posttoday
ธุรกิจหวั่นหมดตัว ปลุกคนเดือดร้อนสู้

ธุรกิจหวั่นหมดตัว ปลุกคนเดือดร้อนสู้

21 เมษายน 2553

ความยืดเยื้อในการปิดสี่แยกราชประสงค์ของม็อบกลุ่มคนเสื้อแดง ทำให้นักธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงต้องออกมาเรียกร้อง ขอให้ผู้ประกอบการในย่านนั้นรวมตัวกันต่อสู้เพื่อพนักงาน

นายสมบูรณ์ นำทิพย์จันทาเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอซอพติกผู้ประกอบการแว่นระดับไฮเอนด์ในอาคารเอราวัณ แบงค็อก แถลงว่าขอเรียกร้องให้ผู้ประกอบการย่านราชประสงค์ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการชุมนุม ร่วมกันหารือเพื่อขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล เพราะตั้งแต่มีการปิดถนนราชประสงค์ ผู้ประกอบการเดือดร้อนเหมือนกันหมด แต่ไม่มีใครกล้าออกมารวมตัวกัน ทั้งที่เจ้าของธุรกิจมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบลูกจ้าง ซึ่งขณะนี้ต้องหยุดงานและได้รับความเดือดร้อนเหมือนกัน

“ผมได้คุยกับกลุ่มทุนขนาดใหญ่แถวนี้ ทุกคนยอมรับได้รับความเดือดร้อนทั้งจากปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ แต่กลับไม่ทำอะไรกันเลย พวกคุณมัวแต่หดหัวเป็นเต่าอยู่ในกระดอง กลัวแต่ว่าจะไม่ปลอดภัย กลัวจะมีการเผาราชประสงค์ ผมขอประณามนักธุรกิจอย่างพวกคุณ ทั้งที่ลูกน้อง ลูกจ้างเดือดร้อนกันหมด แต่คุณกลับไม่คิดถึงพวกเขา และไม่กล้าที่จะออกมาต่อสู้ เพราะพวกคุณมัวคิดถึงแต่ตัวเอง” นายสมบูรณ์ กล่าว

นายสมบูรณ์ กล่าวว่า เมื่อไม่มีผู้ประกอบการรายใดรวมกลุ่มกัน ขณะนี้ก็ต้องสู้ด้วยตัวเอง โดยเมื่อเร็วๆ นี้ได้ไปยื่นหนังสือต่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ เพื่อขอผ่อนผันการชำระภาษีมูลค่าเพิ่มตั้งแต่เดือน มี.ค. 2553 ซึ่งต้องจ่ายเดือนละประมาณ 3 แสนบาท

พร้อมขอผ่อนผันการชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลปี 2552 ประมาณ 10 ล้านบาท ขอผ่อนผันการชำระภาษีหัก ณ ที่จ่าย ปี 2553 และขอผ่อนผันการชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปี 2552 ปรากฏว่านายกรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ และส่งเรื่องกลับมายังกรมสรรพากรให้ติดต่อกลับมาแล้ว

นอกจากนี้ ยังได้เข้าไปเจรจากับธนาคารกรุงเทพ ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ด้วยตัวเอง เพื่อขอยืดระยะเวลาชำระหนี้ 11 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินกู้ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ขณะนี้ชำระไปแล้วกว่า 9 แสนบาท เหลือเงินกู้กว่า 10 ล้านบาท รวมทั้งลดดอกเบี้ยเหลือครึ่งหนึ่ง ซึ่งดอกเบี้ยที่เหลือครึ่งหนึ่งขอให้คิดดอกเบี้ยเหลือ 3% เป็นระยะเวลา 3 ปี จากปัจจุบันต้องจ่ายดอกเบี้ยปีละ 10.5%

ทั้งนี้ บริษัทต้องชำระเงินกู้ก้อนนี้เฉลี่ยเดือนละ 3 แสนบาท โดยในจำนวนนี้เป็นดอกเบี้ยประมาณ 1.1 แสนบาท ซึ่งหลังจากได้เข้าเจรจากับธนาคารกรุงเทพ ก็ได้รับการอนุมัติจากธนาคาร แต่ในส่วนที่ขอดอกเบี้ยเหลือ 3% นั้น ธนาคารอ้างว่าต้องทำเรื่องขอไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ด้วยตัวเอง

นายสมบูรณ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้บริษัทได้รับความเดือดร้อนจากการชุมนุมตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย. โดยขาดรายได้วันละ 35 แสนบาท แม้ร้านจะเปิดทำการตามปกติ เพราะขอฝ่ายอาคาร แต่กลับไม่มีลูกค้ารายใดเข้ามาใช้บริการ ซึ่งบริษัทก็ยังให้พนักงานมาทำงานปกติ ไม่มีไล่ออก โดยปัจจุบันมีพนักงาน 20 คน

ผู้ประกอบการแว่นระดับไฮเอนด์ไอซอพติก กล่าวว่า ทางออกเพื่อช่วยเหลือพนักงานขณะนี้ แม้จะไม่มีรายได้ ก็ต้องหมุนเวียนเงินจากบัตรเครดิตมาจ่ายค่าจ้างก่อน แต่ก็ยอมรับว่าถ้าการชุมนุมยืดเยื้อถึงสิ้นเดือน เม.ย. ก็อาจถึงขั้นหมดตัว

“เคยขอเจอแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง เพื่อพูดคุยต้องการบอกถึงความเดือดร้อน แต่เข้าไม่ถึงตัว” นายสมบูรณ์ กล่าว

นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบตัวเลขที่ได้รับผลกระทบ พบว่าสถานประกอบการในเขตปทุมวันมี 7,012 แห่ง มีลูกจ้าง 114,704 คน สถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบบริเวณถนนพระราม 1 ถนนราชดำริ และถนนเพลินจิต 3,395 แห่ง มีลูกจ้าง 63,601 คน มีโรงแรม 13 แห่ง ห้างสรรพสินค้า 5 แห่ง ธนาคารพาณิชย์ 11 แห่ง 30 สาขา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท