posttoday
ชาวบ้านเปลี่ยนใจ รัฐปัตตานีไปไม่รอด

ชาวบ้านเปลี่ยนใจ รัฐปัตตานีไปไม่รอด

14 กรกฎาคม 2556

เสียงวิพากษ์กระหึ่มดัง ภายหลัง “ยิ่งลักษณ์” ตัดสินใจควบเก้าอี้กระทรวงทหาร บ้างว่าเป็นการต่อรองอำนาจ บ้างว่าคือเกมผสานผลประโยชน์ร่วม

เสียงวิพากษ์กระหึ่มดัง ภายหลัง “ยิ่งลักษณ์” ตัดสินใจควบเก้าอี้กระทรวงทหาร บ้างว่าเป็นการต่อรองอำนาจ บ้างว่าคือเกมผสานผลประโยชน์ร่วม รวมไปถึงเสียงที่แสดงความเชื่อมั่นว่า หากนายกฯ รุกคืบเข้ากองทัพ การปฏิวัติ! เห็นทีจะเป็นไปได้ยาก

พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต แสดงทรรศนะถึงความสัมพันธ์กองทัพรัฐบาล และแนวโน้มการเกิดรัฐประหารว่า คลื่นลมยังสงบเป็นปกติ ความสัมพันธ์เป็นไปด้วยดี อย่างไรก็ตาม เห็นว่าการเมืองไทยเวลานี้ ปัจจัยการรัฐประหารไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเดินเกมของผู้นำเพียงอย่างเดียว เพราะมวลชนที่ตื่นตัวทางการเมืองมีอิทธิพลอย่างสูง ซึ่งหากใครจะปฏิวัติคงต้องคิดหนัก เพราะการเรียนรู้ทางการเมืองภาคมวลชนแตกต่างจากอดีตเป็นอย่างมาก

“ความสัมพันธ์ทหารและรัฐบาลเป็นไปด้วยดี ต้องเข้าใจว่าเขาอยู่กับรัฐบาลเก่ามา อยู่กับประชาธิปัตย์ ปฏิวัติกันมา จะสาเหตุอะไรก็แล้วแต่ แต่หลังจากปฏิวัติประเทศแย่เลย ความสมานฉันท์ไม่มี สถาบันเบื้องบนถูกแตะต้องเยอะ แต่ถือว่าโชคดีอย่างหนึ่งที่หลังจากเป็นรัฐบาลปุ๊บ เกิดน้ำท่วมใหญ่ ผมอยู่คมนาคมบอกได้เลยว่า ถ้าไม่มีทหาร ตายแน่ เพราะแผนภัยพิบัติทั้งหลายกระทรวงมหาดไทยจะดูแลเฉพาะแผน แต่ผู้ปฏิบัติต้องเป็นทหารที่มีเครื่องมือ เขาจะมีอุปกรณ์และคนมากเป็นพิเศษ พอมันช่วยกัน เลยทำให้การหมางใจที่ผ่านมามันสมานได้เร็วขึ้น

...พูดตรงๆ ว่าผู้บังคับบัญชาบางคนที่เขาเคยอยู่ฝ่ายโน้นมา ตั้งแต่ยุคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลก็ต้องเข้าใจเขา แต่ต้องบอกว่า ทหารโดยเฉพาะทหารชั้นผู้ใหญ่ ผู้บัญชาการเหล่าทัพนี่เขาเป็นคนมีความคิด เขารู้ว่าอะไรถูก อะไรผิด แต่เขาต้องทำ แต่มาอยู่กับฝ่ายนี้ เราทำถูกทำผิดยังไงเขารู้ครับ เขาเป็นคนมีคุณธรรม มีความรู้ความสามารถ เขารู้อยู่ในใจว่าทางฝ่ายโน้นกลั่นแกล้งยังไง ทางนี้เป็นยังไง เขาแยกออกครับ ถ้าเขามีคุณธรรมแล้ว ไม่ฝักใฝ่มากไป บางครั้งก็ต้องดึงเขากลับมา

โดยเฉพาะ ผบ.ทบ. (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) เป็นคนเรียนเก่ง เป็นหัวหน้าตอน อาจจะโผงผางบ้าง เป็นเรื่องส่วนตัว แต่เขามีความคิดความอ่าน เขาอยู่ประชาธิปัตย์มา เขารู้ว่าเป็นยังไง ตอนเขาอยู่เขาก็รู้ว่าไม่ได้เป็นใหญ่ถูกไหม เพราะฉะนั้นถ้าเขาอยู่ทางโน้น จะขึ้นมาได้ไหม ไม่ได้หรอก เราก็ต้องเข้าใจเขา ขึ้นแล้วมาอยู่กับเราตรงนี้ เขาก็อยู่ตรงกลาง ขยับตัวเป็นกลาง เป็นทหารแท้ๆ ที่เราเห็น

...ส่วนการปฏิวัตินั้น บอกเลยว่าไม่ใช่เรื่องง่าย องคาพยพมันเยอะ ละเอียดอ่อน ไม่ใช่ทำกันสิบคน มันทำกันเป็นหมื่นคน แต่จะบอกว่าไม่มีก็พูดไม่ได้ ถามว่าโอกาสมีไหม มี แต่โอกาสจะมากจะน้อยก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่ที่รู้ๆ วันนี้เงื่อนไขการปฏิวัติไม่เหมือนเดิมแล้ว แต่ก่อนไม่มีอะไรมาเกี่ยวข้อง ทหารอยากทำก็ทำได้ แต่วันนี้มีกลุ่มพลังทั้งหลายแบ็กอัพอยู่เยอะ โดยเฉพาะเสื้อแดง หากรัฐบาล พรรคเพื่อไทย และเสื้อแดงยังดีกันอยู่ บอกได้เลยว่ายาก เพราะเครือข่ายมหาศาล เป่านกหวีดปิ๊ดเดียวพรึบขึ้นมาเลย”

แม้ยังมั่นใจว่าเสถียรภาพภายในยังไม่ถึงขั้นสั่นคลอนรัฐบาล ขณะเดียวกันสถานการณ์ภายนอกอย่าง “ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้” จากขบวนการผู้เห็นต่างจากรัฐ ยังเป็นโจทย์ใหญ่ให้รัฐยังต้องก่ายหน้าผาก เพราะสถานการณ์ยังคงมีความรุนแรงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในฐานะอดีตบิ๊กด้านความมั่นคง พล.อ.อ.สุกำพล ให้ความเห็นเรื่องนี้น่าสนใจ

“...ปัญหาภาคใต้ ถ้าจะไปแก้แบบกวาดล้างกันเลย เราก็ทำได้ จบเร็ว แต่ว่าจะไม่สิ้นสุด เดี๋ยวจะมาอีก วันนี้ถามว่าเขาเหนือกว่าเราตรงไหนบ้าง ไม่มี แต่ที่เขาเหนือกว่าเราจริงๆ คือ เขาไม่แต่งเครื่องแบบให้รู้ว่าใครเป็นใคร และเขาสามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องยึดกฎหมาย แต่เราทำไม่ได้ ต้องเดินไปแบบยึดกติกา ตัวอย่างที่เราเห็นมาประเทศอื่น อินโดนีเซียกวาดล้างโหดมาก จนองค์กรระหว่างประเทศเข้ามา สรุปว่าอินโดฯ ต้องเสียดินแดนคืนติมอร์ให้เป็นอิสรภาพไป ถามว่าเราอยากทำแบบนั้นไหม เราไม่อยากทำ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องใจเย็น

...ที่ต้องทำ คือ วันนี้กองทัพต้องเป็นผู้นำ ปัญหาความมั่นคงเหมือนไฟไหม้บ้าน ต้องดับไฟก่อน แล้วค่อยไปหาว่าคนที่เผาบ้านผมเป็นใคร ต้องไปล้างความคิดเขาว่า ต่อไปนี้อย่าเผาอีก ทหารก็ต้องดับไฟ ส่วนการล้างความคิดก็เป็นเรื่องของอีกหน่วยที่ต้องทำ วันนี้เราก็เดินเกมนี้ต่อไป แต่ผมบอกได้ว่า ก่อนที่ผมจะออกมาในทางทหารเราก็รู้อยู่แล้วว่ามี 136 หมู่บ้านที่เกิดเหตุการณ์ในขั้นรุนแรง วันสุดท้ายก่อนผมออกจากตำแหน่ง จาก 136 เหลือเพียง 24 หมู่บ้าน เพราะฉะนั้นเหลือ 6 เดือนจะถึงสิ้นปีนี้ เป้าหมายน่าจะประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง น่าจะมีข่าวดีเกิดขึ้น”

อย่างไรก็ตาม “บิ๊กโอ๋” ยังประเมินจุดอ่อนของเจ้าหน้าที่เวลานี้ว่า มีปัญหาใหญ่เรื่องวางระเบิด คือ แผนการลอบวางเปลี่ยนไป ส่งผลให้การป้องกันของเจ้าหน้าที่ทหารยากลำบากขึ้น

“เดี๋ยวนี้มันพัฒนาขึ้น ระเบิดไม่ได้ลอบฝังไว้ก่อนล่วงหน้า การใช้วิธีลอบฝังไว้ก่อนตอนนี้น้อยมาก เช่น กรณีพันตรีที่เสียชีวิต กลุ่มนั้นก็ขี่มอเตอร์ไซค์แซงขึ้นไป แล้วไปดักวางท่อข้างหน้าเลย เอาท่อลอด ลากสายปุ๊บก็ตู้ม วิ่งเข้าป่า ถามว่าการวางระเบิดตามถนน ดูไหม ดูสิ เมื่อเช้าดูมา 3 เที่ยวแล้ว แต่เมื่อ 15 นาทีที่แล้วไม่ได้ดู เพราะเพิ่งเอาไปลอบวางสดๆ จะให้ดูทุกนาทีก็ไม่ได้ มันเลยป้องกันยาก”

แม้จุดอ่อนทางวิธีการทำให้เจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายไทยเพลี่ยงพล้ำ แต่ขณะเดียวกัน “บิ๊กโอ๋” ระบุว่า เรามีจุดแข็งจากความร่วมมือของชาวบ้านสามารถพลิกแก้สถานการณ์กลับมาได้หลายครั้ง

“ตอนนี้การดูแลตัวเองของชาวบ้านในภาคใต้เขาเข้มแข็งมาก หลายที่เขาจะตั้งเป็นชมรมเลย ชาวบ้านช่วยเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่ อย่างกรณีตอนนั้นมีการมาวางระเบิดเล็ก 10 ลูก แต่มีชาวบ้านผู้หญิงคนหนึ่งบอกว่า เห็นผู้หญิงใส่ชุดฮิญาบ เเต่เขาเอะใจว่าคนนี้เป็นใคร แล้วก็สงสัยว่าคนที่สวมฮิญาบน่าจะเป็นผู้ชาย ไม่น่าใช่ผู้หญิง ก็ไปแจ้งเจ้าหน้าที่ ทีนี้ก็หากันเลย ชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ ช่วยกันสอบถามเมื่อตะกี๊เห็นไปทางไหน เข้ามาร้านนี้ไหม จนในที่สุดหาลูกระเบิดเจอ แล้วเก็บออกไปได้”

“นี่คือสิ่งที่เขาช่วยกันจนหาระเบิดเจอ บอกเลยว่าชาวบ้านเขาไม่อยากให้เกิด เขาค้าขายของเขาอยู่ ก็ช่วยกันดู ชาวบ้านเขารู้เขาก็บอก” “บิ๊กโอ๋” เล่าก่อนย้ำถึงจุดเเข็งอันเป็นเสมือนน้ำเย็นในการดับไฟว่า

“จุดแข็งตอนนี้ คือ ชาวบ้านเขารู้แล้วว่าเป้าหมายของพวกนั้นไม่มีทางสำเร็จ การจะแบ่งแยกอะไร ไม่มีทางสำเร็จ ชาวบ้านบอกว่ากูเบื่อที่จะเป็นสภาพแบบนี้ เขาอยากตื่นขึ้นมาแบบไม่มีค่าย ไม่มีทหาร ไม่มีระเบิด ไม่มีลอบยิง เขาก็พอใจแล้ว เขาไม่ต้องการอะไรแล้ว เขาเชื่อแล้วว่ารัฐปัตตานีมันอยู่ไม่รอด จะอยู่ได้อย่างไร ก่อนหน้านี้เคยคิดว่าภาคใต้ 3 จังหวัด มีน้ำมันเพียบอยู่ได้แล้ว แต่ตอนนี้ชาวบ้านเขารู้แล้วว่าเป็นไปไม่ได้” พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวในที่สุด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท