posttoday
ค่าจ้างขั้นต่ำ : ปัจจัยในการเป็นฮับอุตสาหกรรมในอาเซียน

ค่าจ้างขั้นต่ำ : ปัจจัยในการเป็นฮับอุตสาหกรรมในอาเซียน

12 กรกฎาคม 2556

การเป็นศูนย์กลาง (Hub) อุตสาหกรรมในแต่ละประเทศ จำเป็นต้องอาศัยปัจจัยต่างๆ เพื่อดึงดูดการลงทุนทั้งจากคนท้องถิ่นและชาวต่างชาติ อาทิ การเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบ แรงงาน ตลาด พลังงาน และเงินทุน รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานที่ดี โดยเฉพาะภาคการขนส่งและระบบโลจิสติกส์

การเป็นศูนย์กลาง (Hub) อุตสาหกรรมในแต่ละประเทศ จำเป็นต้องอาศัยปัจจัยต่างๆ เพื่อดึงดูดการลงทุนทั้งจากคนท้องถิ่นและชาวต่างชาติ อาทิ การเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบ แรงงาน ตลาด พลังงาน และเงินทุน รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานที่ดี โดยเฉพาะภาคการขนส่งและระบบโลจิสติกส์

ปัจจัยเหล่านี้มีความแตกต่างกันในแต่ละประเทศ ทำให้นักลงทุนตัดสินใจเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมที่ต่างกันออกไป

สำหรับบทความนี้จะให้ความสนใจไปที่ด้านแรงงาน ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญในภาคการผลิต โดยค่าจ้างขั้นต่ำ (Minimum Wage) จะเป็นสิ่งที่บอกถึงลักษณะแรงงาน ซึ่งเหมาะสมกับอุตสาหกรรมที่แตกต่างกัน

กลุ่ม Capitalintensive Industry เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้เครื่องจักร/อุปกรณ์ในการผลิต ที่มีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า และใช้แรงงานน้อย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานที่มีคุณภาพ อาทิ อุตสาหกรรมรถยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ การบิน

กลุ่ม Laborintensive Industry คือ อุตสาหกรรมที่ต้องใช้แรงงานมาก หรือแรงงานเป็นหลัก เงินลงทุนไม่สูงนัก อาทิ อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องหนัง ประมง

ประเทศไทยได้ทยอยปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำตั้งแต่เดือน เม.ย.2555 เป็นวันละ 300 บาท ใน 7 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล รวมถึงภูเก็ต และให้ปรับขึ้นเป็น 300 บาทต่อวันเท่ากันทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2556

อย่างไรก็ดี การขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำไม่ได้มีแต่ในประเทศไทยเท่านั้น หลายประเทศในอาเซียนต่างก็พากันปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ทั้งมาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม ที่ประกาศให้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำไปเรียบร้อยแล้ว

ขณะที่เมียนมาร์ที่เปิดประเทศก็กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณากฎเกณฑ์และรายละเอียดเพื่อจะออกกฎหมายค่าจ้างขั้นต่ำอย่างเป็นทางการในไม่ช้านี้อีกด้วย

ถ้าพิจารณากลุ่มประเทศในอาเซียนในปัจจุบัน สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีค่าจ้างขั้นต่ำต่อวันสูงที่สุดในภูมิภาคอาเซียน อยู่ที่ 1,500-1,700 บาท รองลงมา ได้แก่ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และไทย มีค่าจ้างขั้นต่ำต่อวันใกล้เคียงกันอยู่ที่ราว 280-307 บาท โดยมาเลเซียเพิ่งจะมีการประกาศใช้ค่าจ้างขั้นต่ำเป็นครั้งแรกในปีนี้

กลุ่มต่อมา ได้แก่ เวียดนาม ลาว อินโดนีเซีย และกัมพูชา มีค่าจ้างขั้นต่ำอยู่ระหว่าง 60-156 บาทต่อวัน ส่วนเมียนมาร์ที่เพิ่งมีการเปิดประเทศนั้น มีค่าจ้างต่ำที่สุดเพียง 16 บาทต่อวันเท่านั้น

ค่าจ้างขั้นต่ำของแต่ละประเทศที่แตกต่างกันนี้ จะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยกำหนดการเป็น Hub ของแต่ละอุตสาหกรรมในอาเซียนได้

โดยประเทศที่มีค่าจ้างอยู่ในระดับสูง การใช้แรงงานส่วนใหญ่จะเป็นแรงงานมีทักษะ เหมาะกับการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ใช้เครื่องจักรเข้มข้น (Capitalintensive Industry) ที่มีเทคโนโลยีในการผลิตที่ก้าวหน้า ได้แก่ อุตสาหกรรมการผลิตสินค้าประเภทอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และชิ้นส่วน จึงน่าจะเหมาะกับกลุ่มประเทศสิงคโปร์ ไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์

สำหรับอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น (Laborintensive Industry) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานไร้ทักษะ จะมีการเข้าไปลงทุนในประเทศที่มีต้นทุนค่าจ้างต่ำมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ CLMV4 ซึ่งเหมาะสำหรับการลงทุนในกลุ่มสินค้าประเภทสิ่งทอ เครื่องแต่งกาย เสื้อผ้าสำเร็จรูป เนื่องจากยังไม่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีในการผลิตที่ซับซ้อนมาก

ดังนั้น การมุ่งเน้นพัฒนาศักยภาพของแต่ละประเทศ เพื่อเป็นฮับในอุตสาหกรรมต่างๆ ค่าจ้างขั้นต่ำจึงถือเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่กำหนด เพราะจะเป็นตัวบอกถึงกำลังแรงงานในประเทศว่าเป็นอย่างไร

การกำหนดยุทธศาสตร์แรงงานจะเป็นตัวกำหนดประเทศว่า จะเป็นแรงงานมีทักษะหรือแรงงานไร้ทักษะ ซึ่งเหมาะสมกับการเป็นฮับในอุตสาหกรรมที่แตกต่างกัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสและความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศและภูมิภาค ในยุคสมัยที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงการเพิ่มขึ้นของค่าจ้างขั้นต่ำได้ n

บทความนี้เป็นข้อคิดเห็นส่วนบุคคลจึงไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับความคิดเห็นของธนาคารแห่งประเทศไทย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท