
สว.ยื่นศาลล้มโปรเจกต์น้ำ
กมธ.ย้ำไม่เปิดราคากลางคลังฝืนกู้เงินรัฐบาลนำเอกชนรุกโฆษณาแจงปชช.
กมธ.ย้ำไม่เปิดราคากลางคลังฝืนกู้เงินรัฐบาลนำเอกชนรุกโฆษณาแจงปชช.
กมธ.วุฒิสภา ยื่นศาลปกครองยกเลิกโครงการน้ำ 3 แสนล้าน เอกชนยันศาลสั่งแค่ให้ชี้แจงประชาชน
น.ส.รสนา โตสิตระกูล สว.กทม. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ตรวจสอบการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา แถลงว่า ที่ประชุม กมธ.มีมติขอส่งเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นคำร้องต่อศาลปกครองเพิกถอนโครงการบริหารจัดการน้ำ ตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. 2555 วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ เพื่อให้ศาลวินิจฉัยในประเด็นที่ยังไม่ได้พิจารณาเรื่องการประกาศราคากลางตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และการทำสัญญาเงินกู้เงินกับธนาคารภายหลังศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้ระงับโครงการเอาไว้ก่อนจนกว่าจะมีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 67 วรรคสอง ซึ่งการดำเนินการของกระทรวงการคลังอาจจะขัดกับ พ.ร.ก.ดังกล่าว
“ขณะนี้มีประเด็นว่ามีการกู้เงินจริงหรือไม่ เพราะระยะการทำสัญญากับธนาคารว่าจะไม่จ่ายดอกเบี้ยจนกว่าจะมีการเบิกจ่ายเงิน จะเป็นสัญญาเงินกู้จริงหรือไม่ หากผู้ตรวจการแผ่นดินดำเนินการล่าช้าก็จะส่งเรื่องไปยังศาลปกครองโดยตรง” น.ส.รสนา กล่าว
ด้านนายอภิชาติ อนุกูลอำไพ กรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) กล่าวภายหลังการหารือกับ 4 กลุ่มบริษัทที่ชนะการประมูลโครงการน้ำว่า ได้หารือถึงแนวทางการรับฟังความคิดเห็นประชาชนตามมาตรา 57 วรรคสอง ตามคำสั่งศาล โดยจะจัดทำสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อทุกแขนงเพื่อชี้แจงความจำเป็นโครงการ
นอกจากนี้ ทาง 4 กลุ่มบริษัทจะนำแบบจำลองโครงการทั้ง 9 โมดูล เดินสายชี้แจงให้ประชาชนรับทราบถึงความสำคัญ วิธีการศึกษาความเป็นไปได้ การศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และการศึกษาผลกระทบด้านสุขภาพ (เอชไอเอ) รวมถึงขั้นตอนการลงพื้นที่สำรวจ การเจรจาเวนคืนที่ดิน และอื่นๆ
“บริษัทจะชี้แจงลงลึกในรายละเอียดทุกขั้นตอน เช่น โมดูล เอ 1 จะสร้างเขื่อนพื้นที่ใดบ้าง และจะเปิดเผยถึงผลการศึกษาเบื้องต้นว่าแต่ละเขื่อนอยู่ในขั้นตอนใด เช่น ผ่านการศึกษาเบื้องต้น หรือกำลังจัดทำอีไอเอ และเอชไอเอ หรือเส้นทางฟลัดเวย์ จะผ่านพื้นที่ตำบลหรืออำเภอ และจังหวัดใดบ้าง” นายอภิชาติ กล่าว
ขณะที่ นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ กล่าวว่า จากการอ่านคำสั่งศาลอย่างละเอียดแล้ว สรุปได้ว่าศาลปกครองสั่งให้รัฐบาลชี้แจงและทำความเข้าใจกับภาคประชาชนตามจังหวัดต่างๆ ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับโครงการก่อนจะเซ็นสัญญากับเอกชน ซึ่งไม่เกี่ยวกับการจัดทำอีไอเอและเอชไอเอ เพราะขั้นตอนนี้ผู้รับจ้างต้องทำตามที่ทีโออาร์กำหนด







