
การเบ่งบานของทีวีดาวเทียม
....ชาลอต โทณวณิก
ต้องยอมรับกันว่าปีนี้เป็นปีของทีวีดาวเทียมอย่างแท้จริง เพราะมีกระแสความสนใจทั้งผู้ผลิตรายการ เจ้าของสินค้า และเอเยนซี ไม่เว้นกระทั่งสถานีโทรทัศน์ฟรีทีวี ทั้งช่อง 3 ที่บอกว่าจะเปิดช่องดาวเทียมประมาณ 4 ช่อง ช่อง 7 ผ่านบริษัท มีเดีย สตูดิโอ ก็จะเปิด 24 ช่องปีนี้ MCOT ที่บอกว่าจะขยายอีก 5 ช่อง
แม้กระทั่งกรมประชาสัมพันธ์ เจ้าของช่อง NBT ก็จะทำช่องข่าวภูมิภาคอีก 1 ช่อง ทางช่อง 5 ก็มี TGN (Thai Global Network) ที่ Go Inter มาหลายปีมากๆ โดยผ่านดาวเทียมหลายดวงครอบคลุมหลายทวีป
อะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการเบ่งบานของทีวีดาวเทียม
ที่แน่ๆ คือ กฎหมายยังไล่ตามไม่ทัน ทำให้ใครจะเปิดช่องอะไรก็สามารถเปิดได้ ไม่ต้องขออนุญาต ยังไม่มีหน่วยงานที่จะมาเซ็นเซอร์ หรือเฝ้าระวัง ทำให้เราเห็นอยู่ในทุกวันนี้ ว่ามีทั้งโฆษณาสินค้าอาจจะเกินความเป็นจริง การใช้เกี่ยวกับการเมือง
ช่องรายการที่ดีก็มี ซึ่งโดยมากเป็นค่ายใหญ่ๆ ที่ทำกันอย่างจริงจัง ซึ่งต้องระมัดระวังชื่อเสียง เช่น GMM Grammy ที่ตอนนี้ อากู๋ ไพบูลย์ ก็มีความสุขมากกับการขยายช่องดาวเทียม มาถึง 5 ช่องแล้ว
ช่อง Media Channel โดย มีเดีย สตูดิโอ เป็นช่องละครรีรันของช่อง 7 ได้จัดให้มี Self Regulate คือการกำกับดูแลตัวเอง โดยตั้งหน่วยงานเซ็นเซอร์เสมือนฟรีทีวี เพื่อไม่ให้มีโฆษณา หรือมีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม
ปัจจัยหลักจริงๆ ที่ทำให้ธุรกิจเบ่งบาน ก็คือเส้นเลือดใหญ่ คือเม็ดเงินโฆษณาที่จะมาหล่อเลี้ยงช่องดาวเทียมต่างๆ
ดิฉันจำได้ว่า เมื่อเปิดช่อง Media Channel ซึ่งเป็นรุ่นบุกเบิก ในเดือน ต.ค. 2551 นั้น กว่าจะหาโฆษณาได้ ต้องรอดูผลตั้ง 3 เดือน ว่าหน้าตาช่องออกมาเป็นอย่างไร และถึงแม้ในปี 2552 ก็จะเป็นการที่เอเยนซี หรือเจ้าของสินค้า
“ลอง” ใช้ โดยตัดเม็ดเงินโฆษณาของฟรีทีวีมาให้บางส่วนบรรยากาศในปี 2553 นั้น ต่างออกไปคือ เอเยนซีให้ความสนใจ และมีการจัดสรรเม็ดเงินแยกออกมาต่างหากจากฟรีทีวี และพร้อมที่จะสนับสนุนหากมีการเปิดช่องใหม่ๆ ที่มีการวางกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน
ปัจจัยด้านเทคโนโลยีก็สำคัญมาก นั้นคืออุปกรณ์ต่างๆ มีราคาถูกลง เทคโนโลยีมีความทันสมัยมากขึ้น ทำให้การที่จะมีช่องทีวีดาวเทียมไม่ยากเลย ทั้งการจัดทำสตูดิโอก็ใช้ทุนน้อยกว่าสมัยก่อนมาก
นอกจากนั้น การ Uplink ขึ้นดาวเทียมก็มีค่าใช้จ่ายถูกลงจากสมัยเมื่อ 56 ปีก่อนเกือบครึ่ง และเทคโนโลยีภาครับ คือจานรับสัญญาณดาวเทียม ก็มีราคาถูกลงมาก เหลือระดับ 2,0003,000 บาทต่อจาน ซึ่งหากเทียบดูก็พอๆ กับการติดเสาอากาศในสมัยก่อน จนมีการประกาศโครงการล้มเสา (TV) ติดจานแทน
จานดาวเทียมนั้นมี 2 แบบใหญ่ๆ คือ จานใหญ่ CBand ที่เราเห็นกัน โดยมากจะเป็นการขายจานแล้วจบกัน ไม่มีบริการหลังการขายอย่างจริงจังมากนัก มีที่จัดการดูแลในการจัดช่องต่างๆ ให้ก็เช่น PSI เจ้าของตลาดจานดาวเทียม
อีกประเภทคือจานระบบ KU Band ที่มีบริษัทบริหารจัดการ คือ จานสีต่างๆ แดง=True เหลือง=DTV ฟ้า=สามารถ ตอนหลังฟ้ามารวมกับเหลือง แต่จานประเภทแตงโม นอกเขียวในแดง หรือมะเขือเทศ แบบนี้ไม่มีนะคะ!
ปัจจัยที่สำคัญที่สุดอีกปัจจัยหนึ่งคือ Content หรือช่องรายการต่างๆ ที่อยู่ใน TV ดาวเทียม ปัจจุบันมีผู้ผลิตรายการมืออาชีพ หรือค่ายใหญ่ๆ พร้อมจะมาลงทุน การผลิตเพื่อ TV ดาวเทียมโดยเฉพาะ ทำให้มีความน่าดูมากขึ้น
หัวใจหลักของการเปิดช่อง TV ดาวเทียม คือความมีลักษณะเฉพาะ (Niche) คือการจับกลุ่มเป้าหมายหลักๆ คือช่องนั้นจะเป็นอะไรก็เป็นไปเลย เช่นช่องเด็ก ช่องความงาม ช่องลูกทุ่ง ช่องละคร เพราะเป็นการแย่งชิงผู้ชมประเภท 1 ต่อ 100 ช่อง ผู้ชมจะจำแค่ช่องไหนเป็นอะไรเท่านั้น
ในช่วงเวลา Non Primetime ของฟรีทีวี จำนวนผู้ชม 50% ได้ถูกแบ่งไปยังทีวีดาวเทียม (อนุมานจากการวัดเรตติ้งของเคเบิลทีวี) ดังนั้นฟรีทีวีจึงหันมาจับส่วนแบ่งการตลาดที่หายไปด้วยการวางแผนเปิดช่องดาวเทียมเพื่อแข่งกับผู้ผลิตอื่นๆ
สำหรับธุรกิจเคเบิลทีวีนั้น จะเขียนถึงในคราวหน้า







