จำเป็นมากต่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร

nเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติก็เช่นเดียวกัน ที่มีการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานและทุนการศึกษา/วิจัย

nเทคโนโลยีชีวภาพและเภสัชภัณฑ์ นี่ก็อีกเช่นกันที่จนถึงขณะนี้เรายังไม่สามารถผลิตสารตั้งต้นของยาชนิดง่ายๆ ที่คนใช้กันเป็นประจำได้เลย นอกจากการนำเข้า ยกเว้นวัคซีนบางชนิด

nนวัตกรรมเพื่อการเกษตร

nการพัฒนาโรงเรียน Cyber ยางล้อ และการพัฒนาบุคลากรด้านระบบขนส่งทางราง

ผู้เขียนเองถ้าไม่ได้มารับผิดชอบเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาก็คงไม่ทราบเช่นกัน ดังนั้น จึงมีปัญหาใหญ่ประการหนึ่งที่ผลงานวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีจำนวนมากที่ต้องขึ้นหิ้งไปโดยไม่ก่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ คือไม่สามารถผลิตเป็นสินค้าและขายได้ เรื่องนี้คงต้องดูต่อไปว่าจะทำอย่างไรให้คนที่อยู่นอกวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้ความสนใจ และให้พวกที่เขาให้ความสนใจอยู่แล้วแต่เข้ามาไม่ได้ โดยเฉพาะที่อยู่ทางเศรษฐกิจ การค้าและการตลาด ได้มีโอกาสเข้ามาช่วยผลักดันด้วย

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล