
คลิปนี้เพื่อใคร
สะท้านกันไปทั่วรัฐบาลและพรรคเพื่อไทย เมื่อมีคลิปเสียงสนทนาของชาย 2 คน ที่เสียงคล้ายนายใหญ่และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม
สะท้านกันไปทั่วรัฐบาลและพรรคเพื่อไทย เมื่อมีคลิปเสียงสนทนาของชาย 2 คน ที่เสียงคล้ายนายใหญ่และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม
จริงไม่จริง คน 2 คนเท่านั้นที่รู้อยู่แก่ใจ
ความจริงแล้วเนื้อหาในบทสนทนา นายใหญ่เป็นคนดีเกินกว่ามาตรฐาน ไม่น่าจะเสียหายอะไรมาก จนหลายคนอดคิดไม่ได้ว่าเป็นการตั้งใจปล่อยคลิปนี้เพื่อทดสอบอะไรบางอย่าง ตามสำนวน โยนหินถามทาง หรือเปล่า
แต่ด้วยความไวของพวกขี้ข้าพลอย ทำให้ต้องออกมาคัดค้านกันก่อน
เริ่มจากเสด็จพี่พร้อมพงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ที่รีบออกมาแถลงก่อนเลยว่า ไม่ใช่เสียงของ พ.ต.ท.ทักษิณ และ พล.อ.ยุทธศักดิ์ แน่นอน ซึ่งคลิปดังกล่าวเป็นเพียงการทำเสียงเหมือนขึ้นมาจากผู้ไม่หวังดีต่อพรรคเพื่อไทย เนื่องจากเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการแอบบันทึกเสียงเกิดขึ้น และเตรียมมีการเอาผิดกับผู้ปล่อยคลิปเสียงต่อไป
แต่ปรากฏว่า ท่านโอ๊คพานทองแท้ หนุ่มน้อยอัจฉริยะของพ่อแม้ว กลับยืนยันผ่านเฟซบุ๊กของตัวเอง โดยไม่ไว้หน้าเสด็จพี่เลยว่า “คลิปเสียงเหรอ ผมเกิดมาเป็นลูกพ่อ 30 กว่าปีผมมั่นใจว่าใช่เสียงคุณพ่อผมแน่นอนครับ”
เท่านั้นไม่พอ สารวัตรเก๋าอย่างดอกเตอร์เฉลิมก็ยังออกมายืนยันว่า เสียงในคลิปเป็นเสียงจริง แต่มีการตัดต่อ
เสด็จพี่โฆษกจะว่าไงครับ
ไม่ว่าใครจะให้ความเห็นอย่างไร ความเห็นที่มีน้ำหนักมากที่สุดต้องยกให้อัจฉริยะโอ๊คครับ เพราะนอกจากความเก่งกาจรอบรู้แล้ว ยังเป็นลูกของนายใหญ่ด้วย จะไม่ให้เชื่อได้อย่างไร
เมื่อเสียงหนึ่งเป็นเสียงของนายใหญ่แน่ๆ แล้วอีกเสียงหนึ่งจะเป็นเสียงใครกันครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ยุทธศักดิ์ ศศิประภา
ท่านโอ๊คยังบอกต่อไปอีกว่า “ผมได้ลองแย็บๆ ถามแล้ว พ่อบอกว่าบางเรื่องก็มีการพูดกันจริง แต่บางเรื่องท่านก็ไม่ยืนยัน และบางตอนท่านก็บอกว่ามีคำพูดมากกว่านั้น แต่ผมลองเปิดคลิปฟังซ้ำดู น่าจะถูกตัดออกไปก่อนที่จะถูกนำมาเผยแพร่”
เป็นความสามารถเฉพาะตัวของท่านโอ๊คครับ แล้วท่านยังบอกต่อไปอีกว่า “คุณพ่อผมยังไม่ได้ฟังคลิปเสียงครับ ท่านบอกยังไม่มีเวลาฟัง”
ถ้าคุณพ่อยังไม่ได้ฟังแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นเสียงที่คุณพ่อพูดจริง และรู้ได้อย่างไรว่าถูกตัดต่อ ทั้งๆ ที่ท่านโอ๊คเพียงแค่แย็บๆ ถามเท่านั้น
นี่ก็คงเป็นความฉลาดฝุดๆๆ ของท่านพานครับ
ที่ผมสงสัยมากคือ ท่านพานบอกว่าจะเอาคลิปไปเปิดให้พ่อฟัง เพราะด้วยเทคโนโลยีสมัยนี้ ท่านพานต้องหอบคลิปไปให้ด้วยตัวเองเลยหรือครับ คุณพ่อหาฟังเองไม่ได้เลยหรือ
ผมก็แค่แปลกใจเท่านั้นครับ ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้
สำหรับเนื้อหาในคลิปทั้งสี่ตอน ท่านคงได้ฟัง ได้อ่านกันไปแล้ว และท่านคงจะเห็นเหมือนผมคือ ในคลิปไม่ได้มีการพูดถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติหรือการผลักดันให้เป็นประชาธิปไตยตามที่อ้างตลอดมาเลย เห็นมีแต่ผลประโยชน์ส่วนตัวที่ต้องการนิรโทษกรรมตัวเอง ภารกิจของ ฯพณฯ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ก็คิดได้เพียงนำนักโทษหนีหมายศาลกลับประเทศโดยไม่มีความผิด เป็นผลงานที่ท่านภูมิใจที่สุดในชีวิต!!!
เอวังครับ
ประเด็นที่ผมคิดว่าน่าเป็นห่วงคือ การพาดพิงถึงประเทศเพื่อนบ้าน ผู้นำพม่าหรือคนพม่าได้ฟังได้อ่านแล้วจะรู้สึกอย่างไรที่ ผบ.สูงสุดเป็นคนตั้งรัฐมนตรี
ผบ.เหล่าทัพบ้านเรารู้สึกอย่างไรที่อยู่ภายใต้การสั่งการของผู้มีบารมีนอกประเทศ เป็นตรายางให้ผ่านกฎหมายนิรโทษกรรมให้นักโทษหนีหมายศาลกลับประเทศได้อย่างเท่ๆ
คนไทยรู้สึกอย่างไรกับความคิดของนักโทษที่บอกว่าให้ตั้งเขาเป็นที่ปรึกษาสำนักงานทรัพย์สินฯ แล้วเขาจะทำอะไรไม่ได้ เชื่อหรือไม่เชื่อ
สำหรับผม เห็นว่าเป็นเรื่องหลอกเด็ก หลอกได้เฉพาะควายแดงเท่านั้น การเป็นที่ปรึกษาไม่ว่าหน่วยงานไหน ไม่สามารถเปลี่ยนสันดานของคน ไม่สามารถลดความละโมบโลภมาก หลงระเริงและบ้าอำนาจลงไปได้ ไม่มีเหตุผลจริงๆ
หลังจากคลิปเผยแพร่ มีการวิพากษ์วิจารณ์กันมากจนอาจต้องมีคนสังเวยคลิปฉาวนี้ และคนที่มีโอกาสมากที่สุด เห็นจะเป็นชายคนที่ 1 ที่เสียงในคลิปชัดมาก ซึ่งย่อมแสดงว่าเครื่องอัดอยู่ไกลชายคนที่ 1 และคงเกิดจากความเผอเรอ ไม่ได้ตั้งใจ
อย่าไปตำหนิกันเลย เรื่องอย่างนี้ไม่มีใครตั้งใจให้เกิด
มันเป็นความบกพร่องโดยสุจริตครับ







