
เกาไม่ถูกที่คัน
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยเอาไว้ที่ 0.5% ซึ่งเป็นดอกเบี้ยที่ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ของกลุ่มยูโรโซน แต่อีซีบีไม่ได้เปิดเผยหรือมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใดๆ ออกมาใหม่ให้นักลงทุนชื่นชมกัน
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยเอาไว้ที่ 0.5% ซึ่งเป็นดอกเบี้ยที่ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ของกลุ่มยูโรโซน แต่อีซีบีไม่ได้เปิดเผยหรือมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใดๆ ออกมาใหม่ให้นักลงทุนชื่นชมกัน
เรียกได้ว่า ค่อนข้างผิดหวังพอสมควรสำหรับตลาดทุนที่กำลังรอคอยแรงกระตุ้นจากมาตรการต่างๆ จากธนาคาร ซึ่งเมื่อท่าทีของอีซีบีเป็นเช่นนี้ ตลาดทุนก็หงอยกันต่อไป
แน่นอนว่า ท่าทีของอีซีบีนั้น ชัดยิ่งกว่าธนาคารกลางสหรัฐเสียอีก ต่อการ “วางเฉย” ไม่ค่อยกระตือรือร้นกับการออกมาตรการกระตุ้นต่างๆ เหมือนธนาคารอื่นๆ โดยสิ่งที่อีซีบีทำมานั้นก็มีเพียงการลดอัตราดอกเบี้ยและการช่วยเข้าซื้อคืนพันธบัตรของชาติสมาชิกยูโรโซนที่มีปัญหาการระดมทุนในตลาดพันธบัตร เช่น สเปน เท่านั้นครับ
เพราะต้องเข้าใจกันว่า ลักษณะการรวมกลุ่มของสมาชิกยูโรโซนนั้น ไม่เหมือนสหรัฐ และบทบาทหน้าที่ของธนาคารกลางยุโรป ก็มีอำนาจไม่มากเท่ากับธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
ดังนั้น อีซีบีจึงไม่มีมาตรการคิวอีอะไรออกมาเหมือนกับที่ธนาคารกลางสหรัฐกระทำครับ
นั่นเป็นเพราะว่าชาติสมาชิกยูโรโซนแต่ละชาติ มีอำนาจอธิปไตยของตัวเองอย่างเต็มที่ทั้งในด้านการเมืองและการเงิน แต่ละชาติก็มีธนาคารกลางของตัวเองอยู่แล้วครับ
ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของแต่ละชาติเองที่จะต้องแก้ไขปัญหาภายในของตัวเองก่อน
ที่ผ่านมา มีเสียงเรียกร้องกดดันออกมามากมายให้ธนาคารกลางยุโรปทำงานเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตหนี้ให้มากขึ้น ทั้งๆ ที่เป็นหน้าที่ของแต่ละชาติสมาชิก
เหมือนกับเป็นการปัดความรับผิดชอบนั่นแหละครับ
ช่วงสัปดาห์ที่แล้ว ดูเหมือนว่าวิกฤตหนี้ของยูโรโซนจะกลับมาหลอกหลอนอีก หลังจากที่รัฐมนตรีคลังกับต่างประเทศของโปรตุเกสลาออกจากตำแหน่ง เพราะไม่เห็นด้วยกับแผนรัดเข็มขัดของรัฐบาล
ขณะที่กรีซเอง กำลังเจอกับเส้นตายในวันนี้ ถ้าหากการปฏิรูปไม่สามารถลุล่วงไว้ได้ตามที่ให้คำมั่นไว้กับส่วนกลาง ก็จะทำให้กรีซไม่ได้เงินช่วยงวดต่อไป 8,100 ล้านยูโร และจะทำให้กรีซผิดนัดชำระหนี้ได้ในเดือน ส.ค.นี้
นั่นเป็นปัญหาภายในของทั้งสองประเทศที่ต้องเร่งแก้ไขกันเอง ไม่ใช่กดดันให้ธนาคารกลางยุโรปหรือสหภาพยุโรปเข้ามาแก้ไขให้ครับ
แก้ไม่ตรงจุด วิกฤตหนี้ยุโรปก็เรื้อรัง รักษาไม่หายสักทีครับ







