
ธุรกิจหวั่นหมดตัว ปลุกคนเดือดร้อนสู้
ความยืดเยื้อในการปิดสี่แยกราชประสงค์ของม็อบกลุ่มคนเสื้อแดง ทำให้นักธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงต้องออกมาเรียกร้อง ขอให้ผู้ประกอบการในย่านนั้นรวมตัวกันต่อสู้เพื่อพนักงาน
นายสมบูรณ์ นำทิพย์จันทาเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอซอพติกผู้ประกอบการแว่นระดับไฮเอนด์ในอาคารเอราวัณ แบงค็อก แถลงว่าขอเรียกร้องให้ผู้ประกอบการย่านราชประสงค์ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการชุมนุม ร่วมกันหารือเพื่อขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล เพราะตั้งแต่มีการปิดถนนราชประสงค์ ผู้ประกอบการเดือดร้อนเหมือนกันหมด แต่ไม่มีใครกล้าออกมารวมตัวกัน ทั้งที่เจ้าของธุรกิจมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบลูกจ้าง ซึ่งขณะนี้ต้องหยุดงานและได้รับความเดือดร้อนเหมือนกัน
“
ผมได้คุยกับกลุ่มทุนขนาดใหญ่แถวนี้ ทุกคนยอมรับได้รับความเดือดร้อนทั้งจากปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ แต่กลับไม่ทำอะไรกันเลย พวกคุณมัวแต่หดหัวเป็นเต่าอยู่ในกระดอง กลัวแต่ว่าจะไม่ปลอดภัย กลัวจะมีการเผาราชประสงค์ ผมขอประณามนักธุรกิจอย่างพวกคุณ ทั้งที่ลูกน้อง ลูกจ้างเดือดร้อนกันหมด แต่คุณกลับไม่คิดถึงพวกเขา และไม่กล้าที่จะออกมาต่อสู้ เพราะพวกคุณมัวคิดถึงแต่ตัวเอง” นายสมบูรณ์ กล่าวนายสมบูรณ์ กล่าวว่า เมื่อไม่มีผู้ประกอบการรายใดรวมกลุ่มกัน ขณะนี้ก็ต้องสู้ด้วยตัวเอง โดยเมื่อเร็วๆ นี้ได้ไปยื่นหนังสือต่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ เพื่อขอผ่อนผันการชำระภาษีมูลค่าเพิ่มตั้งแต่เดือน มี.ค. 2553 ซึ่งต้องจ่ายเดือนละประมาณ 3 แสนบาท
พร้อมขอผ่อนผันการชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลปี 2552 ประมาณ 10 ล้านบาท ขอผ่อนผันการชำระภาษีหัก ณ ที่จ่าย ปี 2553 และขอผ่อนผันการชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปี 2552 ปรากฏว่านายกรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ และส่งเรื่องกลับมายังกรมสรรพากรให้ติดต่อกลับมาแล้ว
นอกจากนี้ ยังได้เข้าไปเจรจากับธนาคารกรุงเทพ ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ด้วยตัวเอง เพื่อขอยืดระยะเวลาชำระหนี้ 11 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินกู้ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ขณะนี้ชำระไปแล้วกว่า 9 แสนบาท เหลือเงินกู้กว่า 10 ล้านบาท รวมทั้งลดดอกเบี้ยเหลือครึ่งหนึ่ง ซึ่งดอกเบี้ยที่เหลือครึ่งหนึ่งขอให้คิดดอกเบี้ยเหลือ 3% เป็นระยะเวลา 3 ปี จากปัจจุบันต้องจ่ายดอกเบี้ยปีละ 10.5%
ทั้งนี้ บริษัทต้องชำระเงินกู้ก้อนนี้เฉลี่ยเดือนละ 3 แสนบาท โดยในจำนวนนี้เป็นดอกเบี้ยประมาณ 1.1 แสนบาท ซึ่งหลังจากได้เข้าเจรจากับธนาคารกรุงเทพ ก็ได้รับการอนุมัติจากธนาคาร แต่ในส่วนที่ขอดอกเบี้ยเหลือ 3% นั้น ธนาคารอ้างว่าต้องทำเรื่องขอไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ด้วยตัวเอง
นายสมบูรณ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้บริษัทได้รับความเดือดร้อนจากการชุมนุมตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย. โดยขาดรายได้วันละ 35 แสนบาท แม้ร้านจะเปิดทำการตามปกติ เพราะขอฝ่ายอาคาร แต่กลับไม่มีลูกค้ารายใดเข้ามาใช้บริการ ซึ่งบริษัทก็ยังให้พนักงานมาทำงานปกติ ไม่มีไล่ออก โดยปัจจุบันมีพนักงาน 20 คน
ผู้ประกอบการแว่นระดับไฮเอนด์ไอซอพติก กล่าวว่า ทางออกเพื่อช่วยเหลือพนักงานขณะนี้ แม้จะไม่มีรายได้ ก็ต้องหมุนเวียนเงินจากบัตรเครดิตมาจ่ายค่าจ้างก่อน แต่ก็ยอมรับว่าถ้าการชุมนุมยืดเยื้อถึงสิ้นเดือน เม.ย. ก็อาจถึงขั้นหมดตัว
“
เคยขอเจอแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง เพื่อพูดคุยต้องการบอกถึงความเดือดร้อน แต่เข้าไม่ถึงตัว” นายสมบูรณ์ กล่าวนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบตัวเลขที่ได้รับผลกระทบ พบว่าสถานประกอบการในเขตปทุมวันมี 7,012 แห่ง มีลูกจ้าง 114,704 คน สถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบบริเวณถนนพระราม 1 ถนนราชดำริ และถนนเพลินจิต 3,395 แห่ง มีลูกจ้าง 63,601 คน มีโรงแรม 13 แห่ง ห้างสรรพสินค้า 5 แห่ง ธนาคารพาณิชย์ 11 แห่ง 30 สาขา







