
ข้อเสนอ "ส.ศิวรักษ์" ถึงพ่อเมืองอย่าทำอะไรไปวันๆ
ปัญญาชนสยาม ส.ศิวรักษ์ หรือสุลักษณ์ ศิวรักษ์ เขียนจดหมายเปิดผนึกถึง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.)
โดย...ทีมข่าวในประเทศ
ปัญญาชนสยาม ส.ศิวรักษ์ หรือสุลักษณ์ ศิวรักษ์ เขียนจดหมายเปิดผนึกถึง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เรียกร้องให้ผู้ว่าฯ กทม. แสดงความกล้าหาญเพื่อบ้านเมือง ไม่ใช่สักแต่ทำอะไรไปวันๆ
“เมื่อหมดสมัยของคุณชายสุขุมพันธุ์ไปแล้ว ควรมีอะไรให้ชาวกรุงจดจำบ้าง... ถึงจะไม่สำเร็จเรียบร้อยก็ขอให้เริ่มไว้อย่างเป็นมรรคเป็นผล” ส.ศิวรักษ์ ระบุ
สำหรับข้อเสนอของ ส.ศิวรักษ์ แบ่งออกเป็น 5 ข้อ
1.ควรมีโครงการลอกแม่น้ำเจ้าพระยาและคูคลองต่างๆ ให้สะอาด โดยใช้ทางน้ำสำหรับสัญจรแทนทางบกได้มากเท่าไรจะเป็นคุณมากเท่านั้น แม้จะเป็นเรื่องยากแต่ก็ไม่พ้นวิสัยสามัญมนุษย์ โดยอยากเรียนเตือนว่าแม่น้ำไรน์ในยุโรป ซึ่งเคยเน่าเหม็นมานานและไหลผ่านหลายประเทศและทะเลสาบเยนีวา ซึ่งก็คลุมไปยิ่งกว่าหนึ่งประเทศ แต่แล้วเขาก็แก้ไขจนแม่น้ำและทะเลสาบที่เอ่ยชื่อมานี้ บัดนี้ น้ำใส ไร้มลพิษ ตกปลากินได้ ว่ายน้ำกันได้ อย่างน่าอภิรมย์ เราจะถือว่าฝรั่งทำได้ แล้วทำไมไทยจึงทำไม่ได้
2.เสาไฟฟ้า สายโทรศัพท์ ฯลฯ ที่รกรุงรังไปทั้งเมืองนั้นเอาลงฝังดินเสียเถิด นี่ไม่ยากเย็นเท่าโครงการในข้อ 1 แต่ถ้าไม่เร่งรีบทำอย่างเป็นขั้นตอนก็จะล้มเหลวลงได้ง่ายๆ โดยนี่จะเป็นศรีแก่พระนคร ซึ่งจะเป็นตัวอย่างให้จังหวัดต่างๆ เอาอย่างไปกระทำ อย่าให้เอาอย่างกันแต่ติดโคมไฟด้วยแบบอย่างอันอุดหนุนทุนนิยม บริโภคนิยม อย่างปราศจากรสนิยมเอาเลย
3.การจราจรในเมืองกรุงนั้น (ก) ควรปรับปรุงรถสาธารณะให้มีสมรรถภาพยิ่งกว่าที่แล้วๆ มา (ข) ควรอุดหนุนการขี่จักรยานสองล้ออย่างเอาจริงเอาจัง (ค) ควรห้ามรถยนต์ส่วนตัวจากต่างจังหวัดหรือเก็บค่าเข้ากรุงอย่างแพง ดังที่มหานครลอนดอนทำให้เห็นเป็นตัวอย่างอยู่แล้ว (ง) รถยนต์ส่วนตัวของคนที่อยู่ในกรุง ก็ควรให้ใช้วันคี่กับรถที่ป้ายทะเบียนลงท้ายด้วยเลขคี่ ถ้าวันเลขคู่สำหรับรถที่ทะเบียนมีป้ายลงเลขคู่ แม้นี่จะไม่ได้แก้ปัญหาเสียทีเดียว แต่ก็น่าจะทุเลาในเรื่องการจราจรติดขัดรวมถึงลดมลพิษอีกด้วย
4.ควรอุดหนุนการสร้างวนาและสวนสาธารณะยิ่งๆ ขึ้น นอกจากที่ทางของ กทม.แล้ว ควรขอความร่วมมือจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์กับบริษัทห้างร้านใหญ่ๆ รวมถึงวัดวาอาราม และมิซซังกรุงเทพฯ อุทิศที่นั้นๆ เป็นปอดให้ชาวกรุง โดยทำร่วมกับรัฐบาลหาทางออกกฎหมายให้ที่ดินทุกแห่งที่จะพัฒนาขึ้นมาเป็นชุมชนหรือที่อยู่อาศัย ต้องกันที่ไว้ 1 ใน 5 เพื่อทำวนาหรือสวนหย่อม
5.ร้านค้าข้างถนนนั้นควรได้รับการอุดหนุนยิ่งไปกว่าเบียดเบียนบีฑาเขา หากควรอุดหนุนให้เลิกใช้ผงชูรสที่เป็นยาพิษ ยิ่งแนะนำให้เขาใช้ผักที่ปลอดสารพิษ และปลากับเนื้อที่ปลอดสารพิษได้เท่าไร จะเป็นสุขภาพอนามัยให้ชาวกรุง โดยที่ทางจังหวัดต่างๆ ควรเอาอย่างไปประพฤติปฏิบัติอีกด้วย ควรอบรมสั่งสอนชาวบ้านร้านตลาดให้งดใช้ถุงพลาสติกและโฟม ซึ่งเป็นโทษกับสุขภาพอนามัยและเป็นพิษเป็นภัยกับสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติยิ่งนัก บางประเทศเขาทำนำหน้ามาแล้ว เราไม่ควรล้าหลังในทางนี้กันเลย







