posttoday
คุก18ปี2โจ๋รุมตีชิงทรัพย์บี้-บอมเคพีเอ็น

คุก18ปี2โจ๋รุมตีชิงทรัพย์บี้-บอมเคพีเอ็น

10 กรกฎาคม 2556

ศาลอาญา พิพากษาจำคุก 2 คนร้าย ใช้ไม้เบสบอลรุมทำร้าย บี้-บอม เคพีเอ็น ก่อนชิงทรัพย์ 18 ปี 3เดือน สารภาพลโทษเหลือ 9ปี

ศาลอาญา พิพากษาจำคุก 2 คนร้าย ใช้ไม้เบสบอลรุมทำร้าย บี้-บอม เคพีเอ็น ก่อนชิงทรัพย์ 18 ปี 3เดือน สารภาพลโทษเหลือ 9ปี

เมื่อเวลา 10.15 น. ศาลอาญาอ่านคำพิพากษาคดี หมายเลขดำที่ อ.3610/2555 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายทวุฒิ หรือเอ็ม ประภัสสร และนายอนุสรณ์ หรือ ป๊อบ ยะวงศ์ ทั้งสองอายุ 19 ปี  เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐาน ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธ และยานพาหนะ เพื่อสะดวกต่อการได้รับทรัพย์นั้น
 
คดีนี้โจทก์ฟ้องสรุปว่า เมื่อ วันที่ 10 ก.ค. 55 เวลากลางคืน ขณะที่นายธรรมภาคย์ ชี หรือ “บี้ เคพีเอ็น” อายุ 21 ปี และนายอนุรักษ์ บุญเพิ่มผล หรือ“บอม เคพีเอ็น” อายุ 26 ปี ทั้งคู่เป็นนักร้องดัง สังกัด เคพีเอ็น อวอร์ด ผู้เสียหาย ได้ขี่จักรยานยนต์กันมา พวกจำเลยได้ขี่จักรยานยนต์ 2 คันปาดหน้ารถผู้เสียหายให้จอด ก่อนใช้ไม้เบสบอล รุมตีที่ใบหน้า ลำตัว โดยเฉพาะ บี้ ถูกตีบริเวณใบหน้าได้รับบาดเจ็บสาหัส เป็นอันตรายแก่กาย และจิตใจ ก่อนปล้นทรัพย์สินของนายธรรมภาคย์ รวม 4 รายการ รวม 76,000บาท และของนายอนุรักษ์ 5 รายการ รวม 17,400 บาท หลบหนีไป เหตุเกิดบริเวณซอยรัชดาภิเษก 36 (ซอย เสือใหญ่อุทิศ) แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม. ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน ติดตามจับกุมจำเลยทั้งสองได้ พร้อมของกลางบางส่วน และให้การรับสารภาพ
            
ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานแล้วเห็นว่า ฝ่ายโจทก์มีผู้เสียหายทั้ง 2 คน เป็นประจักษ์พยานเบิกความยืนยันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้ช่วงเกิดเหตุจะเป็นเวลากลางคืน แต่มีแสงสว่างจากไฟฟ้า และแสงไฟจากรถยนต์ อีกทั้งผู้เสียหายกับจำเลยอยู่ในระยะใกล้ชิด สามารถจดจำใบหน้าคนร้ายได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้หลังเกิดเหตุจำเลยก็นำชี้ที่เกิดเหตุได้อย่างถูกต้อง  พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักมั่นคง ประกอบให้การรับสารภาพโดยตลอด  เชื่อว่าจำเลยเป็นคนร้ายคดีนี้จริง
 
พิพากษาว่า จำเลยทั้งสองกระทำผิด ตามมาตรา 340 วรรคสอง ประกอบมาตรา 83(1)  ขณะเกิดเหตุจำเลยทั้งสองมีอายุ 18ปีเศษ รู้สึกผิดชอบชั่วดีแล้วไม่อาจลดมาตราส่วนโทษให้ จึงให้จำคุกจำเลยที่ 1-2 ละ 18 ปี โดยให้บวกโทษจำเลยที่ 1 คดีดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ของศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัด สมุทรปราการอีก  3 เดือน และปรับ  1,000  บาท ฐานกระทำผิด  พ.ร.บ.จราจร ฯ ด้วย รวมจำคุกจำเลยที่ 1 ไว้ทั้งสิ้น 18 ปี 3 เดือนและปรับ 1,000 บาท 
 
อย่างไรก็ตามคำรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา เห็นควรลดโทษให้จำเลยทั้งสอง คนละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 1 ไว้ 9 ปี 1 เดือน 15 วัน และปรับ 500 บาท ส่วนจำเลยที่ 2 จำคุก 9 ปี โดยให้จำเลยทั้งสอง ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 76,000 บาทแก่ผู้เสียหายด้วย  
               
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  วันนี้มีญาติ 5- 6 คนเดินทางมาให้กำลังใจจำเลยทั้งสอง โดยนายทวุฒิ จำเลยที่ 1  ถึงกับร่ำไห้ เมื่อทราบคำพิพากษา และได้ก้มลงกราบเท้ามารดาขณะกำลังถูกเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ นำตัวไปคุมขัง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท