
เมกะเทรนด์ที่5 : เศรษฐกิจต่างจังหวัดมีแต่ขาขึ้น
คุณผู้อ่านคงพอจำกันได้นะครับว่า เราได้พูดกันถึงเมกะเทรนด์ หรือแนวโน้มใหญ่ๆ ในอนาคตที่จะขึ้นกับประเทศไทยไปแล้ว 4 ตัวด้วยกัน คือ เมกะเทรนด์ตัวที่ 1 : ธุรกิจ 3G เมกะเทรนด์ตัวที่ 2 : ทีวีดิจิตอล เมกะเทรนด์ตัวที่ 3 : ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC) และเมกะเทรนด์ตัวที่ 4 นั่นคือ “สังคมผู้สูงอายุ” อนาคต...ที่มาแน่
คุณผู้อ่านคงพอจำกันได้นะครับว่า เราได้พูดกันถึงเมกะเทรนด์ หรือแนวโน้มใหญ่ๆ ในอนาคตที่จะขึ้นกับประเทศไทยไปแล้ว 4 ตัวด้วยกัน คือ เมกะเทรนด์ตัวที่ 1 : ธุรกิจ 3G เมกะเทรนด์ตัวที่ 2 : ทีวีดิจิตอล เมกะเทรนด์ตัวที่ 3 : ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC) และเมกะเทรนด์ตัวที่ 4 นั่นคือ “สังคมผู้สูงอายุ” อนาคต...ที่มาแน่
วันนี้จะมาคุยกันเรื่องเมกะเทรนด์ตัวที่ 5 นั่นคือ สังคมเมือง...ในต่างจังหวัด
ในปัจจุบันผมคิดว่า...กรุงเทพฯ กำลังจะเปลี่ยนไป ขณะที่อีกหลายๆ เมืองในประเทศไทยก็กำลังเปลี่ยนไปด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งจะส่งผลให้ลักษณะความเป็นเมืองในแต่ละส่วนของประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมากในช่วงระยะเวลา 5-10 ปีต่อจากนี้ นับจากกรุงเทพฯ ไปถึงบรรดาหัวเมืองต่างๆ ที่กระจายกันอยู่ในทุกภาคของประเทศไทย โดยมีรายละเอียดดังนี้ครับ
หนึ่ง เมื่อถึงเวลาที่ ‘บรรดาหัวเมือง’...จะโต
โดยปกติแล้วขนาดของประชากรคนเมืองในเขตเมืองต่างๆ ในประเทศ มักจะเป็นไปตามกฎความสัมพันธ์เชิงประจักษ์ที่เรียกว่า “กฎลำดับขนาด” (RankSize Rule) ที่ว่า เมืองที่มีประชากรคนเมืองมากเป็นอันดับที่ 2 จะมีจำนวนประชากรคนเมืองเป็นครึ่งหนึ่งของเมืองที่มีประชากรคนเมืองมากที่สุด เมืองที่มีประชากรคนเมืองมากเป็นอันดับที่ 3 ก็จะมีจำนวนประชากรคนเมืองเป็นครึ่งหนึ่งของเมืองอันดับที่ 2 เช่นกัน และความสัมพันธ์จะเป็นไปในลักษณะนี้ต่อเนื่องกันไป
แต่ในประเทศไทยกลับพบว่า คนจำนวนมหาศาลจะอาศัยอยู่กันแต่ในกรุงเทพฯ ซึ่งทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีประชากรอาศัยอยู่ในเขตเมืองมากที่สุดในประเทศ ส่วนเมืองที่มีประชากรอาศัยอยู่ในเขตเมืองมากเป็นอันดับที่ 2 ของไทยก็คือ สมุทรปราการ นั้นมีประชากรคนเมืองเพียง 6% ของกรุงเทพฯ ซึ่งถือได้ว่าเป็นตัวเลขที่น้อยมาก
การศึกษายังพบว่า ในเกาหลีใต้และมาเลเซีย เมืองที่มีประชากรคนเมืองมากเป็นอันดับที่ 2 ของแต่ละประเทศ มีขนาดถึง 36% และ 49% ของเมืองอันดับที่ 1 ของแต่ละประเทศตามลำดับ ดังนั้นประชากรคนเมืองของบรรดาหัวเมืองต่างๆ ของไทย จึงน่าจะมีโอกาสเติบโตขึ้นได้อีกมาก
นอกจากนั้น การพัฒนาสู่ความเป็นเมืองได้ย้ายออกจากกรุงเทพฯ ไปสู่บรรดาหัวเมืองไปแล้ว เนื่องจากการที่กรุงเทพฯ เริ่มโตช้าลงเมื่อเทียบกับบรรดาหัวเมืองในจังหวัดอื่นๆ
สอง ‘ผู้บริโภคในเมือง’ อยู่ที่ไหน?
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ทำการวิจัยพฤติกรรมของประชากรที่อาศัยอยู่ในเมือง พบว่ามีกำลังแรงงานทั่วประเทศจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 38.3 ล้านคน มีเพียง 11.8 ล้านคน ที่อยู่อาศัยในเขตเมือง และมีเพียง 3.7 ล้านคน ที่เข้าข่ายกลุ่มผู้บริโภคในเมือง
นั่นคือเป็นผู้มีรายได้ต่อเดือนสูงกว่า 15,000 บาท และอยู่อาศัยในเขตเมือง โดยมีเพียง 1 ล้านคน ที่มีรายได้ต่อเดือนสูงกว่า 35,000 บาท และที่เหลืออีก 2.7 ล้านคน จะมีรายได้อยู่ในระดับ 15,000-35,000 บาทต่อเดือน
นอกจากนั้น ยังพบต่อไปอีกว่ามีผู้บริโภคในเมืองที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีประมาณ 2 ล้านคน คิดเป็นประมาณ 55% หรืออาจกล่าวได้ว่า...มากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้มีรายได้สูงกว่า 15,000 บาทต่อเดือน อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่วนอีก 1.7 ล้านคน หรือ 45% ของกลุ่มผู้บริโภคดังกล่าว กระจายตัวไปตามเขตเมืองของจังหวัดต่างๆ
สาม การเติบโตขึ้นของสังคมเมือง (Urbanization) อย่างรวดเร็วของบรรดา‘หัวเมือง’
วศิน วณิชย์วรนันต์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับเทรนด์ของ Urbanization ไว้ว่า ในบรรดาจังหวัดหัวเมืองต่างๆ ทั่วประเทศไทยได้เกิด Urbanization ขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินค้าอุปโภคบริโภคทั้งหลายจะมีโอกาสเติบโตอย่างก้าวกระโดด ...
“ตอนนี้ร้านค้าปลีก โมเดิร์นเทรด ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า ทยอยไปเปิดสาขาตามต่างจังหวัดเยอะมาก ส่วนธุรกิจลำดับถัดมาที่จะเติบโตตามไปด้วย เช่น อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจวัสดุก่อสร้าง ดีลเลอร์รถยนต์ ก็จะเข้าไปลงทุนในพื้นที่ที่เกิด Urbanization มากขึ้น
จากนั้นสถานศึกษาและโรงเรียนกวดวิชาก็จะเข้าไปตั้งสาขา เป็นโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการสามารถไปลงทุนในธุรกิจเหล่านี้ได้ โดยไม่ต้องกลัวว่าธุรกิจจะไปไม่รอด”
สี่ เมื่อ ‘ภาคอีสาน’ เติบโต...มากที่สุด
สิ่งที่เป็นความจริงอยู่ทุกวันนี้ก็คือ ภาคอีสาน...มีประชากรคนไทยมากที่สุด ภาคอีสาน...มีรายได้ต่อหัวต่ำที่สุด และภาคอีสาน...จะมีจุดเชื่อมต่อกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียนมากที่สุด ผมเองมองว่าแค่เราได้รับรู้ถึงความจริงดังกล่าวทั้ง 3 ข้อ คุณผู้อ่านก็คงพอจะเห็นภาพได้แล้วว่า ภาคอีสาน...ยังจะมีโอกาสที่จะเติบโตด้วยอัตราเร่งหรืออัตราก้าวกระโดดได้อีกมาก
นอกจากนั้น นโยบาย “ค่าแรงวันละ 300 บาท” และนโยบาย “การรับจำนำข้าว” ของรัฐบาล ก็ได้ทำให้ประชาชนในภาคอีสานได้รับอานิสงส์ไปอย่างมาก โดยมีคนไทยในภาคอีสานที่ไม่ได้ทำงานในท้องถิ่นของตนเป็นจำนวนมาก แต่ไปทำงานกระจัดกระจายไปทั่วประเทศ คนเหล่านี้ก็จะส่งเงินกลับบ้าน...เพื่อไปใช้หนี้ ...เพื่อไปเลี้ยงดูคนที่ตนรัก หรือแม้กระทั่ง...เพื่อไปลงทุนก็ตาม
สิ่งที่จะตามมาก็คือ โอกาสของบรรดากิจการที่จะสามารถรองรับความต้องการอย่างไม่สิ้นสุดของคนในท้องถิ่นของภาคอีสาน
ดังนั้น “โอกาส” อาจกำลังมาเยือนคุณผู้อ่านบางท่านอยู่ก็ได้นะครับ ทำให้นึกถึงคำพูดของอดีตนายกรัฐมนตรีของสหราชอาณาจักรที่ชื่อ เบนจามิน ดิสราเอลี (Benjamin Disraeli) ที่พูดไว้ว่า “One secret of success in life is for a man to be ready for his opportunity when it comes.” แปลตามความได้ว่า “หนึ่งในเคล็ดลับความสำเร็จของมนุษย์ก็คือ จงเตรียมตัวให้พร้อมก่อน...ที่โอกาสจะมาถึง”







