
ย้อนรอย"คลิปเสียง"เขย่าการเมืองไทย
ย้อนรอยคลิปเสียงเขย่าการเมืองไทย ที่แต่ละครั้งล้วนสร้างกระแสและทำให้อุณหภูมิการเมืองสูงขึ้น
โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย
กลายเป็นทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์เพียงชั่วข้ามคืนภายหลังผู้ใช้ชื่อ "ไทยรักชาติ" ได้ทำการเผยแพร่คลิปเสียงที่เป็นบทสนทนาเรื่องการเมืองที่มีน้ำเสียงคล้ายกับ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผ่านทางเว็บไซต์ยูทูแเมื่อวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา
ผ่านมา 2 วันยอดคนฟังคลิปดังกล่าวทั้ง 4 คลิปรวมกันมีมากถึง 233,232 ราย(สำรวจวันที่ 8 ก.ค.เวลา 12.00น.)
ปฎิเสธไม่ได้ว่าการปล่อยคลิปครั้งนี้ผู้เผยแพร่ย่อมหวังผลทางการเมืองทางหนึ่งทางใด เพราะเนื้อหาในคลิปส่วนใหญ่พูดถึงการปรองดองผ่านกระบวนการนิรโทษกรรม
หากย้อนกลับไปก่อนหน้านี้การใช้คลิปเสียงเป็นเครื่องมือการทางเมืองได้เคยเกิดขึ้นมาแล้วถึง 2 ครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งล้วนสร้างกระแสและทำให้อุณหภูมิการเมืองสูงขึ้น
ครั้งที่ 1 เกิดขึ้นเมื่อเดือนส.ค.2552 ภายหลังรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ได้สลายการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ปรากฎว่าได้มีการปล่อยคลิปเสียง "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรีขณะนั้น ซึ่งมีเนื้อหาระบุในทำนองว่าให้ทหารใช้กำลังจัดการกับคนเสื้อแดงอย่างเต็มที่
คลิปเสียงอภิสิทธิ์ได้ถูกนำมาขยายผลจากสส.พรรคเพื่อไทยในฐานะฝ่ายค้านอย่างมาก ถึงขั้นมีการตั้งกระทู้ถามสดในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร แต่สุดท้ายมีผลการตรวจสอบของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ออกมายืนยันชัดเจนว่าเป็นการนำเสียงในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์"มาตัดต่อถึง 62 จุด
แม้ว่าจะมีผลการพิสูจน์ออกมาจากหน่วยงานรัฐแต่กลุ่มคนเสื้อแดงก็ยังขยายผลในประเด็นนี้ต่อ จนกระทั่งอภิสิทธิ์ฟ้องฟ้อง "จตุพร พรหมพันธุ์" แกนนำนปช.ในข้อหาหมิ่นประมาทในเวลาต่อมา (คดีหมายเลขดำ อ.1008/2553)
ครั้งที่ 2 เป็นเหตุการณ์ที่เกิดกับ "สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์" ประธานสภาฯเมื่อเดือนมิ.ย.2555
ทั้งนี้ เป็นคลิปเสียงที่บันทึกไว้ระหว่างสมศักดิ์ได้กล่าวกับแกนนำเสื้อแดงขอนแก่นในงานเลี้ยงวันเกิดที่จ.เพชรบูรณ์ ภายหลังสภาฯเกิดความขัดแย้งรุนแรงจากการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ปรอดองที่มีเนื้อหานิรโทษกรรมความผิดให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ
ถ้อยคำในคลิปเสียงดังกล่าวประธานสภาฯมีเนื้อหาชัดเจนว่าพ.ต.ท.ทักษิณ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญและร่างพ.ร.บ.ปรองดอง ซึ่งในเวลาต่อมาสมศักดิ์ยอมรับว่าคลิปเสียงดังกล่าวเป็นเสียงของตัวเองจริงพร้อมกับระบุว่าการหารือกับพ.ต.ท.ทักษิณเป็นเพียงการพูดคุยกันตามปกติ
จากนั้นมาร่างพ.ร.บ.ปรองดองก็ไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ เช่นเดียวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 เพื่อตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญก็ถูกศาลรัฐธรรมนูญติดเบรกในเดือนก.ค.ปีนั้นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะก่อให้เกิดการยกร่างใหม่ทั้งฉบับจะต้องผ่านการทำประชามติก่อน
มาถึงกรณีคลิปเสียงล่าสุดเมื่อดูรับฟังจากเนื้อหาที่พูดถึงการปรองดองและนิรโทษกรรมแล้ว ทำให้ต้องจับมาที่การประชุมสภาฯสมัยสามัญทั่วไปในวันที่ 1 ส.ค.เนื่องจากมีวาระร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมของวรชัย เหมะ สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย และ ร่างพ.ร.บ.ปรองดอง ของร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รอให้สภาฯพิจารณาอยู่
บางทีคลิปเสียงนี้อาจจะเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนทางการเมืองที่สำคัญก็เป็นได้







