
กทม.ปรับฐานภาษีครั้งใหญ่
เล็งเก็บ‘น้ำมันก๊าซน้ำเสียโรงแรม’ต้นปี’57เพิ่มค่าจอดถนนสายหลักหาเงินพัฒนาเมือง
เล็งเก็บ‘น้ำมันก๊าซน้ำเสียโรงแรม’ต้นปี’57เพิ่มค่าจอดถนนสายหลักหาเงินพัฒนาเมือง
กทม.ชงแก้กฎหมายรีดภาษี น้ำมันน้ำเสียสาธารณูปโภค ไม่เว้นกระทั่งเพิ่มค่าที่จอดรถ
นายกฤษฎา กลันทานนท์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ กทม. มีแนวทางเตรียมจัดเก็บภาษีน้ำมันและก๊าซกับสถานบริการน้ำมันและก๊าชทั่ว กทม. เพื่อหารายได้เข้า กทม. โดยจะจัดเก็บภาษีจากรายได้ของสถานบริการน้ำมันและก๊าซทุกแห่งในอัตรา 5% ของรายได้
ทั้งนี้ ล่าสุดคณะกรรมการพัฒนากฎหมายของกลุ่มภารกิจ ด้านเศรษฐกิจการเงินและการคลัง กทม. อยู่ระหว่างการปรับปรุงเพิ่มเติมข้อบัญญัติ กทม. เรื่องการเก็บภาษีบำรุง กทม. สำหรับน้ำมันเบนซินและน้ำมันที่คล้ายกัน น้ำมันดีเซลและน้ำมันที่คล้ายกัน โดยเมื่อปรับปรุงข้อบัญญัติแล้วเสร็จจะต้องมีการเสนอเข้าสู่ที่ประชุมสภา กทม.ในสมัยหน้าเพื่อพิจารณา คาดว่าที่ประชุมจะรับหลักการในเดือน ต.ค.นี้ และสามารถเริ่มจัดเก็บได้ภายในเดือน ม.ค. 2557
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา กทม.ไม่เคยจัดเก็บภาษีน้ำมันจากผู้ประกอบการ อีกทั้งราคาขายน้ำมันและก๊าชในเขต กทม. ถูกกว่าจังหวัดอื่น จึงคาดว่าการจัดเก็บภาษีจะทำให้ กทม. ได้รับรายได้เพิ่มขึ้นปีละ 500 ล้านบาท นอกจากนี้ กทม.ยังได้ออกข้อบัญญัติเรื่องค่าธรรมเนียมการบำบัดน้ำเสียในการจัดเก็บค่าบำบัดน้ำเสียเพื่อหารายได้เข้า กทม.อีกทางหนึ่ง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างหาวิธีการจัดเก็บ เนื่องจากสหภาพการประปานครหลวงออกมาคัดค้าน แต่หาก กทม.สามารถหาวิธีจัดเก็บได้ ก็จะทำให้มีรายได้เพิ่มปีละ 1,000 ล้านบาท
นายกฤษฎา กล่าวว่า ยังเสนอให้ นายจุมพล สำเภาพล รองผู้ว่าฯ กทม. จัดเก็บค่าธรรมเนียมที่จอดรถบนถนนสายหลักและสายรอง รวมทั้งตรอกซอกซอย เพราะปัจจุบันมีประชาชนจำนวนมากนำรถรถยนต์มาจอดรถ ทำให้การจราจรติดขัด เนื่องจากปัจจุบันอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการ ตาม พ.ร.บ.การจอดยานพาหนะรถยนต์ ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีหน้าที่จับปรับเท่านั้น แต่หากทำได้ กทม.ก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้น ส่วนการจัดเก็บภาษีโรงแรมและบุหรี่นั้นจะต้องแก้ไข พ.ร.บ.บริหาร กทม. ก่อนจึงจะสามารถทำได้
นายจุมพล กล่าวว่า ที่ผ่านมา กทม. มีแนวทางในการจัดเก็บภาษีที่เคยทำอยู่แล้วให้เต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้น อาทิ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีป้าย ส่วนหนึ่งอาจมีการปรับฐานภาษี การประเมินราคาทรัพย์สินหรือจัดเก็บภาษีที่ยังไม่เคยมีการเก็บ อาทิ ภาษีน้ำมัน โรงแรม และสาธารณูปโภค นอกจากนี้อาจจะมีแนวทางออกพันธบัตร หรือจัดตั้งกองทุนเช่นเดียวกับเมืองใหญ่ทั่วโลกและเอกชนของประเทศไทย แต่กฎหมายไม่ได้มอบอำนาจให้ท้องถิ่นดำเนินการ เพราะการดำเนินการดังกล่าวอยู่ภายใต้กระทรวงการคลัง
นายจุมพล กล่าวว่า กทม.จำเป็นต้องปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพบ้านเมืองในการใช้งบประมาณ เพื่อลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานของ กทม. รูปแบบอาจออกเป็นพันธบัตรหรือกู้เงินมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ใน กทม. เช่นเดียวกับรัฐบาลที่จำเป็นต้องกู้เงิน แต่แนวทางนี้อาจไม่สำเร็จใน 4 ปี แต่จะเป็นเรื่องในอนาคต







