
ปธ.ศาลรัฐธรรมนูญ
กรณีนายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ยื่นใบลาออกจากประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.นี้เป็นต้นไป โดยให้เหตุผลว่าเป็นพันธสัญญาต่อองค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2554 ไว้ว่าจะเข้ามาตำแหน่งประธานศาลฯ มุ่งหวังจัดระบบการรับคำร้องและการพิจารณาคดีให้เกิดความรวดเร็วทันต่อสถานการณ์ สะสางคดีค้างเก่าให้ลดน้อยลงในเวลาเพียง1 ปี และเมื่อทุกอย่างเข้าที่แล้วจะยื่นใบลาออกทันที
กรณีนายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ยื่นใบลาออกจากประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.นี้เป็นต้นไป โดยให้เหตุผลว่าเป็นพันธสัญญาต่อองค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2554 ไว้ว่าจะเข้ามาตำแหน่งประธานศาลฯ มุ่งหวังจัดระบบการรับคำร้องและการพิจารณาคดีให้เกิดความรวดเร็วทันต่อสถานการณ์ สะสางคดีค้างเก่าให้ลดน้อยลงในเวลาเพียง1 ปี และเมื่อทุกอย่างเข้าที่แล้วจะยื่นใบลาออกทันที
การลาออกดังกล่าว จึงมีคำถามตามมาว่า ขั้นตอนการเลือกประธานศาลฯ และตุลาการฯ มาแทนเป็นอย่างไร
รัฐธรรมนูญมาตรา 204 กำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญประกอบด้วยประธานศาลฯ หนึ่งคนและตุลาการฯ อื่นอีก 8 คน และมาตรา 208 กำหนดวาระ9 ปี เมื่อนายวสันต์ลาออก จะเหลือตุลาการฯ 8 คน
สำหรับการเลือกประธานศาลฯ และตุลาการฯ คนใหม่นั้น มีขั้นตอนเริ่มจากการคัดเลือกขององค์คณะตุลาการฯ โดยจะต้องเป็นการสรรหาตุลาการฯ จากสายผู้ทรงคุณวุฒิสาขานิติศาสตร์ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญทางด้านนิติศาสตร์ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 210 (3) จากนั้นสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจะส่งหนังสือแจ้งไปยังประธานวุฒิสภา ได้รับทราบและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 206 ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน เพื่อพิจารณานำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายต่อไป







