
สัญญาณมึนๆ
ตลาดทุนไม่ชอบอะไรที่ไม่แน่ไม่นอน มึนๆ งงๆ ไม่ชัดเจน ย่อมส่งผลให้นักลงทุนไม่กล้าเดินหน้าว่าจะไปในทิศทางใด
ตลาดทุนไม่ชอบอะไรที่ไม่แน่ไม่นอน มึนๆ งงๆ ไม่ชัดเจน ย่อมส่งผลให้นักลงทุนไม่กล้าเดินหน้าว่าจะไปในทิศทางใด
ดังเช่นสัญญาณทางเศรษฐกิจสหรัฐในขณะนี้ ที่ต้องบอกว่า สับสนไม่น้อยครับ ว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะเดินไปในทิศทางใดกันแน่
ปลายสัปดาห์ที่แล้ว มีข่าวดีจากภาคแรงงานสหรัฐ ที่มีการจ้างงานเพิ่มเข้าในระบบมากเกินความคาดหมาย ทำให้นักลงทุนกลัวกันว่า เพราะสัญญาณทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นเช่นนี้ จะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลดปริมาณคิวอีในปลายปีนี้
แต่เมื่อวานนี้ ทำเนียบขาวหรือรัฐบาลสหรัฐ ประกาศปรับลดแนวโน้มการเติบโตเศรษฐกิจของประเทศ จากเดิมที่คาดไว้ว่าจะโตที่ 2.3% ในปีนี้ ก็ปรับลดลงมาที่ 2% และในปีหน้าจากเดิมที่จะโตที่ 3.2% ก็จะลดลงมาที่ 3.1%
สรุป เศรษฐกิจสหรัฐดีขึ้นจริงหรือไม่ ก็ยังสับสนงงๆ กันอยู่ และนี่เองที่เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เฟดเองก็ไม่สามารถจะฟันธงนโยบายใดๆ ออกมา
แม้กระทั่งกับการสานต่อนโยบายคิวอี เฟดเองก็ยังไม่กล้าฟันธงชัดเจนนัก ว่าจะลดจริงหรือไม่
สังเกตได้จากข้อแม้ที่เฟดให้เงื่อนไขไว้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะต้องดีขึ้นในระดับที่ “เฟด” พอใจจริงๆ เท่านั้น เฟดถึงจะยอมลดการกระตุ้นเศรษฐกิจในปลายปีนี้ และถ้าดีขึ้นจริงๆ ก็จะถึงกับเลิกในราวกลางปีหน้า
แม้ว่าสัญญาณจากตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ ยังดูสับสน แต่เฟดก็ถือว่าชัดเจนในระดับหนึ่ง โดยมีคำว่า “ถ้า” ระบุเอาไว้ชัด แต่ที่ผ่านมานักลงทุนในตลาดเองนี่แหละครับ ที่พยายามจะนำเรื่องนี้มาเป็นเหตุในการทิ้งหรือช้อนหุ้นในตลาด
เอาเป็นว่า ณ ขณะนี้ สำหรับเศรษฐกิจสหรัฐ ต้องบอกว่าฟื้นตัวในระดับที่เชื่องช้าเกินไป น่าจะเหมาะสมที่สุด เพราะแม้ว่าจะมีการเพิ่มงานในระบบมากขึ้น
แต่ทว่างานเหล่านั้นก็เป็นงานชั่วคราวเสียมาก การสร้างงานประจำนั้นยังไม่สามารถกลับสู่ระดับที่น่าพอใจได้ในขณะนี้
และในความเป็นจริงก็คือ สหรัฐยังไม่สามารถกลับมาฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่ เทียบเท่ากับเมื่อครั้งช่วงก่อนวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ในปี 2008 มีแต่ตลาดหุ้นหรือตลาดลงทุนลวงเท่านั้นที่เติบโตขึ้นมา โดยได้น้ำเลี้ยงมาจากเม็ดเงินจากธนาคารที่หว่านลงมาสู่ระบบผ่านนโยบายคิวอี
สิ่งนี้คือข้อเท็จจริง และเป็นสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดของเศรษฐกิจสหรัฐที่เห็นได้ในขณะนี้







