posttoday
ความเหมือนที่แตกต่าง : จีนกับอินเดีย (2)

ความเหมือนที่แตกต่าง : จีนกับอินเดีย (2)

08 กรกฎาคม 2556

เมื่อสองสัปดาห์ก่อน ผู้เขียนได้กล่าวถึงความเหมือนและความต่างของจีนและอินเดีย สองมหาอำนาจเอเชีย ในสัปดาห์นี้เรามาดูกันว่า เพราะเหตุใดจีนถึงแซงหน้าอินเดียทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการเมืองได้

เมื่อสองสัปดาห์ก่อน ผู้เขียนได้กล่าวถึงความเหมือนและความต่างของจีนและอินเดีย สองมหาอำนาจเอเชีย ในสัปดาห์นี้เรามาดูกันว่า เพราะเหตุใดจีนถึงแซงหน้าอินเดียทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการเมืองได้

ล่าสุดผู้เขียนได้อ่านบทความชิ้นหนึ่งในหนังสือพิมพ์ “เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์” เขียนโดยอาจารย์ชื่อดังของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ชื่อ ท่านศาสตราจารย์อมาตยา เซน โดยท่านได้เขียนถึงเหตุผลของการที่ทำไมอินเดียถึงยังต้องก้าวตามจีน ทั้งที่มีศักยภาพที่จะสามารถแซงหน้าจีนได้ ทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจ

ท่านอมาตยา เซน กล่าวไว้ว่า เหตุผลหลักที่การพัฒนาของอินเดียยังคงล้าหลังกว่าจีน ได้แก่ การที่รัฐบาลอินเดียล้มเหลวด้านการให้บริการสาธารณะแก่ประชากรของตนเอง โดยการบริการสาธารณะหลักที่เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องจัดหาให้แก่ประชากรในประเทศ ได้แก่ การบริการด้านการสาธารณสุข เพื่อทำให้อัตราถัวเฉลี่ยอายุขัยของพลเมืองสูงขึ้น และการบริการด้านการศึกษาผ่านระบบการศึกษาและสถานศึกษาที่ดีต่อคนส่วนใหญ่ของประเทศ

อมาตยา เซน กล่าวไว้ว่า ทั้งอินเดียและจีนยังคงเป็นประเทศที่มีความไม่เท่าเทียมกันในสังคมเกิดขึ้นหลายเรื่อง ซึ่งท่านถือว่าเป็นเรื่องปกติทั้งในประเทศที่เจริญแล้วและประเทศที่ยังไม่เจริญ แต่สิ่งที่จีนไปไกลกว่าอินเดีย ได้แก่ การที่จีนมีการพัฒนาด้านการบริการดังกล่าวข้างต้นให้แก่ประชากรของจีนเองในระดับที่ดีและสูงกว่าอินเดีย

หลายท่านอาจจะมองว่าอินเดียเป็นประเทศที่มีมหาวิทยาลัยชื่อดังมากมายหลายแห่ง แต่ท่านอมาตยา เซน ระบุว่า มหาวิทยาลัยหลายแห่งดังกล่าว มีไว้เฉพาะคนรวยมีสตางค์ได้มีโอกาสแสวงหาความก้าวหน้า ส่วนคนจนจะมีโอกาสก็แค่การได้เรียนตามโรงเรียนหรือสถาบันที่มีคุณภาพต่ำไม่ได้มาตรฐาน ว่ากันว่าเกือบครึ่งหนึ่งของเด็กนักเรียนประถมทั่วประเทศอินเดียไม่สามารถอ่านออกเขียนได้และไม่สามารถหารเลขจำนวนธรรมดาได้

ส่วนทางด้านสาธารณสุข ท่านอมาตยา เซน กล่าวว่า ถึงแม้อินเดียจะเป็นประเทศที่มีการผลิตยาสามัญทั่วไปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก แต่ระบบสุขอนามัยของประเทศยังคงเละเทะไม่เป็นระบบ ขณะที่จีนมีการจัดสรรปันส่วนงบประมาณที่ 2.7% ของจีดีพีให้แก่การบริการด้านสาธารณสุข แต่อินเดียกลับจัดสรรงบประมาณเพียง 1.2% ให้แก่ภาคสาธารณสุขของประเทศ ทำให้การบริการด้านสาธารณสุขยังคงล้าหลังกว่าจีน

สาเหตุหลักสำคัญที่นักปราชญ์อย่างท่านอมาตยา เซน กล่าวถึงความล้าหลังของอินเดียต่อการไม่สามารถยกระดับการบริการสาธารณะให้แก่ประชาชน ได้แก่ การขาดระบบการเพิ่มศักยภาพให้แก่มนุษย์ หรือที่แปลง่ายๆ ได้ว่า การขาดระบบการศึกษาที่จะทำให้ทรัพยากรมนุษย์ของอินเดียมีขีดความสามารถเพิ่มขึ้นนั่นเอง นอกจากนั้น ท่านอมาตยา เซน ยังได้กล่าวว่า อินเดียขาดความเอาใจใส่ต่อการเรียนรู้บทเรียนในอดีตที่ผ่านมา ที่หลายประเทศในเอเชียที่ใช้การพัฒนาด้านการศึกษา ทำให้คนมีความรู้อ่านออกเขียนได้และสามารถต่อยอดไปใช้ในการบริหารประเทศในด้านอื่นๆ ได้ในระยะยาว เช่น ญี่ปุ่น สิงคโปร์ จีน เกาหลีใต้ และไต้หวัน

ท่านผู้อ่านคงติดตามข่าวล่าสุดในบราซิล ที่มีผู้คนออกมาประท้วงรัฐบาลมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ จำนวนนับล้านคน ก็ด้วยเหตุผลเดียวกัน คือ การที่รัฐบาลบราซิลถูกกล่าวหาว่าไม่สนใจดูแลการบริการสาธารณะให้แก่ประชาชน แต่กลับเอาเงินของประเทศไปใช้ในทางที่ผิดประเภท มิหนำซ้ำยังมีการทุจริตคอร์รัปชั่นกันแบบมโหฬาร

ผมว่าขณะนี้ผู้บริหารบ้านเมืองของประเทศไทยควรศึกษาบทเรียนจากบราซิลเป็นตัวอย่าง

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง