
เจ็บหลัง แต่ไม่เจ็บใจ
ฝ่ามรสุมการเมืองจนได้ชื่อว่าเป็น “นักรบเบอร์หนึ่ง” ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)
ฝ่ามรสุมการเมืองจนได้ชื่อว่าเป็น “นักรบเบอร์หนึ่ง” ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แต่เมื่อพลาดหวังจากการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งล่าสุดที่ผ่านมา ส่งผลให้ ธิดา ถาวรเศรษฐ แม่ทัพใหญ่ยินดีสละเก้าอี้ประธานแกนนำเสื้อแดงให้ดำรงตำแหน่งแทน ก่อนธิดาหมดวาระในเดือน ก.พ. 2557 แต่จตุพรยืนยันว่าสภาพร่างกายนาทีนี้ไม่พร้อมรับเก้าอี้อันมีภาระแสนหนักอึ้ง
40 เม็ด คือ จำนวนเม็ดยาที่แกนนำ นปช.รายนี้ต้องกินต่อวัน เพื่อรักษาอาการ “หมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาท” จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ใน จ.นครราชสีมา ระหว่างเดินทางเข้าร่วมงานทอดกฐินและเวทีปราศรัย จ.บุรีรัมย์ หลายเดือนก่อน
“หลังจากรถชนกระแทกตอนแรก จนตัวเอนไปข้างหลัง ผมไม่รู้สึกอะไร แต่อาการมาออก 2 เดือนหลังจากนั้น มีเลือดคั่งที่แขน ปวดมาก ต่อมาอาการที่หลังเริ่มกำเริบนั่งเฉยๆ ไม่ได้ ต้องนั่งแล้วยืนบ่อยๆ จัดรายการชูธง (ทางสถานีโทรทัศน์เอเชียอัพเดท) ผมต้องนั่งทนจนเบรกจึงต้องลุกที ในที่สุดผมหยุดออกรายการไปช่วงหนึ่ง เปลี่ยนเป็นนอนโฟนอินเสียงเข้ารายการที่บ้าน”
จตุพร เล่าว่า ได้ปรึกษาทั้งแพทย์แผนไทยที่ นพ.เหวง โตจิราการ เป็นผู้แนะนำ และแพทย์แผนจีนที่มาฝังเข็ม รักษาแบบปล่อยกระแสไฟฟ้าที่บ้าน กินยามื้อละประมาณ 20 เม็ด วันละ 2 ครั้ง ซื้อเครื่องออกกำลังกายเฉพาะส่วนหลังเป็นเสมือนการทำกายภาพบำบัด จนในที่สุดอาการเวลานี้ดีขึ้น แต่ยอมรับว่ามีอาการไม่สบายตัว ไม่คล่องแคล่ว เหมือนเมื่อก่อนจากฤทธิ์ของตัวยาหลายชนิด
“สุขภาพผมไม่พร้อมจริงๆ เพราะกรำศึกมาหลายปีตั้งแต่ปี 2549 ไม่ได้หยุดเลย แทบไม่ได้อยู่บ้าน ร่างกายไม่เคยได้หยุด เวลามันทรุดก็ทรุดเลย เหมือนเครื่องยนต์ทำงานเยอะจะสึกหรอเร็ว
...ผมไม่มีตำแหน่งก็ทำหน้าที่อยู่แล้ว เราเองประคับประคองสถานการณ์ไปเรื่อยๆ แต่อาจารย์ธิดาแกเป็นนักคิด นักยุทธศาสตร์ บรรดาผู้ที่เข้าป่าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์ทุกคน ที่ขณะนี้ไปอยู่ในพรรคการเมือง หรืออยู่ในแต่ละสี มีอาจารย์ธิดาคนเดียวที่เป็นกรรมการกลาง เพราะฉะนั้นอาจารย์ธิดาอ่านทุกสถานการณ์ขาด อ่านความรู้สึกประชาชนออก ตั้งแต่ปรับ ครม.ครั้งที่แล้ว เจอกัน แกพูดคำแรกเลยคือ ตู่มาเป็นประธาน นปช.แทนพี่
...อาจารย์ธิดาเข้าใจสถานการณ์ที่ทำให้ผมเห็นว่าคนเสื้อแดงยังมีที่ยื่นให้จตุพรเสมอ แต่ผมปฏิเสธรับตำแหน่งเพราะปัญหาสุขภาพ มันไม่ใช่เรื่องวาระอะไร แต่เป็นเรื่องความรู้สึกเห็นอกเห็นใจที่ร่วมต่อสู้กันมา ไม่ว่าจะถูกกระทำมาที่ใด พอเข้าเขตคนเสื้อแดง เขาจะมีที่ซับเลือด ซับน้ำตา ซับเหงื่อให้เสมอ นี่คือความรักของคนเสื้อแดง ผมพร้อมทำหน้าที่ เพียงแต่สุขภาพยังไม่พร้อม เลยขอร้องอาจารย์ธิดาให้ทำหน้าที่ไปก่อน อาจารย์ธิดาบอกว่าได้ตัดสินใจไปแล้ว แต่ผมขอร้องและบอกว่าจะช่วยเท่าที่ช่วยได้”
อย่างไรก็ตาม แม้พลาดหวังต่อการปรับ ครม.จนจวบจะผ่านพ้นครึ่งเทอมของรัฐบาล ประกอบกับข้อเรียกร้องของเสื้อแดงไร้การตอบสนองจากแนวร่วมเดียวกัน แต่จตุพรแสดงความมั่นใจว่ายังคงต่อสู้หลังพิงฝาเคียงข้างพรรคเดิม พร้อมคอนเฟิร์มว่า ทฤษฎีสองขา พรรคเพื่อไทยมวลชนเสื้อแดงนั้นยังคงขนาบคู่กันไปในเวลานี้ ไม่มีแยกตัวออกไปตั้งพรรคการเมืองเด็ดขาด
“ผมไม่เคยคิดเรื่องตั้งพรรคหรือแยกตัว ผมเคยพูดเสมอว่า เวลาคบกับใคร จะสู้กับใคร ไม่เคยเตรียมทางเลือกที่สองเอาไว้ เพราะส่วนใหญ่จะสู้ตายกับคนนั้นถึงที่สุด ฉะนั้นเรื่องที่เกิดขึ้น เราเองก็ต้องปรึกษาหารือกันว่าจะเดินต่อไปอย่างไร
...ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะมีความคิดนั้น แต่ผมไม่ได้ตัวคนเดียว เรายังมีคนตาย คนเจ็บ และคนถูกขังอยู่ มันค้ำหัวอยู่ ผมยังไม่ยุติการชุมนุม ความจริงอยากปล่อยวาง อยากหยุด เพราะที่ผ่านมาก็เดินสายไหว้พระเป็นว่าเล่น ก่อนปราศรัยจะไปไหว้พระตามที่ต่างๆ ดังนั้นตัวตนจริงๆ อยากปล่อยวาง แต่ที่ทำไม่ได้เพราะมีสัมภาระ จะไม่หยุดจนกว่าจะมีการดำเนินคดีกับสุเทพ อภิสิทธิ์ และพวก”
จตุพร ระบุว่า แม้ไม่ได้ดำรงตำแหน่งประธาน นปช. แต่ยังคงยืนหยัดต่อสู้เพื่อประชาชนเสื้อแดง โดยเฉพาะการสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ของ วรชัย เหมะ สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ที่เตรียมจ่อคิวเป็นวาระแรกในสมัยประชุมเดือน ส.ค.นี้ พร้อมป้องกันไม่ให้ล่มซ้ำรอยร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 เมื่อปี 2555 ที่ผ่านมา
“ตอนนั้นระหว่างเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านวาระที่หนึ่ง 399 ต่อ 199 เสียง และวาระสองพิจารณากัน 15 วัน แต่ดันมีมือดีหลอกให้ไปเสนอ พ.ร.บ.ปรองดอง เข้าตรงกลาง จนแก้ไขรัฐธรรมนูญล่มไปด้วย เสียเวลาไปทำไม 15 วัน เขาหลอกสนิท มีผมเท่านั้นที่เอะใจจนต้องคุยต่อรองกับพรรคว่า ถ้าร่างปรองดองที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เสนอ เป็นปัญหา จะขอเสนอร่าง นปช. ประกบให้ณัฐวุฒิ ในฐานะ สส.เสื้อแดง เสนอเข้าไปอีก 1 ร่าง เพื่อไม่ให้มีการนิรโทษแกนนำทุกฝ่าย
...ปรากฏว่า ขณะที่หลอกให้ฝ่ายรัฐบาลหลงเชื่อ เขาก็บอกให้ฝ่ายตรงข้ามทั้งประชาธิปัตย์ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เสื้อหลากสีเตรียมตัว พอ พ.ร.บ.ปรองดอง เข้า พวกนั้นพรึบเลย! ขณะที่ทางเราตายใจ เสร็จสุดท้ายเป็นไง ปรองดองพัง พารัฐธรรมนูญพังด้วย ดังนั้นการประเมินสถานการณ์ของเราผิดพลาดมาแล้วหลายครั้งเหมือนกัน เราต้องวิพากษ์กันด้วยความรัก ความห่วงกัน โดยเฉพาะในเดือน ส.ค.นี้ ต้องไม่ให้เหมือนครั้งที่ผ่านมา”
ถามย้ำว่า แสดงว่า การเสนอร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง มีหนอนบ่อนไส้ไม่หวังดีต่อรัฐบาล? จตุพร ตอบทันควันว่า “ผมไม่รู้ว่าเขาเรียกกันว่าอะไร แต่ว่านี่คือสิ่งที่เราประสบมา มันก็ชัดเจนว่ามีผู้ต้องการทำลายพรรค ถ้าไม่มีการเสนอ พ.ร.บ.ปรองดอง ตอนนั้น ตั้งสติสักนิดให้รัฐธรรมนูญผ่านก่อน ตอนนี้อะไรก็ง่ายขึ้นแล้ว แต่มีการเสนอเข้ากลาง ผมก็ช็อกว่าทำไมมีการเสนอแบบนี้”
ร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ฉบับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน จะส่งผลต่อร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซ้ำรอยกรณีดังกล่าวหรือไม่? แกนนำ นปช.ไม่ตอบโดยตรง แต่บอกอีกนัยเป็นการย้ำถึงจุดยืน นปช.อย่างชัดเจนว่า “...ขณะนี้พรรคเพื่อไทยมีมติเดียวคือร่างวรชัย”







