
หลวงพ่อคูณกลับวัดบ้านไร่10ก.ค.นี้
หมอเผยหลวงพ่อคูณฟิตร่างกาย เตรียมกลับวัดบ้านไร่วันพุธที่10ก.ค. แนะญาติโยมอย่ารบกวนมาก
หมอเผยหลวงพ่อคูณฟิตร่างกาย เตรียมกลับวัดบ้านไร่วันพุธที่10ก.ค. แนะญาติโยมอย่ารบกวนมาก
นพ.พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจและหลอดเลือดโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา แพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ กล่าวว่า อาการของหลวงพ่อคูณถือว่าดีขึ้นคงเดิม คล้ายกับทุกวัน ไม่มีไข้ รู้ตัว รู้เรื่อง จำวัดได้ดี รับอาหารได้เต็มที่ ยังคงมีเสมหะเล็กน้อย
ดังนั้นจึงจะต้องทำการดูดออกวันละ 2 ครั้งเช้า-เย็น ควบคู่กับการพ่นยาขยายหลอดลม ฉันยาละลายเสมหะ ล้างกระเพาะปัสสาวะ ทำกายภาพบำบัดปั่นจักรยานไฟฟ้าจนขณะสภาพร่างกายท่านแข็งแรงกว่า 90% ซึ่งจะฟื้นสภาพปกติสมบูรณ์ของท่านประมาณ 1-2 สัปดาห์ โดยคณะแพทย์กับคณะลูกศิษย์ได้ข้อสรุปกำหนดวันนิมนต์หลวงพ่อคูณกลับวัดบ้านไร่ในช่วงสายของวันพุธที่ 10 ก.ค. 2556 นี้
นพ.พินิศจัย กล่าวอีกว่า การดูแลเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังมากเป็นพิเศษขณะอยู่ที่วัดบ้านไร่ของลูกศิษย์ใกล้ชิดนั้น 1.เรื่องการติดเชื้อของผู้คนญาติโยมศิษยานุศิษย์ที่ไปกราบท่านต้องงดเยี่ยม งดรับกิจนิมนต์เด็ดขาดทุกกรณี 2.มีการวางระบบให้อยู่ภายในห้องกระจกแล้วให้ญาติโยมศิษยานุศิษย์มองผ่านทางกระจก และกราบผ่านกระจกได้เท่านั้น 3.ระบบภายในกุฎิของหลวงพ่อคูณเป็นระบบแรงดัดอัดอากาศเข้าไปในห้องผ่านเครื่องกรองได้อากาศที่บริสุทธิ์ ซึ่งแรงดันจะสูงกว่าปกติทั่วไปทำให้โอกาสที่จะนำเชื้อโรคเข้าห้องท่านน้อยลง โดยมีการควบคุมอุณหภูมิที่คงที่ 26 องศาฯ ถ้าอุณหภูมิภายนอกสูงข้างในจะพอดี ถ้าอุณหภูมิภายนอกต่ำหรือเย็นลงฮีเตอร์ก็จะทำงานทันทีทำให้อุณหภูมินิ่งและคงที่สม่ำเสมอ
อย่างไรก็ตามช่วงแรกเมื่อกลับไปวัดแล้วจะมีแพทย์โรงพยาบาลด่านขุนทดฯไปตรวจทุกวัน และมีพยาบาล โรงพยาบาลมหาราชฯ พยาบาล โรงพยาบาลด่านขุนทดประจำอยู่วัด ส่วนคณะแพทย์ โรงพยาบาลมหาราชฯ ถ้าไม่มีปัญหาจะไปตรวจสัปดาห์ละครั้ง
ส่วนการทำกิจกรรมพบญาติโยมศิษยานุศิษย์คงจะเป็นช่วงบ่ายของทุกวัน ซึ่งจะเป็นช่วงที่หลวงพ่อคูณต้องทำกายภาพบำบัด โดยได้พูดคุยกับลูกศิษย์แล้วและต้องยำว่า ถ้าเวลาหลวงพ่อคูณจำวัดไม่ควรจะไปรบกวนท่าน เพราะถ้านอนพักผ่อนไม่เพียงพอมีคนไปกวนบ่อยๆ จะทำให้หลวงพ่อคูณมีอาการอ่อนเพลีย และอาจจะเกิดภาวะเบลอได้
ดังนั้นขอให้เอาหลวงพ่อคูณฯเป็นหลักอยากให้พักผ่อนให้เพียงพอ ส่วนเรื่องที่หลายฝ่ายเป็นห่วงในเรื่องของเมื่อหลวงพ่อคูณกลับไปอยู่วัดจะมีอะไรแทรกซ้อนตามหรือไม่นั้นคงคาดเดาไม่ได้ เพราะเวลาหลวงพ่อคูณเป็นอะไรไรขึ้นมาก็จะเป็นแบบกะทันหัน จึงจะต้องมีการเฝ้าระวังเป็นพิเศษ.







