
แก้อย่างมืออาชีพ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พูดถูกที่สุด ที่ว่าการปลูกข้าวเป็นอาชีพหลักของคนไทย และข้าวไทยเป็นข้าวที่มีชื่อเสียง เป็นรายได้หลักในการหล่อเลี้ยงคนไทย
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พูดถูกที่สุด ที่ว่าการปลูกข้าวเป็นอาชีพหลักของคนไทย และข้าวไทยเป็นข้าวที่มีชื่อเสียง เป็นรายได้หลักในการหล่อเลี้ยงคนไทย
เพราะฉะนั้น การจัดการเรื่องข้าวหลังจากที่รัฐบาลรับจำนำมาแล้วจึงต้องเป็นระดับมืออาชีพ จึงจะแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืนและเด็ดขาด
เริ่มตั้งแต่การจัดการปัญหาข่าวลือเรื่องข้าว ไม่ว่าจะเรื่องข้าวปนเปื้อนสารพิษ ข้าวเน่า ที่สร้างความเสียหายระดับชาติ เพราะสร้างความปั่นป่วนให้กับคนไทยที่บริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก และยังซ้ำเติมการส่งออกข้าวให้มีมากขึ้น
แต่น่าสังเกตว่า แม้จะระดมหน่วยงานรัฐด้านการตรวจสอบคุณภาพข้าว ทั้งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ที่แทบไม่เกี่ยวข้องกับการตรวจข้าว ทั้งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เป็นต้น รวมทั้งเอกชนที่ได้รับความเสียหาย ให้ออกมาปฏิเสธข่าวและยืนยันว่าข้าวไทยไร้สารปนเปื้อน หรือมีก็น้อยมาก
แต่ก็เรียกความเชื่อมั่นให้กลับคืนมาได้ยากมาก โดยเฉพาะข่าวลือนั้นมาพร้อมกับภาพข้าวเน่า หนูตายในโกดังเก็บข้าว และการรมสารกันมอด
จึงไม่น่าแปลกใจที่คนไทยจะเกิดความหวาดระแวงต่อคุณภาพข้าวไทย และพร้อมจะเชื่อข่าวลือที่เกิดขึ้น ไม่นับผู้นำเข้าข้าวไทยก็พลอยลดความเชื่อถือ และไม่ยอมสั่งซื้อข้าวจากไทยในโครงการรับจำนำ
นอกจากนี้ การที่กระทรวงพาณิชย์จะนำข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้มาทำของที่ระลึก ด้วยการบรรจุข้าว 2-3 ขีด หรือประมาณ 200-300 กรัม ไว้ในบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตโดยคนไทย และขายให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากผู้ประกอบการท่องเที่ยวว่า ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกทาง
ข้าวไทยนั้น นอกจากจะเป็นอาหารหลักของคนไทยแล้ว ยังเป็นโปรดักต์แชมเปี้ยนด้านการส่งออกของไทย และมีชื่อเสียงด้านคุณภาพในตลาดโลกมาโดยตลอด
แต่การจัดการกับปัญหาเรื่องข้าวข้างต้น ทำให้เห็นว่ารัฐบาลมุ่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามากกว่าการวางแผนระยะยาว โดยเฉพาะการเรียกความเชื่อมั่นในคุณภาพข้าว ที่ต้องหันไปใช้องค์กรหรือกลุ่มบุคคลที่เป็นกลาง ที่สาธารณชนเชื่อถือมาตรวจสอบแทนหน่วยงานของรัฐ
จึงไม่น่าแปลกใจที่สมาคมผู้จำหน่ายข้าวถุงจะเสนอให้รัฐตั้งองค์กรอิสระในการตรวจสอบคุณภาพข้าวขึ้น
นอกจากนี้ รัฐต้องมุ่งทำวิจัยเพื่อพัฒนาและแปรรูปข้าวไทยเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม แทนการนำข้าวสารบรรจุหม้อดิน หรือบรรจุภัณฑ์อื่น เพื่อขายข้าวสารเพียงอย่างเดียว
มีแต่แก้ปัญหาแบบมืออาชีพเท่านั้น จึงเรียกความเชื่อมั่นในข้าวไทยกลับมา และยืนอยู่บนเวทีโลกอย่างภาคภูมิได้







