
อย่าละเลยหน้าที่
ข่าวการบุกเข้าตรวจค้นบ้านพักนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ของเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ภายหลังจากคณะกรรมการธุรกรรมการเงิน ปปง. มีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์สินนายศุภชัย 336 รายการ มูลค่ารวมกว่า 2,000 ล้านบาท ถือเป็นเรื่องใหญ่และสั่นสะเทือนระบบการเงินอย่างมาก
ข่าวการบุกเข้าตรวจค้นบ้านพักนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ของเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ภายหลังจากคณะกรรมการธุรกรรมการเงิน ปปง. มีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์สินนายศุภชัย 336 รายการ มูลค่ารวมกว่า 2,000 ล้านบาท ถือเป็นเรื่องใหญ่และสั่นสะเทือนระบบการเงินอย่างมาก
น่าสังเกตว่าการเข้ายึดและอายัดทรัพย์ครั้งนี้ มาจากการที่สมาชิกสหกรณ์นับร้อยคนที่ได้รับความเดือดร้อนไม่สามารถเบิกเงินที่ฝากไว้กับสหกรณ์ฯ เข้าร้องเรียนกล่าวโทษต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่านายศุภชัยและพวกร่วมกันยักยอกเงินสหกรณ์ฯ ถึง 1.2 หมื่นล้านบาท
ขณะที่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแห่งนี้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสองหน่วยงานรัฐ คือ กรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และเมื่อพิจารณาจากทรัพย์สินที่ ปปง.ยึดไว้ทั้งที่ดินและรถยนต์จำนวนมาก แสดงให้เห็นว่าต้องดำเนินการมาหลายปีแล้ว แต่เพราะเหตุใดกรมตรวจบัญชีสหกรณ์จึงตรวจไม่พบ หรือตรวจพบแล้วแต่ไม่ดำเนินการอะไรเพื่อปกป้องสมาชิกสหกรณ์
การปล่อยปละละเลยให้ปัญหาเกิดขึ้นบานปลายและสร้างความเสียหายระดับนี้ นอกจากจะกระทบต่อสมาชิกและผู้ฝากเงิน เฉพาะสหกรณ์แห่งนี้ที่มีสินทรัพย์หมุนเวียนถึง 2 หมื่นล้านบาท มีสมาชิกเกี่ยวข้องเป็นหมื่นรายแล้ว ยังสั่นคลอนความเชื่อมั่นต่อสหกรณ์ทั้งระบบอีกด้วย
เพราะระบบสหกรณ์นั้นคล้ายคลึงกับระบบธนาคารพาณิชย์ที่เกี่ยวข้องกับเงินจำนวนมาก ทั้งด้านการรับฝากเงินและการปล่อยสินเชื่อ และที่ผ่านมาก็มีโอกาสได้เห็นธนาคารล้มละลายจากเหตุผู้บริหารฉ้อโกงและส่งผลให้รัฐโดยกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเข้ามารับภาระ
ในขณะที่สหกรณ์นั้น แม้กฎหมายไม่ได้กำหนดให้รัฐต้องเข้าไปรับภาระความเสียหาย แต่ก็กำหนดให้มีหน่วยงานดูแลตรวจสอบ ทั้งกรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
จึงเป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่จะต้องตรวจสอบเจ้าหน้าที่ทั้งระดับสูงและระดับล่างในสองหน่วยงานนี้ ว่าได้ทำหน้าที่ถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมายหรือไม่ หากไม่ได้ทำหน้าที่ ก็ต้องสอบสวนและลงโทษตามกระบวนการ
แต่หากทำหน้าที่แล้วยังมีปัญหาเกิดขึ้น ก็แสดงว่ามีช่องโหว่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นช่องโหว่การบริหารจัดการ หรือช่องโหว่ด้านกฎหมาย กระทรวงเกษตรฯ ก็ต้องเป็นหัวเรือรีบแก้ไข เพื่อไม่ให้ระบบสหกรณ์และสมาชิกเสียหายลุกลามไปมากกว่านี้







