posttoday
ข่าวสั้น

ข่าวสั้น

13 กรกฎาคม 2556

บินไทยฮึดแผนธุรกิจฟื้นรายได้

บินไทยฮึดแผนธุรกิจฟื้นรายได้

นายอำพน กิตติอำพน ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท การบินไทย เปิดเผยว่า บอร์ดได้มอบหมายให้นายโชคชัย ปัญญายงค์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่อาวุโส สายการพาณิชย์ เร่งวางแผนกลยุทธ์ฟื้นฟูธุรกิจช่วงครึ่งปีหลัง และงบประมาณที่เตรียมใช้อย่างเร่งด่วน ให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแข่งขันที่เกิดขึ้น พร้อมจัดทำแผนตารางการบินเส้นทางที่สร้างผลกำไรและเส้นทางที่ทำรายได้น้อย และประเมินสถานการณ์ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาท และราคาน้ำมันในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเตรียมจัดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ (เวิร์กช็อป) ระหว่างบอร์ดกับฝ่ายบริหารบริษัทในวันที่ 27 ก.ค.นี้ ทั้งนี้ จัดทำแผนฟื้นฟูดังกล่าว เนื่องจากไตรมาส 2 การบินไทยมีผลประกอบการต่ำกว่าเป้าหมาย ซึ่งเป็นผลจากปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่า โดยแหล่งข่าวเปิดเผยว่า แผนธุรกิจดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้รายได้ในครึ่งปีหลังเพิ่มขึ้น 1015% จากรายได้ในไตรมาส 2 ซึ่งขาดทุนอย่างหนัก

เล็งเคาะราคาโซลาร์เซลล์บนหลังคา

นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในวันที่ 16 ก.ค.นี้ กระทรวงพลังงานจะเสนอแผนการส่งเสริมผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์บนหลังคา โดยกำหนดอัตรารับซื้อไฟฟ้าตามต้นทุนที่แท้จริง หรือ ฟีด อิน ทารีฟฟ์ อยู่ระหว่าง 6.166.96 บาทต่อหน่วย แตกต่างกันไปตามประเภทบ้านเรือนหรือโรงงานและกำลังการผลิต โดยตั้งเป้าหมายส่งเสริมการผลิตโซลาร์รูฟท็อป 200 เมกะวัตต์ 2 กลุ่ม คือ 1.ประเภทบ้านเรือนประชาชน ติดตั้งโซลาร์เซลล์มีกำลังการผลิตไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ ราคารับซื้อไฟฟ้าอยู่ที่ 6.96 บาทต่อหน่วย 2. ประเภทธุรกิจ แยกเป็น โรงงานขนาดเล็กขนาดกลาง มีกำลังการผลิตไฟฟ้า 10250 กิโลวัตต์ ราคารับซื้อไฟฟ้า 6.55 บาทต่อหน่วย ส่วนโรงงานขนาดกลางและใหญ่ที่ผลิตมากกว่า 250 กิโลวัตต์ขึ้นไปอัตรารับซื้อไฟฟ้าอยู่ที่ 6.16 บาทต่อหน่วย มีระยะเวลารับซื้อไฟฟ้า 25 ปี โดยอัตราค่าไฟฟ้าดังกล่าวจะเริ่มประกาศใช้ระหว่างปี 25562557 ซึ่งจากการประเมินเบื้องต้นการรับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์ รูฟท็อป จะกระทบต่อค่าเอฟทีเพียง 0.5 สตางค์ต่อหน่วยเท่านั้น

***อย่างไรก็ตามหลังมีการประกาศแนวทางการส่งเสริมที่ชัดเจน จะผลักดันให้ผู้ผลิตโซลาร์เซลล์เข้ามาส่งเสริมการขาย แข่งขันทางการตลาดกันมากขึ้น เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดการติดตั้งโซลาร์เซลบนหลังคา ซึ่งไม่ใช่เรื่องยุ่งยากมีลักษณะคล้ายกับการจำหน่ายเครื่องปรับอากาศ ที่อาจมีการจัดระบบไฟแนนซ์ผ่อนจ่ายได้

กสท.นอกจากนี้จะเสนอ กพช.อนุมัติให้มีการจำหน่ายก๊าซธรรมชาติในรถยนต์(เอ็นจีวี) ที่ไม่มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ผสม พร้อมกับเปิดโอกาสให้เอกชนรายอื่นที่สนใจเข้ามาลงทุนเปิดปั๊มเอ็นจีวี ได้ โดยสามารถรับก๊าซฯจากแนวท่อก๊าซฯเส้นที่4 ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างเชื่อมไปยังจ.นครสวรรค์ และนครราชสีมา ในขณะที่จังหวัดที่อยู่ห่างไกลตามแนวชายแดน ได้มอบหมายให้ปตท.ไปสร้างโรงงานผลิตชีวภาพอัด(CBG) เพื่อนำมาทดแทน เอ็นจีวี และเปิดเป็นปั๊มได้ 200 แห่ง เพื่อรองรับความต้องการเอ็นจีวีในต่างจังหวัด

***นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่าทางกรมธุรกิจพลังงานได้รายงานถึง การดำเนินงานโครงการต่อขยายระบบท่อขนส่งน้ำมันไปยังภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ว่า ขณะนี้บริษัทท่อส่งปิโตรเลียมไทย (แทปไลน์)และบริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ (เอฟพีที) จะร่วมกันศึกษารายละเอียดของโครงการ เพื่อนำไปสู่การบริหารจัดการระบบท่อขนส่งน้ำมันให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งเบื้องต้นกำหนดผลตอบแทนการลงทุน (IRR) อยู่ที่ 1011 %

จ่อแจกไลเซนส์ใบแรก

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า กสทช.ได้ทำร่างหนังสือชี้ชวนโทรทัศน์ระบบดิจิตอลสำหรับช่องสาธารณะประเภทที่สาม โดยหลังจากการรับฟังความคิดเห็นของร่างฯ แล้วจะนำมาแก้ไขปรับปรุง และออกหนังสือเชิญชวนอย่างเป็นทางการให้แก่หน่วยงานที่สนใจในเดือน ส.ค.นี้ และเริ่มให้ใบอนุญาตช่องสาธารณะประเภทที่สามได้ในเดือน ต.ค.นี้เป็นช่องแรก ซึ่งช่องสาธารณะประเภทที่สามมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการกระจายข้อมูลข่าวสาร ส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างรัฐบาลกับประชาชน และรัฐสภากับประชาชนโดยหลักเกณฑ์การพิจารณาให้ใบอนุญาตแก่หน่วยงานใดนั้น จะพิจารณาจาก เนื้อหาของรายการ ผังรายการ ความสามารถและฐานะการเงิน ความจำเป็นในการประกอบกิจการ ความสามารถประกอบกิจการ แผนลงทุน และหน้าที่ตามกฎหมาย

ขณะเดียวกันช่องสาธารณะประเภทที่สาม สัดส่วนของเนื้อหาในช่องจะเป็น รายการเพื่อประโยชน์สาธารณะ 70% และรายการอื่นๆ 30% ซึ่งกำหนดให้โฆษณา เฉพาะการโฆษณาเพื่อสร้างภาพลักษณ์ขององค์กรเท่านั้น โดย กสท.ยังไม่กำหนดเวลาโฆษณาในช่องดังกล่าว แต่ในอนาคต หากพบว่า เกิดปัญหาขึ้นกับการโฆษณาในช่องประเภทที่สาม กสท. ก็มีแผนการกำหนดเวลาโฆษณาได้ เพื่อให้การกำกับดูแลมีความเหมาะสมที่สุด

“การเลือกให้ใบอนุญาตช่องสาธารณะประเภทที่สาม เป็นช่องแรก เพราะมีความจำเป็นเร่งด่วนที่สุด และมีการดำเนินกิจการอยู่แล้ว มีความจำเป็นเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร จากรัฐสภา และรัฐบาลสู่ประชาชน” พ.อ.นที กล่าว

***ทั้งนี้ ช่องสาธารณะทั้งหมด 12 ช่อง กสท.คาดว่าจะทยอยให้ใบอนุญาตได้ทั้งหมดภายในปี 2557 โดยแต่ละช่องจะได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการเป็นเวลา 4 ปี โดยเมื่อให้ใบอนุญาตไปแล้ว เจ้าของช่องไม่มีช่องรายการเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างแท้จริง กสท. สามารถที่จะใช้มาตรการ ทั้งแจ้งเตือน ปรับ พักใช้ใบอนุญาต และเพิกถอนใบอนุญาตได้

***อย่างไรก็ตาม การออกอากาศของช่องสาธารณะทั้งหมด ไม่จำเป็นต้องออกอากาศตลอด 24 ชั่วโมง และเมื่อผู้ได้รับใบอนุญาตไปแล้วต้องประกอบกิจการด้วยตนเอง และกระทรวงต่างๆ สามารถรวมกลุ่มเพื่อขอใบอนุญาตประกอบกิจการช่องสาธารณะได้

***รายงานข่าวระบุว่า การประชุมกลุ่มย่อยเพื่อรับฟังความคิดเห็นช่องบริการสาธารณะประเภทที่สาม มีหน่วยงานรัฐ กระทรวงต่างๆ ส่งตัวแทนเข้ามารับฟังจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต้องการสอบถามเรื่องขั้นตอน หลักเกณฑ์ และวิธีการขอใบอนุญาตช่องบริการสาธารณะ รวมถึงค่าบริการโครงข่ายของทีวี ดิจิตอล และแนวทางที่กระทรวงทั้งหมดจะรวมกลุ่มเพื่อใบอนุญาตด้วย

***ทั้งนี้ผู้ขอรับใบอนุญาตช่องสาธารณะ 12 ช่องได้ จะต้องเป็น กระทรวง ทบวง กรม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การมหาชน สมาคม มูลนิธิ และสถาบันการศึกษา

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย