
การจัดระเบียบสังคมตามข้อเสนอบีอาร์เอ็น
ตามข้อเรียกร้องของบีอาร์เอ็น เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2556 ซึ่งได้ขอให้ฝ่ายรัฐออกคำสั่งเพื่อห้ามขายเหล้าหรือสิ่งที่ทำให้เมา และปิดแหล่งบันเทิงและแหล่งอบายมุขตลอดช่วงเดือนรอมฎอน ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการให้เกียรติต่อชาวอิสลามมลายูปาตานี เพื่อจะสร้างบรรยากาศในการสานเสวนาสันติภาพ การนำข้อเสนอของบีอาร์เอ็นมาพิจารณาก็อาจจะช่วยให้กระบวนการสันติภาพดำเนินไปอย่างราบรื่นได้
ตามข้อเรียกร้องของบีอาร์เอ็น เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2556 ซึ่งได้ขอให้ฝ่ายรัฐออกคำสั่งเพื่อห้ามขายเหล้าหรือสิ่งที่ทำให้เมา และปิดแหล่งบันเทิงและแหล่งอบายมุขตลอดช่วงเดือนรอมฎอน ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการให้เกียรติต่อชาวอิสลามมลายูปาตานี เพื่อจะสร้างบรรยากาศในการสานเสวนาสันติภาพ การนำข้อเสนอของบีอาร์เอ็นมาพิจารณาก็อาจจะช่วยให้กระบวนการสันติภาพดำเนินไปอย่างราบรื่นได้
หนึ่งในนั้น บีอาร์เอ็นได้เสนอห้ามขายสุราและปิดแหล่งบันเทิงและแหล่งอบายมุข ซึ่งในบทความนี้จะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้
แม้ว่าข้อเสนอของบีอาร์เอ็นในเรื่องการห้ามขายสุราจะได้รับการขานรับกับคนในพื้นที่ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะชาวมลายูมุสลิม แต่ในขณะเดียวกันต้องไม่ลืมว่ายังมีคนที่ไม่ใช่มุสลิมในพื้นที่ที่อาจจะไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ อย่างที่ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ เขียนไว้ในบทความ “ข้อสังเกตเกี่ยวกับแถลงการณ์บีอาร์เอ็นครั้งที่สี่และปฏิกิริยารับไม่ได้จากฝ่ายรัฐ” ว่า การห้ามขายสิ่งเสพติดและสุราในเดือนรอมฎอนนั้น ไม่ควรควบคุมในรายละเอียดเพื่อลดแรงปะทะอันเนื่องจากความหลากหลายทางวิถีชีวิต ฉะนั้นในพื้นที่สามจังหวัดภาคใต้ซึ่งเป็นพื้นที่อ่อนไหวทางวัฒนธรรม ควรจะให้คนที่ไม่ใช่มุสลิมสามารถซื้อขายได้ในเขตชุมชนตัวเอง ซึ่งประเทศมาเลเซียเป็นตัวอย่างที่ดีในการเรียนรู้เรื่องนี้ เพราะการห้ามขายสุรามีผลบังคับใช้กับคนมุสลิมเท่านั้น นอกจากนี้การใช้กฎหมายชารีอะห์มีผลเฉพาะคนมุสลิม และการบังคับใช้กฎหมายชารีอะห์อย่างเคร่งครัดเฉพาะใน 3 รัฐของมาเลเซียเท่านั้น เพราะฉะนั้นการห้ามขายสุราไม่มีผลกับคนที่ไม่ใช่มุสลิมไม่ว่าจะเป็นคนอินเดียหรือคนจีน ซึ่งจะเห็นเบียร์ชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเบียร์ไทเกอร์จากสิงคโปร์ กินเนสจากไอร์แลนด์ และคาร์ลสเบิร์กจากเดนมาร์ก วางขายอยู่บนชั้นตามร้านเซเว่นอีเลฟเว่นในมาเลเซีย
อย่างไรก็ตาม แม้ในทางปฏิบัติมิอาจห้ามให้คนที่ไม่ใช่มุสลิมหยุดการซื้อขายสุราได้ แต่การอยู่ร่วมกันในสังคมที่มีวิถีชีวิตที่แตกต่าง การเคารพ การให้เกียรติและการยอมรับวิถีที่แตกต่างเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงเดือนอันศักดิ์สิทธิ์ของพี่น้องชาวมุสลิม คนที่ไม่ใช่มุสลิมจึงควรคำนึงและมีความระมัดระวังต่อการปฏิบัติตนในเดือนนี้เช่นกัน ดั่งที่บทบัญญัติของศาสนาอิสลามได้ขอว่าคนต่างศาสนาไม่ควรหยอกล้อ หากควรระงับอารมณ์ ไม่กิน ดื่ม หรือสูบบุหรี่ ต่อหน้าผู้ถือศีลอด ควรสำรวมกิริยามารยาทเอาไว้ และกิจกรรมที่ไม่ควรจัดในช่วงเดือนถือศีลอด เช่น กิจกรรมรื่นเริงสังสรรค์ ซึ่งกิจกรรมนี้อาจหมายรวมถึงข้อเสนอที่บีอาร์เอ็นได้ระบุไว้ในข้อ 6 ที่ว่าด้วยการห้ามจัดกิจกรรมสังคม
สำหรับข้อเสนอเรื่องการปิดแหล่งบันเทิงหรือแหล่งอบายมุข หากพิจารณาตามลักษณะสังคมและวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ที่มีความแตกต่างแล้ว การจะปิดแหล่งบันเทิงอาจจะทำไม่ได้ แต่อาจใช้มาตรการกำหนดเขตพื้นที่หรือที่เรียกกันว่าโซนนิ่ง (zoning) ตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 ซึ่งมีเจตนารมณ์เพื่อควบคุมการประกอบกิจการสถานบริการ การเข้มงวดกวดขันเกี่ยวกับอายุผู้เข้าไปใช้บริการ (20 ปีบริบูรณ์) การให้สถานบริการเปิดปิดตามเวลาที่กฎหมายกำหนด ก็มีความเป็นไปได้
ในการจัดกำหนดโซนนิ่งสถานบริการ กระทรวงมหาดไทยได้ให้จังหวัดต่างๆ ได้พิจารณาทบทวนว่าจังหวัดยังมีความต้องการที่จะให้มีสถานบริการในจังหวัดอยู่หรือไม่ หากไม่มีความต้องการก็ให้จัดทำเป็นร่างพระราชกฤษฎีกาเพื่อกำหนดเขตอันมีมณฑลจำกัดเพื่องดอนุญาตให้ตั้งสถานบริการทั้งจังหวัด แต่ในกรณีที่ยังมีความต้องการ ก็ให้พิจารณาเพื่อกำหนดเขตพื้นที่เพื่อการอนุญาตให้ตั้งสถานบริการ โดยจัดให้มีการรับฟังความเห็นเพิ่มเติม ให้ครอบคลุมจากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ได้แก่ ประชาชน ครู อาจารย์ ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ผู้นำศาสนา นักธุรกิจ เป็นต้น ไม่ใช่เพียงแต่รับฟังความเห็นจากผู้ประกอบการสถานบริการเท่านั้น นอกจากนี้จังหวัดจะต้องแต่งตั้งคณะกรรมการของจังหวัด ประกอบด้วยผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปตรวจสภาพความเป็นจริงในพื้นที่ตามที่กำหนดเป็นเขตพื้นที่ เพื่อการอนุญาตให้ตั้งสถานบริการ โดยดูสภาพทั้งในเวลากลางวันและกลางคืนของพื้นที่เพื่อการอนุญาตให้ตั้งสถานบริการ และนอกเขตพื้นที่เพื่อการอนุญาตให้ตั้งสถานบริการที่อยู่ใกล้เคียงที่จะได้รับผลกระทบ เพื่อตรวจสอบให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ข้างต้น
สำหรับข้อมูลที่ค้นพบในเว็บไซต์ของกระทรวงมหาดไทย ได้ระบุว่า จ.ปัตตานี เป็นหนึ่งในจังหวัดที่ขอกำหนดเขตพื้นที่เพื่องดอนุญาตตั้งสถานบริการทั้งจังหวัด และประกาศในราชกิจจานุเบกษาบังคับใช้เป็นกฎหมายแล้ว เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2545 ซึ่งหมายความว่าสถานบริการต่างๆ จะต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ. 2509 ที่ระบุไม่อนุญาตให้สถานบริการอยู่ใกล้ชิดวัด สถานที่สำหรับปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา โรงเรียน หรือสถานศึกษา โรงพยาบาล สถานพยาบาลที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน สโมสรเยาวชน หรือหอพัก ตามกฎหมายว่าด้วยหอพัก
ดังนั้น หากจะให้เกิดการปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างจริงจังตามคำร้องขอของบีอาร์เอ็น ซึ่งได้มีเสียงสนับสนุนจากคนในพื้นที่โดยเฉพาะชาวมลายูมุสลิม ผู้ที่เกี่ยวข้องตามที่กระทรวงมหาดไทยได้ระบุไว้ อาจจะต้องกลับมาร่วมกันทบทวนแนวทางการจัดระเบียบสังคมในสามจังหวัดภาคใต้ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ รวมไปถึงพี่น้องประชาชนที่ไม่ใช่มุสลิม โดยที่ทุกฝ่ายพึงให้ความร่วมมือ เรียนรู้และยอมรับวิถีชีวิตที่แตกต่างที่ดำรงอยู่ในพื้นที่สามจังหวัดภาคใต้ ซึ่งอาจจะเป็นแนวทางหนึ่งในการช่วยกันลดเงื่อนไขความรุนแรงในช่วงเดือนอันศักดิ์สิทธิ์นี้ นอกจากนี้ โดยอาศัยกระบวนการดังกล่าว ทุกภาคส่วนยังจะได้มีส่วนร่วมสร้างบรรยากาศการสานเสวนาสันติภาพหรือสันติสนทนา เพื่อจะไปให้ถึงขั้นตอนการเจรจาสันติภาพ อันจะนำมาซึ่งข้อตกลงสันติภาพ และการกำหนดรูปแบบที่จะอยู่ร่วมกันในอนาคต







