posttoday
สินเชื่อครึ่งปีหลังหดตัวธปท.มั่นใจหนี้เสียน้อย

สินเชื่อครึ่งปีหลังหดตัวธปท.มั่นใจหนี้เสียน้อย

10 กรกฎาคม 2556

ธปท.ชี้เศรษฐกิจซบ สินเชื่อครึ่งปีหลังมีแนวโน้มชะลอลง มั่นใจหนี้เสียไม่มาก

ธปท.ชี้เศรษฐกิจซบ สินเชื่อครึ่งปีหลังมีแนวโน้มชะลอลง มั่นใจหนี้เสียไม่มาก

นางสาลินี วังตาล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่แนวโน้มสินเชื่อในช่วงครึ่งปีหลังจะชะลอตัวลงตามภาวะเศรษฐกิจ แต่คาดว่าสินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์คงไม่ลดลงมากถึงขั้นติดลบเหมือนปี 2551

“ปัจจุบันสินเชื่อยังขยายตัวในระดับ 1213% แต่ยอมรับว่าคงชะลอลงบ้าง ซึ่งอาจเป็นการดีที่ให้คนได้ระมัดระวังในช่วงที่หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดีสินเชื่อในช่วงครึ่งปีหลังหรือในไตรมาส 3 และไตรมาส 4 จะคาดการณ์ยากขึ้น แม้ว่าตามปกติสินเชื่อครึ่งหลังจะโตสูงตามการเร่งจับจ่ายใช้สอยและการเตรียมลงทุนการผลิตในช่วงท้ายปี ต้องติดตามดู” นางสาลินี กล่าว

สำหรับภาวะเศรษฐกิจครึ่งปีหลังจะชะลอลงไปบ้างอย่างที่หลายฝ่ายคาดการณ์ แต่เชื่อว่าปัญหาหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) จะเพิ่มขึ้นมาก เพราะเอ็นพีแอลโดยรวมที่ยังไม่หักกันสำรองยังทรงตัวอยู่ในระดับที่ต่ำประมาณ 23% ของสินเชื่อทั้งระบบ ซึ่งไม่น่าจะสร้างปัญหาให้กับเสถียรภาพระบบสถาบันการเงินของไทย เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่มีผลประกอบการดี มีกำไรตั้งสำรองหนี้ไว้สูง จึงไม่น่ากังวล

นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า รัฐบาลควรจะเข้ามาดูแลเศรษฐกิจทั้งภาคการผลิตและภาคบริการให้เข้มแข็ง เพราะเป็นภาคที่สร้างรายได้ให้ประเทศและจ่ายภาษีเข้ารัฐ ไม่ใช่มุ่งเน้นการดำเนินงานในเรื่องประชาชนนิยมที่ทำให้งบประมาณสูญเปล่า ส่วนงบประมาณที่จัดสรรให้ผู้ประกอบการถือว่ายังน้อย ไม่เพียงพอสำหรับการปรับตัวให้อยู่รอดได้ โดยเฉพาะเอสเอ็มอี

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ส.อ.ท. จะปรับลดประมาณการการเติบโตเศรษฐกิจในปีนี้ที่คาดไว้ที่ 5% เพียงใดต้องดูผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนมิ.ย. ในวันที่ 17 ก.ค. นี้ก่อน

อย่างไรก็ตามในช่วงที่มีความไม่แน่นอนเห็นว่ารัฐบาล ต้องเร่งผลักดันการใช้จ่ายเงินลงทุนตามโครงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทั้งในโครงการน้ำมูลค่า 3.5 แสนล้านบาท และการลงทุน 2.2 ล้านล้านบาทที่อยู่ระหว่างกระบวนการทางกฎหมายก็ต้องดำเนินการผ่านออกมาให้เร็ว เพราะการลงทุนทั้งหมดคือการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศและสร้างความเชื่อมั่นให้การลงทุนเอกชน

ด้านนายวัลลภ วิตนากร รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า รัฐบาลควรจะเข้ามาดูแลเศรษฐกิจทั้งภาคการผลิตและภาคบริการให้มีความเข้มแข็งเพราะเป็นภาคที่สร้างรายได้ให้ประเทศและจ่ายภาษีเข้ารัฐ ไม่ใช่มุ่งเน้นการดำเนินงานในเรื่องประชาชนนิยมที่ทำให้งบประมาณสูญเปล่า ส่วนงบประมาณที่จัดสรรให้สำหรับภาคผู้ประกอบการถือว่ายังน้อยไม่เพียงพอสำหรับการปรับตัวให้อยู่รอดได้โดยเฉพาะเอสเอ็มอี

อย่างไรก็ตาม ที่เห็นว่าเป็นแนวทางที่ชดเชยการชะลอตัวของเศรษฐกิจขณะนี้คือ ภาครัฐต้องเร่งส่งเสริมการค้าชายแดนให้สามารถส่งออกสินค้าไทยซึ่งเป็นที่ยอมรับของเพื่อนบ้านเข้าไปใจกลางเมืองหลักๆ ของแต่ละประเทศโดยผู้ผลิตสินค้าโดยตรงให้ได้ จากปัจจุบันที่ผู้ผลิตจะพึ่งพ่อค้าคนกลางซึ่งเป็นอุปสรรคสำหรับการกระจายสินค้าไทยอย่างมาก โดยหากแก้ไขปัญหานี้ได้จะขยายมูลค่าการส่งออกรวมของไทยได้

“การค้าชายแดนกับเพื่อนบ้านปีที่แล้วอยู่ที่ 9 แสนกว่าล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มเป็น 2ล้านล้านบาท ใน 23 ปีข้างหน้าเพียงแค่รัฐผลักดันและเข้าไปหาตลาดใหญ่ของเพื่อนบ้านได้” นายวัลลภ กล่าว

ซิตี้กรุ๊ปออกบทวิเคราะห์ประเมินผลการนำเสนอข้อมูลของธนคารกสิกรไทยที่มาเลเซียและไต้หวันพบว่า นักลงทุนยังกังวลและระมัดระวังการลงทุนกับปัญหาความเสี่ยงเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวทั้งการส่งออก การผลิต ปัญหาการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดและการปรับลดตัวเลขเศรษฐกิจ

ทั้งนี้มองว่าความท้าทายของรัฐบาลชุดนี้คือโครงการน้ำ 3.5แสนล้านบาทและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการสาธารณูปโภค2ล้านล้านบาทที่ล่าช้าออกไป

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท