
กองปราบอายัด21บัญชี200ล.ของเณรคำ
สงกรานต์แฉพิรุธเณรคำชอบไปชายแดนแม่สอด ขณะที่เลขาฯป.ป.ส เล็งยึดทรัพย์ หากพบเส้นทางเงินโยงค้ายา ด้าน กองปราบ อายัด 21 บัญชี วงเงิน 200 ล้าน
สงกรานต์แฉพิรุธเณรคำชอบไปชายแดนแม่สอด ขณะที่เลขาฯป.ป.ส เล็งยึดทรัพย์ หากพบเส้นทางเงินโยงค้ายา ด้าน กองปราบ อายัด 21 บัญชี วงเงิน 200 ล้าน
พล.ต.อ. พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) หารือร่วมกับ นายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พ.ต.อ. ประสพโชค พร้อมมูล รองผู้บังคับการกองปราบปราม ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ป.ป.ง.) และผู้แทนจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เพื่อวางแนวทางการสืบสวนกรณีการตรวจสอบว่า พระวิรพล ฉัตติโก หรือหลวงปู่เณรคำ และลูกศิษย์ เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดหรือไม่โดย นายสงกรานต์ กล่าวว่า พระเณรคำอ้างศาสนามาใช้เรียกเงินทำบุญเพื่อปกปิดการกระทำผิดรวมถึงเณรคำยังมีพฤติกรรมชอบเดิน ทางไปชายแดนแม่สอด จ.ตาก ซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายด้านยาเสพติด
ขณะที่ พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ป.ป.ส.มีข้อมูลเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดทั้งในและนอกประเทศ รวมถึงบัญชีที่เกี่ยวข้องซึ่งประสานกับ ปปง. และกองปราบปราม ให้นำรายชื่อมาให้กับป.ป.ส. อย่างไรก็ตาม หากพบว่า เณรคำ และผู้ที่เกี่ยวข้อง มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดก็จะขยายผลตรวจสอบบัญชีของเณรคำ และผู้ใกล้ชิดกว่า 100 บัญชีว่ามีการถ่ายโอนเงินไปยังผู้ค้ายาเสพติดหรือไม่ หากพบว่าเกี่ยวข้องก็จะให้ดีเอสไอ ดำเนินการในส่วนที่เป็นคดีพิเศษ
"ป.ป.ส.จะทำหน้าที่ติดตามยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องซึ่งเชื่อได้ว่าทรัพย์สินของเณรคำที่มีจำนวนมากอาจเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดและอาจมีการนำทรัพย์สินที่ได้ไปฟอกเงินที่ต่างประเทศ"พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าว
ด้าน พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รองผู้บังคับการปราบปราม เปิดเผยหลังการเข้าร่วมประชุม พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการ ป.ป.ส. พ.ต.ท.ธีรพงษ์ ดุลยวิจารณ์ผอ.ส่วนสืบสวนทางการเงิน ปปง. ผู้แทนกรมสอบสวนคดีพิเศษ ประชุมร่วมเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินและความเชื่อมโยงกับเครือข่ายยาเสพติด ว่า หลังจากที่ช่วงเช้าวันนี้ ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษมีมติรับคดีดังกล่าวไว้เป็นคดีพิเศษแล้ว กองปราบปราม จึงได้ดำเนินการอายัดบัญชีเงินฝาก 21 บัญชี วงเงินประมาณ 200 ล้านบาท เพื่อส่งให้ทาง ปปง. นำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการในวันที่ 19 ก.ค.นี้ ส่วนการประชุมเจ้าคณะปกครองจังหวัดศรีสะเกษและอุบลราชธานี คาดว่าจะมีมติในช่วงบ่ายวันนี้ โดยจะทราบว่าพระเณรคำ จะพ้นจากสภาพการเป็นพระสงฆ์หรือไม่ เนื่องจากมีการตรวจสอบเรื่องการเสพเมถุน การทำผิดคดีอาญา
ซึ่งหลังจากนั้น จะมีการติดตามจับกุมตัว พระเณรคำ จากประเทศฝรั่งเศส แม้ว่าจะไม่สนธิการส่งผู้ร้ายข้ามแดน แต่มีความร่วมมือระหว่างประเทศในทางคดีอาญา สามารถออกหมายจับ และควบคุมตัวกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยได้
ทั้งนี้ ทาง พ.ต.อ.ประสพโชค ฝากถึงผู้ที่ถือครองทรัพย์สินของ พระเณรคำ ให้มาแจ้งข้อมูลที่กองปราบปรามเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ







