
ดีเอสไอรับเณรคำเป็นคดีพิเศษ
ดีเอสไอรับคดีเณรคำเป็นคดีพิเศษแล้ว จากความผิดโฆษณาหลอกลวงผ่านเว็บไซต์พร้อมรับโอนสำนวนจากทุกหน่วยงานเข้ามาดูแลโดยตรง
ดีเอสไอรับคดีเณรคำเป็นคดีพิเศษแล้ว จากความผิดโฆษณาหลอกลวงผ่านเว็บไซต์พร้อมรับโอนสำนวนจากทุกหน่วยงานเข้ามาดูแลโดยตรง
เมื่อวันที่ 8 ก.ค. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้เป็นประธานการประชุมร่วมกับ 5 หน่วยงาน ประกอบด้วยดีเอสไอ สำนักงานพระพุทธศาสนา (พศ.) สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กองบังคับการกองปราบปราม สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อหารือถึงการวางแนวทางสืบสวนเส้นทางการเงินต้องสงสัยและการประพฤติไม่เหมาะสมของ พระวิรพล ฉัตติโก หรือหลวงปู่เณรคำ
นายธาริตกล่าวว่า ขณะนี้ได้อนุมัติคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษแล้ว โดยอาศัยการกระทำผิดเข้าข่ายพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งเป็นความผิดตามบัญชีแนบท้ายพ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ จากการลงข้อความอันเป็นเท็จในเว็บไซต์เพื่อให้คนหลงเชื่อบริจาคทองคำและเงินเพื่อสร้างพระแก้วมรกต และมีการอวดอ้างสรรพคุณ อวดอุตริ จึงสามารถอนุมัติรับเป็นคดีพิเศษได้โดยไม่ต้องเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.)
ทั้งนี้ดีเอสไอได้พิจารณากรณีดังกล่าวแล้วพบว่าเข้าข่ายความผิดแน่นอน ส่งผลให้การกระทำผิดอื่นที่เกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกันทั้งประเด็นที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด การหลบเลี่ยงภาษีนำเข้ารถยนต์หรู และความผิดเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศกับเด็กหญิงอายุไม่ถึง 15 ปี
นายธาริตกล่าวว่า หลังจากนี้ดีเอสไอจะรับโอนสำนวนการสอบสวนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาอยู่ในความรับผิดชอบโดยตรง ขณะที่หน่วยงานอื่นจะช่วยสนับสนุนการทำงานอย่างใกล้ชิด







