
ราคากลาง‘น้ำ’
ปัญหาของโครงการบริหารจัดการน้ำตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำ
ปัญหาของโครงการบริหารจัดการน้ำตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. 2555 วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท นอกจากจะถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้นจากความสมบูรณ์ของการจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 57วรรคสอง และมาตรา 67 วรรคสองแล้ว ปรากฏว่ากำลังมีปัญหาในเรื่องกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างด้วย ภายหลังมีการตั้งข้อสังเกตว่าไม่ได้ประกาศ “ราคากลาง”
ในประเด็นนี้ทางคณะกรรมาธิการศึกษา ตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาลวุฒิสภา ได้ยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบ เพื่อขอให้ยื่นเรื่องต่อศาลปกครองกลาง สั่งยกเลิกผลการประมูลโครงการบริหารจัดการน้ำ
ทั้งนี้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 มาตรา 103/7 บัญญัติในเรื่องการประกาศราคากลางดังนี้
“ให้หน่วยงานของรัฐดําเนินการจัดทําข้อมูลรายละเอียดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง โดยเฉพาะราคากลางและการคํานวณราคากลางไว้ในระบบข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าตรวจดูได้”
ขณะเดียวกัน ป.ป.ช.ได้ทำรายงานแสดงความคิดเห็นเมื่อเดือน พ.ค. เกี่ยวกับประเด็นนี้ว่า การประมูลโครงการนี้ไม่ได้ประกาศราคากลางเอาไว้ตามบัญชีแสดงปริมาณวัสดุและปริมาณแรงงาน ประกอบกับราคาที่ใช้ในการก่อสร้าง (BOQ : Bill of Quantities) เพื่อที่จะช่วยในการพิจารณาของคณะกรรมการคัดเลือกว่าราคาที่บริษัทเสนอมามีความสมเหตุสมผลหรือไม่แต่อย่างใด
แม้สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีจะได้ออกประกาศเรื่องการเปิดเผยราคากลางของทางราชการ โครงการเพื่อออกแบบและก่อสร้างระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย ลงวันที่ 2 พ.ค. 2556 ก็ตาม แต่ถือว่ายังล่าช้าอยู่ดี
สำหรับการตรวจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ขณะนี้อยู่ในระหว่างการมอบหมายให้เจ้าหน้าที่รวบรวมข้อมูลทั้งหมด เพื่อเสนอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาว่ามีมูลมากพอจะตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนได้หรือไม่ต่อไป







