
ภาคประชาชนแนะผุดสภาสิ่งแวดล้อมจังหวัด
ภาคประชาชนแนะทำ "สภาสิ่งแวดล้อมจังหวัด" พร้อม เพิ่มโทษผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม
ภาคประชาชนแนะทำ "สภาสิ่งแวดล้อมจังหวัด" พร้อม เพิ่มโทษผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม
คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นเรื่อง “ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ” ที่ โรงแรมไมด้า ซิตี้ รีสอร์ท เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ โดยมี นายไพโรจน์ พลเพชร คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ในฐานะประธานอนุกรรมการปฏิรูปกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมในการรับฟังความคิดเห็น
นายไพโรจน์ กล่าวว่า เป็นการเปลี่ยนแปลงแนวคิดเรื่องการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีการเปิดโอกาสให้สิทธิองค์กรปกครองท้องถิ่น ภาคประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จากเดิมที่ พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เน้นเรื่องของการให้หน่วยงานของรัฐเป็นผู้มีอำนาจจัดการเป็นหลัก
สำหรับจุดเปลี่ยนที่สำคัญในเรื่องของเนื้อหา เริ่มจาก มีการเปลี่ยนองค์ประกอบของกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และกรรมการควบคุมมลพิษ ซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจโดยตรง ที่มาจากหน่วยงานของรัฐและผู้เชี่ยวชาญ ก็เพิ่มการมีส่วนร่วมของตัวแทนชุมชน องค์กรภาคประชาสังคม องค์กรธุรกิจ สถาบันการศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เข้ามามีอำนาจในการใช้กฎหมายร่วมกัน
นายไพโรจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เรื่องการกำหนดการประเมินสิ่งแวดล้อมนั้น ได้ปรับให้มีการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ นอกเหนือจากระดับโครงการและกิจกรรม กล่าวคือประเมินศักยภาพของทรัพยากรธรรมชาติ เศรษฐกิจ สิทธิประชาชนและสิทธิสิ่งแวดล้อม และแต่เดิมที่มีแค่การประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ก็เพิ่มเรื่องของสุขภาพเข้าไป และให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมทุกขั้นตอน
ส่วนเรื่องของการควบคุมมลพิษ ซึ่งมีการกำหนดมาตรฐานควบคุมมลพิษ มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม มาตรฐานด้านน้ำ และมาตรฐานด้านอากาศ จะต้องมีการทบทวนมาตรฐานทางสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ทุก ๆ 5 ปี และประชาชนสามารถที่จะเสนอเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ เพื่อทำให้มาตรฐานสามารสอดคล้องกับความเป็นอยู่
ทางด้านเรื่องของการประกาศเขตคุ้มครองพื้นที่สิ่งแวดล้อมนั้น จากเดิมให้หน่วยงานของรัฐเป็นผู้ประกาศ ก็มีการปรับให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกับองค์กรชุมชน และองค์กรภาคประชาสังคม ร่วมกันประกาศและกำหนดแผน
“การประกาศเขตคุ้มครองสิ่งแวดล้อมนั้น ให้คำนึงถึงหลักกานเรื่องแหล่งกำเนิดแหล่งผลิตอาหาร โดยที่แต่เดิมมีแค่การเน้นเรื่องของสิ่งแวดล้อมเท่านั้น ไม่มีการเน้นเรื่องความมั่นคงทางอาหารเข้ามา เพื่อให้มีการตอบสนองทางด้านอื่น ๆ ด้วย เช่น ด้านเศรษฐกิจ”นายไพโรจน์ กล่าว
นอกจากนี้ ในที่ประชุมกลุ่มย่อย ยังได้มีเสนอแนะแนวทางเพิ่มเติมเพื่ออุดช่องโหว่ของร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยเสนอให้ทำ “สภาสิ่งแวดล้อมจังหวัด” เพื่อประโยชน์ในการดูแลและอนุรักษ์พื้นที่ นอกจากนี้ยังเน้นเรื่ององค์ประกอบของกรรมการต่าง ๆ โดยแนะให้หลุดพ้นจากการแทรกแซงทางการเมือง
อีกทั้งยังได้มีการเสนอบทกำหนดโทษส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยให้มีการเพิ่มโทษปรับ และมีเกณฑ์ในการคิดคำนวณค่าปรับตามจำนวนของเสียที่ปล่อยมา หรือคำนวณจากความเสียหายทางทรัพย์สินมากกว่าการกำหนดราคาไว้ตายตัว
โดยหลังจากที่มีการรับฟังความคิดเห็นและดำเนินการเรียบร้อยแล้ว คปก. ก็จะนำเสนอ พ.ร.บ. นี้ต่อไปทาง 2 ช่องทาง คือ ยื่นเสนอต่อรัฐสภาโดยตรง และให้ภาคประชาชนเข้าชื่อเสนอกฎหมาย โดยนายไพโรจน์ คาดว่าน่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 2-3 เดือนถึงจะดำเนินการแล้วเสร็จ







